วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่ามองข้ามภาวะ 'บังอรเอาแต่นอน'

อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการง่วง เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ปวดเวียนศีรษะ ความจำเสื่อม ทางแพทย์แผนจีนถือว่าใกล้เคียงกับภาวะชี่ไม่พอ

อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการง่วง อยากนอนตลอดเวลา บางครั้งเหมือนนอนหลับไม่สนิท รู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอน เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ปวดเวียนศีรษะ ความจำเสื่อม หลงลืมง่าย ปวดเนื้อปวดตัว ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น อาการดังกล่าวนี้ ทางแพทย์แผนจีนถือว่าใกล้เคียงกับภาวะชี่ไม่พอ

"ชี่ไม่พอ" ทางการแพทย์แผนจีนได้แบ่งแยกอาการที่จะแสดงออกมาดังต่อไปนี้ อันที่หนึ่งชี่ปอดไม่พอ (ปอดควบคุมผิวหนัง) อาการอาจแสดงมาจากทางผิวหนังและเส้นผม คือขาดเลือดมาหล่อเลี้ยงผิวหนังและเส้นผม ผู้ป่วยก็จะมีผมร่วงง่าย เป็นหวัดง่าย ผิวพรรณไม่สวย

ประการที่สอง ชี่มาเลี้ยงหัวใจและหลอดเลือดไม่พอทำให้เลือดหมุนเวียนช้า เกิดเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตามมา รวมถึงโรคเกี่ยวกับอวัยวะภายในต่างๆ ชี่ไม่พอยังส่งผลให้ขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ขาดเลือดไปเลี้ยงเอ็น อาจจะแสดงด้วยอาการเจ็บเอ็นบริเวณต่างๆ เช่น ฝ่ามือ นิ้วล็อก เป็นต้น

ผู้ที่ขาดชี่ไปเลี้ยงกระดูกจะมีอาการปวดเมื่อยตามตัวหลังตื่นนอน อาการเหล่านี้จะพบร่วมกับผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ซึ่งแสดงถึงภาวะชี่ไม่พอ

นอกจากนี้ ตำราโบราณของจีน ได้แบ่งคร่าวๆ ว่า การที่คนเรามีร่างกายที่อ่อนเพลียเกี่ยวข้องกับอวัยวะคือ ปอด ม้าม ไต ฉะนั้น ผู้ที่ตรากตรำทำงานหนักไม่มีเวลาพัก หรือผู้ที่ป่วยหนัก ป่วยเรื้อรัง ควรจะบำรุงอวัยวะเหล่านี้เป็นพิเศษ

สาเหตุของผู้ที่เรี่ยวแรงไม่ค่อยมีนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นมาแต่กำเนิด อาจเนื่องมาจากมารดาไม่ค่อยสมบูรณ์แข็งแรงขณะตั้งครรภ์ จึงส่งผลต่อเด็กในครรภ์ สาเหตุที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การทำงานมากเกินไปพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานภายใต้ความกดดันสูง ก่อให้เกิดความไม่สมดุลของการทำงานและการพักผ่อน ซึ่งพบมากในสังคมปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันในการทำงานสูง บางสังคมถึงกับมีความคิดที่ว่า การพักผ่อนเป็นเรื่องของคนขี้เกียจ ซึ่งจริงๆ แล้วการพักผ่อนเป็นการซ่อมแซมการสึกหรอของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่ทำงานหักโหม ทางแผนจีนถือว่าทำให้มีการกระตุ้นการใช้พลังงานไตมากขึ้น จึงเร่งให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะไตอ่อนแอเร็วขึ้น ผู้ป่วยก็จะมีอาการแก่ก่อนวัย เช่น ผมหงอกก่อนวัย ผิวพรรณเหี่ยวย่น มีริ้วรอยก่อนวัย และอาจพบได้ในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เช่น ยืนนานทั้งวัน

ส่วนผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้สมองและสายตามาก เช่น ต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เชื่อว่าจะกระทบต่อการทำงานของหัวใจและตับ หากร่วมกับการกินอาหารไม่เป็นเวลาแล้ว ยิ่งส่งผลให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา เป็นโรคอาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน ท้องผูก เป็นต้น

การแบ่งเวลาพักและเวลาทำงานให้สมดุลกันนั้น แนะนำว่า ให้ทำในแต่ละวันให้สมดุลดีกว่าที่จะโหมงานหนักติดต่อกันเป็นเดือน แล้วมาพักยาวทีเดียว อีกอาชีพหนึ่งที่ให้ระวังคือ "กลุ่มนักกีฬา" การซ้อมหนักโดยไม่ได้พัก นำไปสู่การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เอ็น กระดูก

นอกจากนี้การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานมากไป ทานอาหารขณะที่อยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียว ทานแบบรีบๆ กินไปคุยเรื่องงานไป หรือกินอาหารมื้อดึกเป็นประจำ จะทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบดูดซึมสารอาหารเสียไป ขณะที่ชนิดของอาหารที่รับประทานสามารถนำไปสู่ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง และเกิดการเสียสมดุลของร่างกาย เช่น อาหารเย็นจัดทำให้ระบบย่อยและดูดซึมเสีย อาหารเผ็ดและแอลกอฮอล์ทำให้กระเพาะอาหารร้อน นมและผลิตภัณฑ์นมทำให้มีเสมหะ อาหารทอดมันให้เกิดความร้อนชื้นเกิดการอักเสบ เช่น อักเสบผิวหนัง เป็นสิว ฝี อักเสบในช่องปาก คออักเสบ เป็นต้น

อาการอ่อนเพลียเรื้อรังยังพบได้บ่อยในผู้หญิงหลังคลอด หรือหลังแท้งแล้วไม่ได้พักอย่างเต็มที่ จึงควรระวังและให้ความสำคัญกับการอยู่ไฟหลังคลอด

ส่วนอาการอ่อนเพลียเรื้อรังถ้าร่วมกับอาการง่วงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารมื้อเที่ยง แล้วมึนงงศีรษะ อยากนอน ไม่สดชื่น ตกขาว ปัสสาวะแสบขั ด ท้องอืด แสดงถึงภาวะม้ามพร่อง จำเป็นต้องปรับสมดุลม้ามซึ่งอาจใช้วิธีฝังเข็มร่วมกับยาจีน