วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว.ส.ท.-เอ็นจีโอค้านเสนอชื่อประมูลน้ำเข้าครม.

"ว.ส.ท.-เอ็นจีโอ"ยื่นรัฐทบทวนรายชื่อเอกชนประมูลน้ำเข้าครม. จี้ชะลอ"ฟลัดเวย์" หวั่นมีผลผูกพันในสัญญาเบิกเงินล่วงหน้า10%ราว3.5หมื่นล้าน

ภายหลังรัฐบาลเตรียมนำรายชื่อผลการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาล วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ล่าสุดทางสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.)ได้จัดแถลงข่าวด่วน เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนการนำรายชื่อบริษัทเอกชนที่จะเสนอเข้าครม.วันนี้ และต้องการให้ทบทวนบางโมดูลที่ไม่น่าจะดำเนินการได้เพราะยังไม่ชัดเจน อาจมีผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่อย่างรุนแรง รวมทั้งยังขัดต่อระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างอีกด้วย

นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) กล่าวว่า จากการที่ ว.ส.ท. ได้ทักท้วงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)มาอย่างต่อเนื่อง เพราะประ เมินแล้วว่าจะเกิดความสำเร็จในโมดูลน้ำทั้ง 9 ได้ยาก เนื่องจากเป็นการทำโครงการที่ผิดหลักขั้นตอนที่ถูกต้องตามมาตรฐาน และหลักวิชาการวิศวกรรม แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับฟังเหตุผลทางวิชาการจาก วสท. โดยยังเดินหน้าจนเตรียมประกาศผลการคัดเลือกผู้รับจ้างในแต่ละโมดูล และเตรียมลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว

ดังนั้นจึงยังมีจุดยืนว่าจึงต้องการให้รัฐทบทวนการนำรายชื่อเอกชนเข้าครม.ไว้ก่อน เพราะเป็นห่วงว่าจะมีผลผูกพันในแง่ของสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างกับเอกชนทันที โดยเฉพาะหากสัญญาระบุให้เอกชนเบิกเงินล่วงหน้าได้ 10% หรือราว 35,000 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าบางโครงการอาจจะถูกต่อต้านจากประชาชนจนดำเนินการไม่ได้แต่เอกชนก็ได้เงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครเห็นสัญญาที่ กบอ.จะนำมาใช้กับโครงการน้ำ

นายกสมาคมวิศวกรรมสถาน กล่าวอีกว่า ประเด็นหลักๆที่ ว.ส.ท.ต้องการให้ทบทวนใหม่ยังคงเน้นขั้นตอนการดำเนินการ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมรวมทั้งระบบลุ่มน้ำที่มีความสัมพันธ์กันในแต่ละโมดูล และบางโครงการยังไม่ได้ศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนทำการออกแบบ ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลาและอาจเจอการต่อต้านของคนในพื้นที่จนทำงานไม่ทันระยะเวลา 3-5 ปี ขณะที่ยังพบว่าการดำเนินการด้วยวิธีการออกแบบและก่อสร้างนั้น โดยหลักการควรต้องใช้กับโครงการที่มีความชัดเจน ผ่านการศึกษาครบถ้วนมาแล้ว เพื่อให้ควบคุมราคาและระยะเวลาได้ จึงไม่ควรนำมาใช้กับโครงการที่ยังไม่ผ่านการศึกษาใดๆ เช่นเขื่อนบางโครงการ ในโมดูลเอ1 และโครงการทางผันน้ำหลากในโมดูลเอ 5

นายสุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในประเด็นการจัดการเชิงวิศวกรรมด้านบริหารงานก่อสร้าง จะเห็นว่าตามกรอบระยะเวลาให้เสร็จภายใน 3-5 ปีของทุกสัญญาทั้ง 9 โมดูลเป็นสัญญาขนาดใหญ่แทบจะเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งในโครงการย่อยของแต่ละโมดูลก็เป็นแผนงานของหน่วยงานต่างๆ ตามงบปกติ ไม่ได้มีโครงการใหม่ที่ได้จากกรอบทีโออาร์ฉบับแรกที่ กบอ.ประกาศเชิญชวน

ทั้งนี้พบว่าโครงการของหน่วยงานเดินหน้าไม่ได้ เพราะถูกมวลชนต่อต้านซึ่งไม่ได้เกิดปัญหาทางเทคนิค ดังนัั้นจึงไม่แน่ใจว่าถึงจะให้เอกชนทำแล้วจะแก้ปัญหาสังคมได้หรือไม่ แต่ห่วงว่าจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

"ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือผลการคัดเลือกผู้รับจ้างที่ผ่านเกณฑ์ทางด้านเทคนิคแล้ว จึงมาเปิดซองด้านราคาซึ่งโดยทั่วไปน่าจะเป็นกระบวนการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษา ไม่ใช่กระบวนการจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งขั้นตอนตามปกติจะต้องมีการแข่งขันด้านราคาด้วยวิธีการประมูล (อีออคชั่น)เพื่อให้ได้ราคาต่ำสุดบนพื้นฐานรูปแบบเดียวกัน แต่โครงการนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงทำให้สูงเกือบเท่ากับกรอบวงเงินกู้ที่จัดเตรียมไว้

อย่างไรก็ตามแต่ ข้อเสนอนี้รัฐบาลไม่ฟังความจริงจากนักวิชาการ และไม่ทำอะไรที่ตรงไปตรงมา ซึ่งในแง่วิชาการและวิศวกรรมของโครงการขนาดใหญ่ จะต้องศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ความคุ้มทุน และทบทวนรายละเอียดก่อนที่จะมีการทำสัญญาในแต่ละโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ อย่างในกรณีโครงการโฮปเวลล์ และบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ทางรัฐบาลกลับไม่ยอมรับฟังเหตุผลทางวิชาการจาก ว.ส.ท. และยังเดินหน้าเตรียมประกาศผลการคัดเลือกผู้รับจ้างในแต่ละโมดูล และเตรียมลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว เรื่องนี้รัฐบาลมีความเสี่ยงที่จะถูกการฟ้องร้องกับเอกชน และกลายเป็นค่าโง่แบบโครงการใหญ่ทั้ง 2 โครงการ" นายกสมาคมวิศวกรรมสถาน กล่าว

เมื่อถามว่าหากรัฐบาลเชิญทางสมาคมวิศวกรรมสถานเข้าเป็นที่ปรึกษาในการคุมงานของเอกชนจะตอบรับหรือไม่ รศ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ต้องการเข้าร่วมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะต้องการเป็นองค์กรกลาง เพื่อติดตามตรวจสอบโครงการน้ำ และแสดงความเห็นได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ว.ส.ท.ก็ต้องรอความหวังสุดท้ายว่าศาลปกครองจะมีคำตัดสินพิพากษาในโครงการน้ำออกมาอย่างไรในวันที่ 27 มิ.ย.นี้