"สุกำพล"มั่นใจไฟใต้จบดี โวปลายปีเห็นผล เชื่อไร้บึ้มถ้าจำกัดเส้นทางเข้า-ออกเมือง แต่รับทำไม่ได้ เหตุคนใต้ไม่ยอม ยันแก้ปัญหาถูกทาง
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการก่อเหตุระเบิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เราพยายามดูแลให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นน้อยที่สุด เรื่องการวางระเบิดเรากำหนดไว้อยู่แล้วว่า จะไม่ให้เกิดขึ้นในเขตเมือง แต่ก็ยังมีอยู่ ซึ่งช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว แต่มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่จะดูแลบุคลากรทางการศึกษาได้ เพราะที่ผ่านมาดูแลได้อย่างดี ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกความรับผิดชอบของทหาร เพราะเรามีหน้าที่ตรวจดูความเรียบร้อยตามโรงเรียนหรือสถานที่ต่างๆ
แต่หากเป็นส่วนอื่น ๆที่หน่วยงานอื่นดูแลก็ให้หน่วยงานนั้นรับผิดชอบ แต่ในส่วนที่ทหารดูแลไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติงาน แต่ไม่ใช่ว่า จะโยนทุกอย่างให้ผู้ปฏิบัติ เพราะเขาทำงานด้วยความยากลำบาก ยังยืนยันคำเดิมว่า การทำงานของเราดีขึ้น แม้ว่า เขาจะโหมมากขึ้นก็ตาม แต่สิ่งที่เราคาดหวัง คือ ความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งข้อมูล ส่วนความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้านจากการไปประชุมรมว.กลาโหมอาเซียนมานั้น ได้พูดคุยกับอินโดนีเซีย โดยขอให้เขาช่วยเหลือ หากมีผู้ก่อความไม่สงบหลบไปอยู่ในพื้นที่เขา เราก็จะส่งรายชื่อให้เขาช่วยส่งตัวกลับมา ซึ่งทางอินโดนีเซียยินดีให้ความร่วมมือ
"ขณะนี้เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 1,700 นายลงไปในพื้นที่ โดยเน้นคนที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพและอยู่ในระดับหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงไป เพราะหากเป็นตำรวจปกติคงมีขีดความสามารถที่จำกัด ซึ่งตำรวจที่จะต่อสู้กับคนพวกนี้ต้องมีลักษณะคล้ายทหาร เข้มแข็งจึงจะต่อสู้ได้สูสีกัน ขอให้รอเวลาสักนิดจนเข้าที่เข้าทางก็จะมีการนำไปแทนกำลังทหารต่อไป ส่วนที่นายกรัฐมนตรีห่วงเป้าหมายอ่อนแอนั้น เป้าหมายอ่อนแอที่เราดูแลอยู่มีจำนวนมากเป็นล้านคน และต้องดูแลพื้นที่ต่างๆด้วยถือเป็นภาระมาก ต่างจากผู้ก่อเหตุที่ดูแลเฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่ขณะนี้กระทรวงงกลาโหมยังไม่มีนโยบายนำกำลังทหารลงไปเพิ่ม แต่ให้ใช้กำลังประจำถิ่นแทน ซึ่งมองว่า ประชาชนในพื้นที่เบื่อหน่าย เพราะไม่ได้มีความต้องการเหมือนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ขอให้มั่นใจว่า วันนี้เรามาถูกแล้วแต่ต้องใช้เวลา ซึ่งวันนี้เราทราบดีว่า มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบประมาณ 8-9 กลุ่ม ส่วนกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหาไม่สามารถบอกได้ว่า ใช้ระยะเวลาเท่าไร แต่เรามีเป้าหมายในใจ และประเมินผลแนวโน้มความเป็นไปได้ คิดว่า ในปลายปีนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี"
ส่วนการพูดคุยกับกลุ่มก่อความไม่สงบนั้น ช่วงนี้ประเทศมาเลเซียเพิ่งประกาศผลการเลือกตั้งจึงยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยหรือเจอกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่คิดว่า ผลการเลือกตั้งในมาเลเซียไม่น่าจะเกี่ยวกับการพูดคุย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของมาเลเซีย และมาเลเซียเป็นเพียงผู้ประสานให้เราพูดคุย เขาไม่ได้มีหน้าที่อะไรเกินกว่านั้น ทั้งนี้การพูดคุยบางอย่างต้องเป็นความลับบ้าง ไม่ใช่บอกกันหมด บางสิ่งพูดได้ก็พูด บางสิ่งพูดไม่ได้ก็ไม่สมควร เราต้องมีไต๋กันบ้าง ซี่งเรื่องการพูดคุยยังจำเป็นอยู่ แต่คงไม่มีการพูดคุยที่ไหนที่ทำแป๊บเดียวเสร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนที่มีโอกาสพูดเขาจะขออย่างสุดโต่ง เราจึงต้องมาคุยว่าจะเอาอย่างไร ต้องมองว่า ที่นี่คือประเทศไทย และเราคือ ฝ่ายที่ถูกต้อง เขาเป็นฝ่ายที่มีปัญหา เป็นฝ่ายที่ทำผิดกฎหมาย เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ต้องคิดกัน ไม่ใช่ขอมาแล้วให้หมด หรือมีการต่อรองกัน อย่างประเทศฟิลิปปินส์เขามีการพุดคุยทั้งใต้ดินและบนดินมาเกิน 20 ปีกว่าจะสำเร็จ
ส่วนกรณีที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอให้ตั้งคณะพูดคุยทีมเล็กเพี่อพูดคุยในทางลับขึ้นมานั้น ต้องขอบคุณ ขณะนี้มีคนให้ข้อเสนอมามาก ซึ่งเราได้นำความเห็นทั้งหมดนำมาพิจารณา หากข้อไหนดี เราจะดำเนินการ เพื่อมุ่งไปสู่การพูดคุยให้สำเร็จ แต่เรื่องความมั่นคงเป็นหัวหอก เสาหลักที่ตนต้องดูแล โดยตนจะลงภาคใต้เดือนละครั้ง เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และไปสอบถามปัญหาต่าง ๆ ที่ขัดข้อง
ส่วนที่มีแนวโน้มพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกในพื้นที่นั้น ยังไม่ได้คุยกัน ต้องไปคุยกันว่า ความเหมาะสมอยู่ตรงไหน ฝ่ายความมั่นคงจะนำไปพิจารณา เพื่อเสนอว่า จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายว่า หากพื้นที่ไหนสามารถยกเลิกกฎหมายที่มีความเข้มงวดได้ก็จะให้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามกฎหมายพิเศษมีไว้ เพื่อดูแลคนดี ดังนั้นคนดีไม่ต้องกลัว แต่คนไม่ดีและทำผิดกฎหมายจะกลัว ซึ่งกฎหมายพิเศษอาจทำให้เสียเวลาในการตรวจค้น แต่ไม่อยากให้เอาความสะดวกเล็กน้อยมาทำให้การทำงานในภาพใหญ่เสียไป เพราะถ้าเรากำหนดเส้นทางที่จะเข้า-ออกตัวเมืองให้น้อยลง เราจะควบคุมพื้นที่ได้ การก่อเหตุจะลดน้อยลงไป และเหตุระเบิดในเมืองไม่มีแน่ แต่ทำไม่ได้ เพราะคนในพื้นที่ไม่ยอม เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวก แต่หากชาวบ้านเป็นหูเป็นตาจะช่วยเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่า เรื่องภาคใต้จบได้ดีแน่









