ผู้อำนวยการโครงการการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลภาคใต้ยันผุดท่าเรือปากบารา ชี้เป็นการก่อสร้างอุตสาหกรรมหนัก รองรับมาบตาพุด
นายบรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลภาคใต้ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ทุกคนเป็นห่วงโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา เนื่องจากสตูลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล แต่หากทันทีที่มีโครงการขนาดใหญ่เข้ามาจทำให้สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าวและใกล้เคียงได้รับผลกระทบทั้งหมด ซึ่งยังไม่รวมถึงสุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่ประชาชน อาจได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
เนื่องจากแผนพัฒนาจังหวัดของสภาพัฒน์ยืนยันชัดเจนว่าทันที่ที่เกิดการก่อสร้างท่าเรือเพื่อการขนส่งคมนาคมย่อมเกิดอุตสหากรรมหนักตามมาอย่างแน่นอน เนื่องจากลำพังการทำท่าเรือขนส่งนั้นไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ยกเว้นว่าต้องมีอุตสาหกรรมหนักเข้ามาลงทุนด้วยเท่านั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัยให้การลงทุนทั้งหมดก่อเกิดกำไร ขณะเดียวกัน อุตสหากรรมดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ชาวบ้านในพื้นที่กลัวมากที่สุดเช่นกัน เนื่องจากมีประสบการณ์กรณีผลกระทบจากชาวบ้านมาบตาพุด จ.ระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพอีสเทิร์นซีบอร์ดมากแล้ว
นายบรรจง กล่าวว่า ผลกระทบที่คาดว่าเกิดขึ้นแน่นอนคือ การสูญเสียพื้นที่ทางทะเลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรากว่า 4,730 ไร่ อันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ที่ชาวบ้านใช้จับกินแและจับขายหาเลี้ยงชีพ ภูเขาต้องถูกระเบิดถึง 8 ลูก และทรายชายฝั่งกว่า 20 ล้านคิว ถูกขุดเพื่อนำไปถมทะเลใช้สร้างท่าเรือน้ำลึก ที่ดินถูกเวนคืนในราคาถูกเพื่อใช้ขยายถนนและสร้างรถไฟรางคู่ แถมพื้นที่ชายฝั่งก็ถูกยึดไปทำคลังน้ำมันขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ภาษีของประชาชนเองก็จะถูกนำไปลงทุนกับโครงการเหล่านี้ในจำนวนมหาศาลเป็นหลายแสนล้านบาท แต่ผลประโยชน์ที่ได้กลับตกอยู่กับกลุ่มนายทุน ไม่ใช่ชาวบ้านอย่างที่อวดอ้างไว้
"สิ่งที่ชาวบ้านกลัวมากที่สุด คือเรื่องของอุตสาหกรรมที่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเข้ามาทันทีที่โครงการพัฒนาท่าเรือปากบาราเกิดขึ้น และเชื่อว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมหนักเพื่อรองรับปัญหานิคมอุตสาหกรรมที่มาบตาพุด และแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ที่ไม่สามารถขยับขยายพื้นที่ได้อีกทั้งเรื่องของคุณภาพสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนโครงการดังกล่าวจนกว่าจะมีการศึกษาให้ครบรอบด้านว่าเหมาะสมที่จะสร้างจริงหรือไม่ ทั้งนี้หากรัฐยังเดินหน้าภาคประชาชนเองก็ต้องเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบเช่นกัน" นายบรรจง กล่าว






