ว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยย่อมเกิดความวิตกกังวลใจในเรื่องครรภ์เป็นพิษ
ว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยย่อมเกิดความวิตกกังวลใจในเรื่องครรภ์เป็นพิษ คุณหมอแนะนำหนทางรับมือง่ายๆ ว่า การฝากครรภ์ป้องกันได้
ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclmapsia) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์ โดยสตรีตั้งครรภ์จะมีความดันโลหิตสูงร่วมกับการตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ
ภาวะครรภ์เป็นพิษนี้อาจพบในสตรีตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดี โดยมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุน้อยมาก หรือมีอายุมากกว่า 40 ปี ครรภ์แฝด การตั้งครรภ์ครั้งแรก สตรีตั้งครรภ์ที่มีโรคทางอายุรกรรมต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เบาหวาน และโรคไต และ SLE หรือที่รู้จักกันว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง สามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษมากขึ้น
นอกจากนี้ ภาวะครรภ์เป็นพิษมักจะเกิดหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ จนถึง 48 ชั่วโมงหลังคลอด ส่วนใหญ่จะพบภาวะนี้หลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ โดยสาเหตุของภาวะครรภ์เป็นพิษยังไม่ทราบแน่ชัด แต่หลักฐานทางการแพทย์ส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าน่าจะเกิดจากการพัฒนาของรกที่ผิดปกติ และในปัจจุบันยังไม่มีหนทางป้องกัน
รศ.นพ.บุญศรี จันทร์รัชชกูล สูตินรีแพทย์ ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า ภาวะครรภ์เป็นพิษไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน ต้องอาศัยข้อบ่งชี้ทางคลินิก โดยการตรวจร่างกายที่จะพบผล 2 ปัจจัยคือ ความดันโลหิตสูง 140/90 มม.ปรอท และตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 300 มก.ใน 24 ชั่วโมง
“โดยปกติแล้ว แพทย์จะวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษจากการมีความดันโลหิตสูง ร่วมกับการมีโปรตีนในปัสสาวะ ถือเป็นการวินิจฉัยที่ทำได้ยาก เนื่องจากอาการทั้งสองไม่ใช่อาการเฉพาะ โดยสามารถพบอาการแสดงที่คล้ายคลึงกับโรคและความผิดปกติอื่นๆ ในบางครั้งอาการของภาวะครรภ์เป็นพิษ อาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากโดยเฉพาะเมื่อใกล้กำหนดคลอด” สูตินรีแพทย์กล่าว
ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้นำเอาสารบ่งชี้ภาวะครรภ์เป็นพิษ คือ ระดับโปรตีนส่งเสริมการสร้างหลอดเลือด หรือ PIGF และโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือด หรือ sFlt-1 มาใช้ร่วมกับการวัดการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดที่เลี้ยงมดลูก เพื่อตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ รวมทั้งใช้ประกอบการวินิจฉัยครรภ์เป็นพิษในรายที่ซับซ้อน
หากพบว่ามีความไม่สมดุลระหว่างโปรตีนทั้ง 2 กลุ่มนี้ คือโปรตีนส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดมีระดับต่ำลง แต่โปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดมีระดับสูงขึ้น ก็จะทำให้แพทย์ทราบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าสตรีท่านนั้นอาจมีโอกาสสูงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษขึ้น
นพ.บุญศรี กล่าวเสริมว่า มีการศึกษาในสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ 71 คนเทียบกับหญิงตั้งครรภ์ปกติ 268 คน พบว่าสตรีที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษมีความไม่สมดุลระหว่างโปรตีนดังกล่าวในอัตราส่วนที่สูงกว่าสตรีตั้งครรภ์ปกติ
ด้วยเหตุนี้ การวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษโดยใช้สารบ่งชี้ดังกล่าว ให้ผลที่แม่นยำ 80% ภายในเวลา 18 นาที และยังมีความไวในการพบสูงมาก โดยสามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ที่ 20 สัปดาห์ ทำให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงได้ก่อนและดูความรุนแรงของโรคพร้อมทั้งวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
ในกรณีที่อาการยังไม่รุนแรง สูตินรีแพทย์ชี้ว่า สามารถรอดูอาการของทั้งมารดาและทารก และให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปได้ สำหรับในกรณีที่อาการรุนแรงแพทย์จะรับสตรีตั้งครรภ์เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
“แต่หากรุนแรง จะเป็นอันตรายต่อแม่และทารกในครรภ์ แพทย์อาจจะวินิจฉัยให้สิ้นสุดการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเพียงวิธีเดียวในการรักษาครรภ์เป็นพิษ” คุณหมอกล่าว
ปัจจุบัน แม้จะสามารถการตรวจข้อบ่งชี้ภาวะครรภ์เป็นพิษได้ คุณหมอแนะนำว่า ว่าที่คุณแม่และครอบครัว จำเป็นต้องใส่ใจสุขภาพ และหมั่นสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการตรวจสุขภาพตามนัดหมายของแพทย์ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชีวิตใหม่ที่จะเกิดมาอย่างปลอดภัย แข็งแรง
การวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษ
- กลุ่มเสี่ยงคือ คนที่ตั้งครรภ์ครั้งแรก คนที่มีน้ำหนักตัวมาก คนที่เป็นโรคเบาหวาน คนที่มีประวัติความดันโลหิตสูง แม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป หรือแม่อายุน้อยแต่เป็นครรภ์แรกก็พบได้
- ดูอาการทางคลินิกเป็นหลัก
- ความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรในผู้ที่ไม่มีประวัติความดันโลหิตสูงเรื้อรังมาก่อน
- มีโปรตีนออกมาในปัสสาวะ
- เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย






