รมว.ทรัพยากรฯลุยแก้แล้งอีสาน ปลุกผีสร้างเขื่อนลำสะพุงกั้นน้ำชี
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับกรมกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ร่วมเดินทางลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ เพื่อที่รัฐบาลจะใช้เป็นนโยบายกระจายเงินกู้กว่า 3.3 แสนล้านบาทลงพื้นที่ในการนำมาช่วยแก้ปัญหา และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และเกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำซากทุกปี 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.หนองบัวแดง,หนองบัวระเหว,จัตุรัส และที่อ.เนินสง่า ทั้งนี้จ.ชัยภูมิ เกิดปัญหาราษฎรขาดน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่จำนวนมาก และต้องการขอความช่วยเหลือ ในเบื้องต้นด้วยการนำเครื่องจักรชุดปฏิบัติการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาช่วยขุดเจาะไว้ให้เป็นแหล่งร่วมกันใช้น้ำในชุมชนประจำทุกอำเภอ รวม 4 จุด เพื่อมีแหล่งน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคช่วงหน้าแล้งปีนี้
นายปรีชา เผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ทางนายกฯ และรัฐบาล ได้มอบหมายให้ลงมาดูปัญหา ในภาคอีสานโดยตรงที่กำลังเกิดปัญหาภัยแล้ง หรือน้ำท่วม ซ้ำซากมานาน ซึ่งเบื้องต้นในส่วนจ.ชัยภูมิ มีพื้นที่ขาดน้ำอุปโภคบริโภคหนัก ใน 4 อำเภอ ก็ได้เร่งนำชุดขุดเจาะบ่อบาดาล จากรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงมาช่วยแล้ว โดยโครงการที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม ในระยะยาว ที่ จ.ชัยภูมิ คือโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง ที่กรมชลประทานคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เรื่องงบประมาณขณะนี้ไม่มีปัญหา เพราะส่วนนี้จะสามารถอุดหนุนงบประมาณเงินกู้จำนวนมาก 3.3 แสนล้านบาท มาช่วยได้ ที่ในส่วนของภาคอีสานตั้งไว้ทั้งหมด สำหรับโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่ไว้หมดหมดมีไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท
"การมาวันนี้เพื่อเร่งติดตามความคืบหน้าว่าส่วนใดที่จะเป็นปัญหาโครงการนี้เดินไม่ได้ ก็ให้ปรับแผนใหม่ เพื่อให้เกิดการก่อสร้างให้ได้ในเร็วๆนี้ ถ้าส่วนไหนไปกระทบพื้นที่ป่าชุ่มน้ำนานาชาติ ก็ต้องปรับพื้นที่หลบไป ก็น่าจะเป็นแนวทางให้โครงการนี้สามารถเดินต่อไปได้ และขอให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการโดยเร็ว รวมทั้งในส่วนที่จะมีพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) มีพื้นที่ป่าถูกน้ำท่วมไปด้วย บางส่วนรวม 1,100 ไร่ ก็ต้องยอม ซึ่งในส่วนที่ผมดูแลกระทรวงนี้อยู่ก็ประสานพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ที่ในเบื้องต้นก็ยอมมอบพื้นที่ให้กรมชลประทานไปศึกษาแผนก่อสร้างต่อไปบางส่วนแล้ว ซึ่งหากโครงการนี้เสร็จเขื่อนจะมีความจุสูงกว่า 32 ล้าน ลบ.ม. และมีพื้นที่ถูกท่วมท่วมในโครงการเพียงประมาณ 1,131 ไร่ แต่จะช่วยแก้ปัญหาช่วงน้ำท่วม และภัยแล้ง ให้กับประชาชนในพื้นที่ในช่วงหน้าแล้งสูงกว่า 14,400 ไร่ ช่วงหน้าฝนได้กว่า 24,000 ไร่ ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลเร่งให้ดำเนินการโดยเร็วเพื่อที่จะส่งจ่ายเงินอุดหนุนก่อสร้างโครงการจากกองทุนเงินกู้ 3.3 แสนล้านบาท จากนี้ไปได้ทันท่วงทีต่อไป"นายปรีชา กล่าว








