ชาวเขื่อนหัวนาประกาศยุติการชุมนุม หลังรองนายกรัฐมนตรีออกมารับข้อเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ แต่ยังไม่วางใจ
นายสนั่น ชูสกุล ที่ปรึกษากลุ่มสมาคมคนทาม สมัชชาคนจนราษีไศล - หัวนา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ทางสมาคมฯได้เขียนแถลงการประกาศยุติการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา หลังจากที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเขื่อนหัวนา มาตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันที่ 15 มิ.ย. รวมเป็นเวลา 4 วัน เพื่อติดตามการประชุมเจรจาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวที่มีรองนายกรัฐมนตรี นสพ.ยุคคล ลิ้มแหลมทอง เป็นประธาน ในวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จากผลการประชุมถือเป็นมติร่วมกัน 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลพร้อมจะจ่ายค่าชดเชยที่ดินทำกิน(ค่าขนย้าย) ให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ในราคาไร่ละ 4,500 บาท และพร้อมที่จะจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้กับราษฎรอย่างยุติธรรม 2.รัฐบาลพร้อมจะจ่ายค่าชดเชยในขอบเขตน้ำท่วมถึงจริง โดยจะนำเสนอให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป 3.รัฐบาลพร้อมดำเนินการตามแผนงานลดและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเขื่อนหัวนา
โดยชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในนามสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนาได้เคลื่อนไหวมานานกว่า 15 ปี และผ่านรัฐบาลมาแล้ว 10 รัฐบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและจริงใจ ด้วยกระบวนมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง จากผลการดำเนินการร่วมกับรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยรองนายกรัฐมนตรี นสพ.ยุคคล ลิ้มแหลมทอง และกรมชลประทาน ทำให้การแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานามได้มีแนวทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
"แม้ว่าการประชุมร่วมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ จะมีข้อตกลงที่ดีร่วมกัน แต่จะต้องเร่งรัดให้เกิดการจ่ายค่าชดเชยให้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เราจะติดตามการแก้ไขปัญหาร่วมของรัฐบาลและกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด และจะมีไม่ยอมให้กระบวนการแก้ปัญหายืดเยื้ออีกต่อไป เพราะพวกเรา ได้เสียชีวิตไปแล้วหลายคน การสร้างเขื่อนที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ก็จะเกิดปัญหาสังคมตามอีกมากมาย ซึ่งจะต้องเป็นบทเรียนราคาแพงในการพัฒนาประเทศนี้ต่อไป"นายสนั่น กล่าว
ด้านน.ส.สดใส สร่างโศก แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจ แต่ก็ยังไม่วางใจทั้งหมด เพราะเกรงรัฐบาลจะไม่ทำตามสัญญา และหากรัฐบาลไม่ยอมดำเนินการใดๆ กลุ่มชาวบ้านก็พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง









