วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.วางแผนรับอาเซียน ห่วงโรคมาจากเคลื่อนย้ายคน

กระทรวงสาธารณสุข เร่งวางยุทธศาสตร์รับมืออาเซียน ห่วงโรคระบาดที่มาจากการเคลื่อนย้ายของคน เตรียมสร้างระบบในการดูแลด้านสุขภาพ

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในเวทีการจัดประชุมวิชาการประจำปีการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (HA National Forum) ครั้งที่ 14 จัดโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ในเรื่อง “ทิศทางและนโยบายสาธารณสุขไทย สู่ AEC” ว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ ที่จะเกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจหลายๆ ด้านรวมเข้าไว้ด้วยกัน ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายทั้งบุคลากร สินค้า แหละแหล่งผลิต ในหมู่ประเทศอาเซียน

สำหรับในวงการสาธารณสุขหลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดการไหลของบุคลากรทางด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล เข้าสู่ประเทศไทย แต่ทั้งนี้ต้องอย่าลืมว่าหากบุคลากรทางการแพทย์จะเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยต้องมีใบประกอบโรคศิลปะ การที่จะได้มาซึ่งใบประกอบโรคศิลปะดังกล่าวต้องมีการสอบ ซึ่งข้อสอบเป็นภาษาไทย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในอาเซียนที่ต้องการมาทำงานที่ประเทศไทย

ทั้งนี้ ปัญหาที่น่าเป็นห่วงในช่วงเข้าสู่ประชาคมอาเซียน น่าจะเป็นเรื่องของการเคลื่อนย้ายของประชาชนในอาเซียนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง เพราะจะทำให้โรคระบาดต่างๆ เกิดขึ้นมาก ทั้งเอดส์ ไข้หวัด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่ารักษาพยาบาลสำหรับชาวต่างด้าวที่มาอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในแต่ละปีประเทศไทยต้องสูญเสียเงินค่ารักษาพยาบาลให้แก่ชาวต่างด้าวราวๆ ปีละ 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า ไม่สามารถเก็บเงินได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องจัดระบบในการดูแลรักษา ซึ่งได้จัดทำผ่านระบบประกันสุขภาพแบบกลุ่มสำหรับคนต่างด้าว เพื่อป้องกันการสูญเสียรายได้ของประเทศโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้จะมีปัญหาเรื่องสินค้าจำพวกอาหารและยา ที่จะไหลเข้าสู่ประเทศมากขึ้น ซึ่งจะมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และด้อยคุณภาพ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นในการกำหนดยุทธศาสตร์และการวางแผนรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากเดิมที่ผลิตภัณฑ์จำพวกยาที่ผลิตในประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องผ่านมาตรฐาน GMP เมื่อเข้าสู่อาเซียนอาจจะต้องปรับปรุงมาตรฐานให้เป็น Asian GMP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในประเทศอาเซียน อันจะมีผลต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จำพวกยาไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้

ส่วนในเรื่องของอาหารนั้นกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดทำนโยบายคุณภาพอาหารปลอดภัย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพดี สามารถส่งออกอาหารไปยังนานาประเทศได้เพิ่มมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งสร้างมาตรฐานอาหารปลอดภัยให้เกิดขึ้น

สำหรับบุคลากรทางด้านการแพทย์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นจะต้องเสริมสร้างบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ การที่จะมีรายได้เพิ่มจากการให้บริการทางด้านสุขภาพ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรต้องมีทักษะในการทำงาน เพื่อดึงดูดให้ต่างประเทศเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามการพัฒนาดังกล่าวต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาของประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างการรักษาคนไทยและชาวต่างชาติ

"กระทรวงสาธารณสุขเองพยายามเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย ดังจะเห็นได้จากการเพิ่มงบประมาณรายหัวให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิมที่งบประมาณต่อหัวอยู่ที่ 1,200 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มเป็น 2,700 บาทต่อคนต่อปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณรายหัวเพิ่มขึ้นเป็น 2,900 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว โดยคาดว่าจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงการบริการด้านการแพทย์เพิ่มมากขึ้น"รมว.สาธารณสุข ระบุ