วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนไม่รับคืนวัตถุดิบยาพาราฯไม่อยากจ่ายภาษี

บริษัทจีนไม่รับคืนวัตถุดิบยาพาราฯ เหตุไม่อยากจ่ายภาษีนำเข้าอีก 6 ล้านบาท เจรจายุติเป็นแลกเปลี่ยนวัตถุดิบเก่า-ใหม่ ดำเนินการใน 3 เดือน

นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจัด ซื้อวัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอลและการก่อสร้างโรงงานยาต้านไวรัสเอดส์ล่าช้า ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตยาพาราเซตามอลของอภ.ว่า การที่ได้รับตำแหน่งประธานฯไม่ใช่เพราะไม่ถูกกับนพ.วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผอ.อภ. ขอยืนยันว่าไม่มีข้อขัดแย้งใดๆกับ นพ.วิทิต ที่ผ่านมาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนการที่เลือกตน อาจเป็นเพราะไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เกี่ยวข้องกับ อภ. น่าจะมีความเป็นกลางที่สุดแล้ว

"การทำหน้าที่คณะกรรมการฯเป็นไปด้วยความเป็นธรรม เป็นกลาง และยึดตามข้อเท็จจริง ซึ่งจากการตรวจสอบในหลายๆ เรื่อง อย่างกรณีโครงการแมสโปรดักชั่นที่การปรับปรุงโรงงานผลิตยาพาราเซตามอลเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ก็พบว่ามีการดำเนินการที่ไม่สมเหตุสมผลและมี ข้อสงสัยหลายประการจริง เช่น โรงงานจะต้องเสร็จใน พ.ย. 2554 แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่แล้วเสร็จ หรือการแยกโรงงานเป็น 2 ส่วน 2 สัญญา ตรงนี้ทำให้ อภ.เสียหาย จนถูกปรับวันละ 5 หมื่นบาท รวม 1 ปีเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท"นพ.นิพนธ์กล่าว

ภญ.พิศมร กลิ่นสุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า การคืนวัตถุดิบยาพาราเซตามอลที่มีข่าวการปนเปื้อน ซึ่งมีการสั่งซื้อ 2 ล็อต ล็อตแรก จำนวน 48 ตัน และล็อตที่ 2 จำนวน 100 ตัน โดยมีการทดลองผลิตไปจำนวน 4 ตัน ทำให้เหลืออยู่ในคงคลังอีก 144 ตันนั้น หลังจากมีข่าวการปนเปื้อน อภ.มีการดำเนินการส่งวัตถุดิบคืน ซึ่งล่าสุดจากการหารือกับบริษัทนำเข้าวัตถุดิบจากจีนว่าจะส่งคืนได้หรือไม่ ปรากฏว่าไม่สามารถส่งคืนได้ เพราะกฎหมายของประเทศจีนในการนำเข้ายาใหม่จะต้องเสียภาษีนำเข้า 30% หรือประมาณ 6 ล้านบาท ทำให้บริษัทจีนไม่ยินยอม เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณภาพยา หรือเป็นความผิดของบริษัท จึงได้มีการหารือและสรุปให้เป็นการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบ

"โดยทางบริษัทจีนจะส่งวัตถุดิบยาพาราฯที่ผลิตขึ้นใหม่จำนวน 144 ตันมาให้ไทย และไทยจะส่งคืนวัตถุดิบเก่ากลับไป โดยที่ไม่มีฝ่ายใดต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน วัตถุดิบจะส่งถึงไทย ส่วนจะสามารถผลิตในโรงงานแมสโปรดักชันที่ อภ.เตรียมรองรับไว้ผลิตยาได้หรือไม่นั้น ต้องดูที่ความพร้อม เบื้องต้นโรงงานดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. 2556 เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบการใช้เครื่องจักรเสียก่อน"รักษาการผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าว