วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวคลิตี้ล่างจี้ฟื้นฟูแวดล้อมกลับคืนภายใน3ปี

ชาวคลิตี้ล่าง จี้คพ.ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภายใน 3 ปี ชี้ขุดลอกลำห้วยคลิตี้คือทางออกที่ดีที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้(29 มี.ค.) กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่หมู่บ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ติดตามการจัดการตะกอนหางแร่ที่มีสารตะกั่วปนเปื้อน ด้วยการว่าจ้างบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด(มหาชน) ขุดตะกอนไปกำจัดนอกพื้นที่ ด้วยงบประมาณของปี 2554 จำนวน 6,947,510 บาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภานในวันที่ 2 เม.ย. นี้

นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา คณะกรรมการหมู่บ้านคลิตี้ล่าง เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ คพ.จัดทำแผนงาน วิธีการ และดำเนินการฟื้นฟูตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ ให้ครอบคลุมทุกฤดูกาล ทางคณะกรรมการและสมาชิกหมู่บ้านคลิตี้ล่าง จึงได้ปรึกษาหารือกันภายใน เกี่ยวกับเรื่องการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและลำห้วยคลิตี้ให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่า ต้องการให้ คพ.ทำการขุดลอกลำห้วยคลิตี้ตลอดลำห้วย ตั้งแต่บนลงล่าง ลึก 2 เมตร ในจุดที่มีตะกอนห่างแร่ตะกั่วทับถมอยู่ค่อนข้างมาก เพื่อให้สภาพแวดล้อมกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุดภายใน 3 ปี เนื่องจากชาวบ้านมีความเป็นกังวลว่าหากยังคงปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง อย่างเช่นในช่วงที่ผ่านมากว่า 15 ปี โดยไม่มีระบบการจัดการอย่างเป็นกิจลักษณะเข้าไปช่วย จะยิ่งทำให้ตะกอนหางแร่ตะกั่วฟุ้งกระจายเพิ่มมากขึ้น

นายกำธร กล่าวว่า ที่ผ่านมา คพ. ได้สร้างฝายดักตะกอนห่างตะกั่วเพื่อกรองตะกอนดินไม่ให้ไหลลงไปตามน้ำ แต่ทางฝั่งชาวบ้านเห็นว่ามันต้องใช้เวลานานมากกว่า 10 ปี จนกว่าสภาพลำห้วยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นการขุดลอกลำห้วยคลิตี้จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยในบ่ายวันนี้ในเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องการดำเนินงานฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ระหว่างชาวบ้าน กับ คพ. ตนก็จะนำข้อเสนอนี้เสนอในเวทีด้วย ส่วนข้อกังวลที่หลายคนกลัวว่าหากมีการขุดลอกลำห้วยจริง จะทำให้ชาวบ้านไม่สามรถใช้น้ำในระหว่างดำเนินการได้นั้น ชาวบ้านได้พูดคุยกันแล้วว่าจะยอมเสียสละไม่ใช้น้ำในระยะเวลาสั้น เพื่อแลกกับสภาวะของแหล่งน้ำที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในระยะยาว

"เงินค่าชดเชยที่ได้มันไม่ใช่คำตอบ แต่คำตอบที่ชัดเจนที่สุด คือเชาบ้านอยากให้มีการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว" นายกำธร กล่าว

นายกำธร กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องเงินชดเชยที่ทาง คพ.จะนำมาจ่ายให้ นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ กับชาวบ้านรวม 22 คน จำนวน 3 ล้านกว่าบาทนั้น ทางคณะกรรมการสมาชิกหมู่บ้านคลิตี้ล่าง ได้ทำการตกลงกันว่า แม้ศาลปกครองกลางจะสั่งให้ คพ.จ่ายค่าชดเชยให้เป็นรายบุคคล แต่จะไม่มีใครยอมรับเงินที่ได้ไปเก็บไว้กับตนเอง แต่จะมีการนำมาตั้งเป็นเงินกองกลาง คล้ายๆ กับกองทุนหมู่บ้าน โดยจะแบ่งเงินทั้งหมดออกเป็น 4 ก้อน นำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ภายในหมู่บ้านให้ดีขึ้น

"ส่วนเงิน 4 ก้อน จะถูกแบ่งไปใช้สำหรับปรับปรุงซ่อมแซมระบบน้ำประปาหมู่บ้านให้ดีขึ้น โดยจะนำไปรวมกับงบขององค์กรบริหารส่วนตำบล เพื่อที่ว่าหากมีการขุดลอกลำห้วยคลิตี้ ชาวบ้านจะได้ไม่ได้รับผลกระทบจากการไม่มีน้ำใช้ ตัั้งกองทุนรักษาพยาบาล ตั้งกองทุนส่งเสริมการประกอบอาชีพ และใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางไปศาล เพราะยังเหลือคดีค้างอีก 2 คดี" นายกำธร กล่าว

ด้าน นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมายังหมู่บ้านคลิตี้ล่างในวันนีิ้ มีวัตถุประสงค์อยู่ 2 ประการ คือ นำเงินค่าชดเชยที่ศาลปกครองกลางตัดสิน ให้ คพ.จ่ายให้ผู้ฟ้องคดี 22 ราย ภายใน 90 วัน จำนวนเงิน 3,898,390.10 บาท เฉลี่ยแล้วรายละ 177,199.55 บาท และติดตามการจัดการตะกอนดินที่ปนเปื้นห่างแร่ตะกั่วในหลุมฝังกลบเก่า จำนวน 8 หลุม ที่บริเวณลำห้วยคลิตี้ ตามข้อตกลงกับชาวบ้านที่จะต้องขุดไปกำจัดนอกพื้นที่ โดยงบประมาณที่ใช้ขุดหลุมฝังกลบในครั้งนี้ เป็นงบประมาณกันเหลื่อม ปี 2554 ซึ่งสามารถขุดได้ 4 หลุม ส่วนอีก 4 หลุมที่เหลือ คพ.จะเร่งดำเนินการยื่นของบประมาณ ปี 2557 ต่อไป