วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็นจีโอล่ารายชื่อทั่วโลก1ล้านห้ามค้างาช้าง

เอ็นจีโอร่วมล่ารายชื่อทั่วโลก 1 ล้านชื่อปฎิรูปกฎหมาย ห้ามค้างาช้าง ชงเสนอนายกรัฐมตรีใช้อำนาจสั่งยุติค้างาช้างในไทยชั่วคราว

ปัญหาการลักลอบและฆ่าช้างป่าแอฟริกาซึ่งประเทศไทยถูกโจมตีจากเอ็นจีโอว่าเป็นแหล่งค้างาช้างผิดกฎหมายใหญ่ที่สุดในระดับโลกเป็นอันดับสอง รองจากจีน โดยเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ทางองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)ประเทศไทย ร่วมกับ องค์กรทราฟฟิค (TRAFFIC) จัดกิจกรรม "ไถ่ชีวิตช้างด้วยชื่อ ช่วยช้างแอฟริกา หยุดค้างาช้างในไทย" ทั้งนี้เพื่อแสดงพลังร่วมกันรักษาชีวิตช้าง แทน 1 เสียงในการสนับสนุนเพื่อหยุดฆ่าช้างแอฟริกา และค้างา ช้างของไทยขึ้น

น.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่าถึงแม้ว่าทางกรมอุทยาน จะเริ่มดำเนินการในการขึ้นทะเบียนเพื่อควบคุมการค้างาช้างร่วมกับผู้ประกอบการในไทยแล้ว แต่ภาพรวมงาช้างผิดกฎหมายจากแอฟริกายังคงทะลักดข้ามาในไทยจำนวนมาก ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลประ กาศยุติการค้างาช้างของไทยไปชั่วคราวก่อน จากนั้นจึงค่อยมากำหนดหรือวางระเบียบและอุดช่องโหว่ให้ชัดเจนก่อน จึงค่อยเปิดให้ค้าขายได้

"อยากเรียกร้องให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ใช้เวทีการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ 16 ประกาศว่าเพราะอะไรไทยถึงแก้ปัญหาลักลอบค้างาช้างไม่ได้ รวมทั้งต้องแสดงจุดยืนว่าไทยจะทำอะไรเพื่อหยุดการส่งเสริมล่าและฆ่าช้างเอางาส่งมาขายในไทย นอกจากนี้อยากให้กรมอุทยาน ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนว่างาช้างที่อ้างว่าได้มาจากช้่างงาที่มีตั๋วรูปพรรณเพื่อนำมาแปรรูปนั้นสัมพันธ์กันหรือไม่ เพราะช้างงาที่มีอยู่มีจำนวนน้อย คงไม่มีงามากเพียงพอตามควา ต้องการของตลาด" เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าว

ตั้งเป้า 1 ล้านชื่อทั่วโลกยุติค้างาช้างไทย

น.ส.จันทร์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า WWF กล่าวว่า ประเทศไทยนั้นถูกจับตามองว่าเป็นแหล่งตลาดงาช้างที่ไม่มีการควบคุมแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีการควบคุมงาช้างแอฟริกา ก็ตามแต่ว่ากฏหมายไทยอนุญาตให้ค้างาช้างบ้านได้ จึงทำให้สวมรอยได้ง่าย ดังนั้นไทยต้องปิดช่องโหว่ตรงนี้ เพราะมีข้อมูลว่างาช้างในแอฟริกาถูกฆ่าตายปีละหลายหมื่นตัวเพื่อเอางาช้างส่งมาในเอเชีย โดยเฉพาะ 2 เดือนแรกของม.ค.55 มีช้างในอุทยานบัวบส นัดจิดา แคเมอรูน ฆ่าช้างเอางาถึง 400 ตัว

"สำหรับรายชื่อที่รวบรวมไว้นี้ ตั้งเป้ารณรงค์ให้ได้ 1 ล้านเสียงจากทั่วโลกภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งปัจจุบันได้มาแล้ว 4 แสนรายชื่อรวมทั้งของลีโอนาโด ดาราดังด้วย จากนั้นจะเสนอต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ไทยหยุดค้าผลิตภัณฑ์จากงาช้างทั้งหมดไว้ก่อนการประชุมไซเตส โดยให้ใช้กฏหมายควบคุมหยุดค้าชั่วคราว จากนั้นจัดระเบียบกฏหมายใหม่ โดยเสนอให้ช้างบ้านและช้างป่า ที่อยู่ในพรบ. คุ้มครองสัตว์ป่า ส่วนช้างบ้านซึ่งถูกแยกการคุ้มครองในพ.ร.บ.สัตว์พาหนะของกรมการปกครอง มาอยู่ในพรบ.ควบคุมชนิดเดียวกันก่อน"น.ส.จันทร์ปาย กล่าว

จีน-ญี่ปุ่นเลิกค่านิยมทุกชนิด

ด้าน ไกรศักดิ์ ชุุณหะวัณ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์การค้าผ่านสัตว์ป่าหลายชนิดทั้งงาช้าง หูฉลาม ตัวลิ่นและส้ตว์ป่าอื่นๆ โดยเฉพาะงาช้างเพิ่มขี้นไม่ถอยลงทั้งที่มีการรณรงค์มีแพร่หลายขึ้น ทั้งนี้คงมาจากความต้องการยังมีมากไม่ว่าจะเป็นเนื้อช้าง งาช้างโดยเฉพาะจากจีน บางคนเป็นคนใหญ่โต พยายามค้าเสือจากไทยไปจีนนับ100 ตัว ซึ่งจีนมีความนิยมในการบริโภคตราบใดที่ยังมีตลาดซื้อในราคาแพงก็จะไม่มีการยุติและเราคงต้องรณรงค์ไปยังประทศผู้บริโภค โดยเฉพาะจีน และญี่ปุ่นที่นำไปประดับบ้าน และเครื่องประทับตรา เป็นต้น