เป็นคนชอบออกกำลังโดยเฉพาะการ เต้น ทำให้เวลาต้องออกไปทำงานเป็นกรรมการตัดสินเชียร์ลีดเดอร์หรือยิมนาสติกที่ใดก็ตาม ใจมันพาลจะเต้นตาม
ความที่เป็นคนชอบออกกำลังโดยเฉพาะการ “เต้น” ทำให้เวลาต้องออกไปทำงานเป็นกรรมการตัดสินเชียร์ลีดเดอร์หรือยิมนาสติกที่ใดก็ตาม ใจมันพาลจะเต้นไปตามท่วงทำนอง
เหมือนมีอะไรเคาะจังหวะอยู่ในใจ
ในหัวก็เริ่มจินตนาการเต้นยุกยิกอยู่แล้ว เมื่อครั้งที่ไปนำเสนองานวิจัยปริญญาเอกกับอาจารย์กฤษดาที่เมืองโลซานน์หลายปีมาแล้ว ตอนนั้นดิฉันก็ได้ไปร่วมขยับตัวขยับเท้าตามจังหวะกับเพื่อนนักกีฬาหลายชาติ สนุกสนานมาจนเดี๋ยวนี้ยังไม่ลืมเลยค่ะ
ซึ่งดิฉันก็ไม่ใช่คนที่พูดภาษาอื่นที่นอกเหนือจากภาษาอังกฤษได้ แต่พอเข้าไปอยู่ในวงเพื่อนชาวฝรั่งเศส,เยอรมัน,สเปน,จีน,ญี่ปุ่นฯลฯแล้วทุกอย่างมันก็ไปของมันได้เอง เข้าใจกันรู้เรื่องได้โดยไม่ต้องใช้วัจนภาษาแต่อย่างใด
อย่างนี้กระมังคะที่เขาเรียกว่า กีฬาเป็นภาษาสากล
ถ้าเราจะเข้าประชาคมอาเซียนก็น่าจะใช้กีฬาที่ว่าเป็นตัวเชื่อมสัมพันธภาพ ขอแค่อย่าทะเลาะกันกลางสนามก็น่าจะพอแล้ว ที่เหลือกีฬาจะช่วยกระชับความเข้าใจดีๆให้กันเอง
โดยเฉพาะการเต้นนี่ละค่ะ
เต้นและโยก ไล่โรคได้สุขภาพดี
จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องของการเต้นลงไปแล้ว แต่ในครั้งนี้จะขอขยายความการเต้นแบบพิเศษ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพให้ท่านได้ เปรียบได้กับยาอมตะที่ทำให้เป็นหนุ่มสาวกระฉับกระเฉงอยู่ไม่รู้คลายเลยทีเดียว
ไปเริ่มเต้นด้วยกันเลยนะคะ
อย่างแรกค่ะเต้นแบบฝึกจังหวะ โดยเริ่มจากการย่ำเท้าหรือ “มาร์ชชิ่ง” ย่ำอยู่กับที่นี่ละค่ะ ย่ำไปก่อน
การย่ำเท้ามีอยู่สองแบบ คือ ย่ำแบบกว้าง (Marching out) กับย่ำแบบแคบ (Marching in)
ข้อถัดมา คือ การเดิน อย่าเพิ่งใจร้อนนะคะ ก่อนจะเต้นกันได้ถูกหลักนี่ต้องเดินกันให้ถูกวิธีก่อน การเดินนั้น คือ การขยับขาไปตามทิศที่ต้องการ โดยถ่ายน้ำหนักตัวจากเท้าหนึ่งไปอีกเท้าหนึ่งให้ “เต็มเท้า” ฝึกเดินไปทั้งเดินหน้า,เดินหลัง,เดินเฉียงในทิศต่างๆ
ต่อมาเป็นการยกเข่า (Knee up) เป็นท่าพื้นฐานในการพัฒนา “กล้ามเนื้อต้นขา” ซึ่งอันนี้สำคัญมาก ท่านที่ปวดเข่าบ่อยจนรู้สึกรำคาญ ให้ออกท่ายกเข่านี้จนรู้สึกว่าหน้าขาตึงแล้วจะช่วยลดอาการปวดเข่าได้มาก
จากนั้นเป็นท่าเตะขา คือ ใช้ขาของเราวาดซ้าย ป่ายขวา ไปตามทิศต่างๆ ทั้งข้างหน้า,ข้างหลัง,เฉียงๆ โดยมีเคล็ดวิธีก็คือ ถ้าเตะขาถูก จะไม่รู้สึกเหมือนเข่าถูกสะบัดค่ะ
ต่อมาเป็นท่าช่าช่าช่าค่ะ คือ การก้าวเท้าสลับกันหน้าหลัง โดยเริ่มจากก้าวเท้าหนึ่งไปด้านหน้าแล้วย่ำเท้า หลังจากนั้น เอาเท้าที่ก้าวหน้ากลับลงมาแล้วก็ย่ำ ย่ำ ย่ำ ก่อนจะสลับเท้าวนไปดังเริ่มอีก
ท่านี้สนุกดีค่ะ ดิฉันชอบเป็นการส่วนตัวด้วย
สำหรับท่าสุดท้าย เป็นท่า “แมมโบ้ (Mambo)” คือ การก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้าแล้วย่อเข่าลง ก่อนวาดเท้ากลับมาสู่ที่เดิม แล้วก็ทำสลับข้างกันไปอย่างนี้ค่ะ
ท่าแมมโบ้นี้ฝึกไปเรื่อยจนคล่อง ท่านจะสามารถโยกไปทางด้านข้างหรือเฉียงๆ ก็ยังได้นะคะ
ท่าเต้นที่ว่ามาทั้งหมดจะทำให้ท่านได้โยกกล้ามเนื้อ ยืดไขข้อ และช่วยให้อาการปวดเมื่อยตึงตัวของกล้ามเนื้อที่เกิดจากความเครียดและการทำงานหนักมาตลอดทั้งวันหายไปได้ ยิ่งถ้าได้ดนตรีมันๆ ประกอบจังหวะด้วย จะทำให้เต้นได้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ
ที่สำคัญคือ ท่าเต้นเหล่านี้ทำง่าย ช่วยดึงสมาธิได้ดีด้วย
ตรงตามหลักอายุรวัฒน์ทุกประการค่ะ






