กบอ.ทำใจพร้อมน้อมรับคำพิพากษาศาลปกครอง หลัง 1 ในตุลาการมีความเห็นว่ารัฐบาลควรทำประชาพิจารณ์ก่อนทำสัญญาเอกชนตามแผนบริหารจัดการน้ำ
แหล่งข่าวในคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่น.ส.วาสนา มะลิทอง ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองกลาง ได้แถลงความเห็นของตุลาการที่เห็นควรว่ารัฐบาลควรจัดการรับฟังความเห็นของประชาชน ก่อนทำสัญญากับเอกชนตามแผนจัดการน้ำว่า นั้นก็เป็นเพียงความเห็นของตุลาการเท่านั้น ซึ่งยังไม่ใช่คำพิพากษาของศาลปกครองที่จะพิพากษาในวันที่ 27มิ.ย. แต่ทั้งนี้หากคำพิพากษาของศาลเป็นอย่างไรรัฐบาลก็น้อมรับ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า มีความเป็นห่วงกับคำพิพากษาของศาลปกครอง เพราะประชาชนยังไม่ได้มีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 จริง อีกทั้งการทำโครงการบริหารจัดการน้ำก็ยังไม่ทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ซึ่งประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 30มิถุนายน 2548 ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
ซึ่งตามข้อ7ของระเบียบสำนักนายกฯนี้ ระบุว่าข้อมูลเกี่ยวกับโครงการของรัฐที่หน่วยงานของรัฐต้องเผยแพร่แก่ประชาชนอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. เหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของโครงการ 2.สาระสำคัญของโครงการ 3.ผู้ดำเนินการ 4. สถานที่ที่จะดำเนินการ 5.ขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ 6.ผลผลิตและผลลัพธ์ของโครงการ 7. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพอยู่ในสถานที่ที่จะดำเนินโครงการและพื้นที่ใกล้เคียง และประชาชนทั่วไป รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบดังกล่าว 8.ประมาณการค่าใช้จ่าย ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐจะเป็นผู้ดำเนินโครงการของรัฐเองให้ระบุที่มาของเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินโครงการนั้นด้วย
ให้หน่วยงานของรัฐประกาศข้อมูลที่ต้องเผยแพร่แก่ประชาชนตามวรรคหนึ่งในระบบเครือข่ายสารสนเทศที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดให้มีขึ้นตามระเบียบนี้ด้วย
ขณะที่ข้อ9 ระบุถึงขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาจใช้วิธีการอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ 1.การสำรวจความคิดเห็น ซึ่งอาจทำโดยวิธีดังต่อไปนี้ (ก) การสัมภาษณ์รายบุคคล (ข) การเปิดให้แสดงความคิดเห็นทางไปรษณีย์ ทางโทรศัพท์หรือโทรสาร ทางระบบเครือข่ายสารสนเทศ หรือทางอื่นใด (ค) การเปิดโอกาสให้ประชาชนมารับข้อมูลและแสดงความคิดเห็นต่อหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบโครงการ (ง) การสนทนากลุ่มย่อย
2. การประชุมปรึกษาหารือ ซึ่งอาจทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้ (ก) การประชาพิจารณ์ (ข) การอภิปรายสาธารณะ (ค) การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร (ง) การประชุมเชิงปฏิบัติการ (จ) การประชุมระดับตัวแทนของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย
3. วิธีอื่นที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด









