หัวใจสำคัญของการศัลยกรรมเสริมจมูกก็คือ ความเป็นธรรมชาติ เสริมแล้วดูสวยขึ้นและต้องมาพร้อมกับความปลอดภัย
ศัลยกรรมจมูกในทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่เสริมดั้งสูงด้วยซิลิโคน หรือการปลูกถ่ายไขมัน แต่ยังครอบคลุมถึงปลายจมูกที่ต้องได้รูปทรงหยดน้ำ ถึงจะออกมาสวยสมบูรณ์แบบ
หัวใจสำคัญของการศัลยกรรมเสริมจมูกก็คือ ความเป็นธรรมชาติ เสริมแล้วดูสวยขึ้นและต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยด้วยเช่นกัน โดย“ซิลิโคน" ยังเป็นวัสดุพื้นฐานที่สำคัญ เนื่องจากสามารถตัดหรือดัดแปลงให้เป็นรูปทรงต่างๆ เพียงแต่ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของแพทย์ในการทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
ส่วนเทคนิคการเสริมจมูกด้วยการปลูกถ่ายไขมัน ที่ให้ความงามที่เป็นธรรมชาติและกล่าวถึงมากในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ทำกันมามากกว่า 30 ปีแล้ว
นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย อธิบายว่า จากเดิมที่นำไขมันจากหน้าท้องลักษณะเป็นชิ้นเล็กๆ มาวางเรียงเพื่อให้เกิดสันจมูกที่โด่งขึ้น ปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบโดยทำให้ไขมันดังกล่าวมีขนาดเล็กลง จนสามารถฉีดเข้าที่จมูกโดยไม่ต้องเจาะโพรงจมูก ทำให้ลดอาการบวมช้ำหลังเสริมจมูกลงมาก
เคล็ดลับการเตรียมไขมันก่อนฉีดเสริมจมูกคือ ควรทำให้แห้งหมาดๆ โดยใช้ผ้าก็อตซับ ทำให้มีจำนวนของสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้น และสเต็มเซลล์นี้เองที่ทำให้ไขมันที่นำไปปลูกถ่ายมีชีวิตต่อโดยไม่ละลาย ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Fat + Fat Stemcell Rich
“ข้อดีของการเสริมจมูกด้วยไขมันคือ ไขมันเป็นเนื้อเยื่อของคนไข้เอง ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม จึงไม่มีผลข้างเคียง รูปทรงเป็นธรรมชาติ ทั้งยังเป็นวิธีที่เหมาะกับเทรนด์ศัลยกรรมตกแต่งปลายจมูกเป็นรูปทรงหยดน้ำที่กำลังมาแรง เพราะสามารถแก้ไขปัญหาด้านรูปจมูกสั้นของสาวเอเชียได้เป็นอย่างดี"นพ.ชลธิศ กล่าว
ทั้งนี้ นพ.ชลธิศ ยังได้ริเริ่มการจัดงาน Masterclass Rhinoplasty การประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการด้านเสริมจมูกครั้งแรกในไทย เวทีถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถให้กับแพทย์รุ่นใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากแพทยสภา ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย
งานประชุมนี้มุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมจมูกอย่างละเอียด ว่ากันตั้งแต่เรื่องกายวิภาค โครงสร้างของจมูก การวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า เครื่องมือการเสริมจมูกและการตกแต่งจมูกด้วยวิธีต่างๆ ประเภทยาที่ใช้รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาจากการศัลยกรรมจมูก
นพ.จำรูญ ตั้งกีรติชัย ศัลยแพทย์ไทยที่คิดค้นและพัฒนาศัลยกรรมตกแต่งปลายจมูกเป็นรูปทรงหยดน้ำ กล่าวว่า รูปหน้าของสาวเอเชีย โดยเฉพาะจมูกมักมีปัญหาปลายจมูกสั้น ทำให้เป็นสันและได้รูปยาก จึงคิดต่อยอดด้วยการนำกระดูกอ่อนหลังใบหู ซิลิโคนและไขมัน มาใช้โดยพัฒนาเป็น 3 ขั้นตอน คือซิลิโคนจะเป็นตัวช่วยให้สันจมูกมีความสูงขึ้น แต่ต้องระวังในความสั้นยาวของซิลิโคน เพราะปลายจมูกของบางคนมีลักษณะบาง จึงอาจทำให้ซิลิโคนทะลุได้ ฉะนั้น ซิลิโคนจะวางเพียงด้านบนไม่ต้องถึงปลาย
ส่วนกระดูกอ่อนหลังใบหูเหมาะกับคนไทย เพราะปลายความโค้งของจมูกจะใกล้เคียงกับปลายพอดี ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญให้ได้จมูกรูปทรงหยดน้ำ ขั้นตอนที่ 3 คือการวางไขมันทับบนกระดูกหู เพื่อทำให้ปลายจมูกดูนุ่มนวล เป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่วนสาเหตุที่นำกระดูกหูมาใช้คือ นอกจากมีขนาดและคุณสมบัติเหมาะสมแล้ว เมื่อนำออกมาใช้ยังไม่ทำให้ใบหูผิดรูปอีกด้วย
ภายหลังจากเสริมจมูกด้วยวิธีนี้แล้ว ซิลิโคน กระดูกใบหูและไขมัน จะะวางเรียงซ้อนจนดูเป็นเนื้อเดียวกัน และเมื่อมีเลือดมาหล่อเลี้ยงจะเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังเป็นเนื้อเยื่อของตัวเอง ไม่เป็นของแปลกปลอมในร่างกาย และเมื่อมีการเอาเยื่อหุ้มกระดูกมาด้วย จะช่วยลดการหดตัวและทำให้เลือดไปเลี้ยงได้ง่ายขึ้น โอกาสติดเชื้อก็จะน้อยลงตามไปด้วย
"ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ใช้เทคนิคการเสริมจมูกด้วยวิธีนี้ พบว่าได้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ จมูกดูเป็นธรรมชาติและยาวขึ้น และสามารถอยู่ได้ตลอดชีพ นอกจากนี้ยังเสริมด้วยเทคนิคการตกแต่งปลายจมูก เพื่อทำให้รูปจมูกมีความสวยงามยิ่งขึ้น" นพ.จำรูญกล่าว
ปัจจุบันการทำศัลยกรรมเสริมจมูก จึงไม่ใช่เพียงการทำให้จมูกโด่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเสริมจมูกให้มีความสวยงามโดดเด่นเป็นธรรมชาติอีกด้วย









