วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปลอดประสพ'ย้ำเลื่อนบ.ประมูลน้ำชงครม.ทันเวลา

"ปลอดประสพ"ยันเลื่อนนำรายชื่อบริษัทประมูลน้ำเข้าครม. ยังทำทันเวลา เปิดแผนสองให้กรมชลประทานทำงานหากเสร็จไม่ทัน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานกบอ. กล่าวถึงกรณีที่มีการเลื่อนวันนำรายชื่อที่ได้รับการพิจารณาดำเนินโครงการน้ำ3.5แสนล้านเข้าที่ประชุมครม.ในวันที่ 18มิ.ย.ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคทั้งเรื่องของการเอกสารทางด้านเทคนิค ซึ่งนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสปน. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯ ได้หารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วตลอดเวลา แต่นายธงทองรายงานมาแล้วว่าเอกสารอ่านเยอะ ไม่มีอะไรหรอก แต่ทุกอย่างก็เป็นไปทันเวลาป้องกันน้ำท่วมได้ ในวันพรุ่งนี้ตนจะไม่ได้เดินทางไปหารือกับคณะกรรมการปป.ช. เพราะติดภารกิจต้องเดินทางไปร่วมงานศพพ่อของนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการเลขาธิการสบอช. ที่จังหวัดเชียงใหม่

"ยุโรปที่ว่าแน่ๆในหลายประเทศตอนนี้เจอแม่น้ำไรน์อาละวาดก็ท่วมเช่นกัน ซึ่งแม่น้ำเจ้าพระยาใหญ่กว่าตั้งเยอะ อยากจะบอกว่าท่านที่บอกว่าต้องใจเย็นๆ ต้องทำการศึกษา ต้องเรียนว่าขอให้เปิดทีวีดูข่าวต่างประเทศบ้าง"นายปลอดประสพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้นายธงทองเคยให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุในการเลื่อนวันนำรายชื่อกลุ่มบริษัทที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาดำเนินโครงการน้ำฯ จากที่กำหนดวันครั้งแรกคือวันที่ 4มิ.ย. จากนั้นก็ให้เหตุผลว่าคณะกรรมการที่อ่านเอกสารแจ้งมาว่าอ่านเอกสารด้านเทคนิคไม่ทันเนื่องจากมีจำนวนมากจึงขอเลื่อนเป็นวันที่ 11มิ.ย. ประกอบกับมีการประสานกับทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง แล้วว่าสำนักงานบริหารหนี้ฯต้องขอเวลาในการดำเนินการกู้เงินเพื่อมาทำโครงการเพื่อให้ทันกรอบเวลาของเงินกู้ 3.5แสนล้าน ดังนั้นจึงเวลาในการทำงานประมาณ 2 สัปดาห์ ดังนั้นการที่มีการเลื่อนนำชื่อบริษัทเข้าครม.เป็นวัันที่ 18มิ.ย. ที่ถือว่าเป็นการเลื่อนครั้งที่ 3นั้น อาจจะมีผลต่อการดำเนินการกู้เงินของทางกระทรวงการคลัง ที่มีขั้นตอนและรายละเอียดจำนวนมาก เนื่องจากว่าหลังจากได้ชื่อบริษัทแล้ว จะต้องมีการทำสัญญา และเซ็นสัญญาจากนั้นจึงจะทำเรื่องกู้ได้ว่าต้องใช้เงินเท่าไร

แต่อย่างไรก็ตามทั้งนายปลอดประสพ นายธงทอง และนายสุพจน์ เคยให้สัมภาษณ์ถึงแผนสองในการดำเนินโครงการว่า หากทำไม่ทันหรือมีโมดูลไหนที่ไม่มีบริษัทผ่านการคัดเลือกเลย ก็จะมอบหมายให้กรมชลประทานทำโครงการต่อภายใต้วงเงินกู้นี้ เนื่องจากกรมชลประทานมีความพร้อมทั้งในเรื่องของแผน แบบโครงการ และบางโครงการมีการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไว้หมดแล้ว ดังนั้นก็จะให้กรมชลประทานเปิดประมูลหาบริษัทเข้ามารับงานได้ทันทีโดยใช้วงเงินกู้