"หมอประเสริฐ"ห่วงเปิดประชาคมอาเซียนโรคติดต่อระบาด เช่น โรคคอตีบ ไอกรน คางทูม หัด หัดเยอรมัน โปลิโอ ไข้กาฬหลังแอ่น พุ่ง
ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "โรคติดต่ออุบัติใหม่ ความท้าทายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข" ว่า โรคติดเชื้ออุบัติใหม่กว่า 70% เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ล่าสุดที่มีการรายงานคือการติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในแถบตะวันออกกลาง 3 ประเทศ คือ จอร์แดน กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย สงสัยว่า เป็นเชื้อที่มาจากค้างคาว ทั้งนี้ประเทศไทยได้เฝ้าระวังคนที่ไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบียที่กลับมาแล้วมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ แต่ผลการตรวจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่พบเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด ดังนั้นคงต้องเฝ้าระวังและพัฒนาการตรวจต่อไป นอกจากนี้ โรคที่ยังต้องเฝ้าระวังคือโรคไข้หวัดนกเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยเช่น เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย พบการระบาดทั้งในสัตว์และในคน
อย่างไรก็ตาม ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อมีการเปิดประชาคมอาเซียน ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ การระบาดของโรคชนิดต่างๆ โดยทุกประเทศต้องช่วยกันเฝ้าระวังหลายโรค เช่น โรคคอตีบ ไอกรน คางทูม หัด หัดเยอรมัน โปลิโอ ไข้กาฬหลังแอ่น โดยเฉพาะโรคคอตีบที่หายไปเกือบ 20 ปี มีการพบผู้ป่วยในหลายจังหวัด ส่วนหนึ่งมาจากการไปมาหาสู่กันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
"สำหรับโรคคอตีบที่น่าห่วงคือในคนอายุ 20 ปีขึ้นไปที่ภูมิคุ้มกันโรคหายไปเพราะวัคซีนอยู่ได้ประมาณ 20 ปี ดั้งนั้นในคนที่อายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรื้อฟื้นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบให้กับผู้ใหญ่อายุ 20 ปีขึ้นไปหรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้นอาจเริ่มที่บุคลากรทางการแพทย์ก่อน" ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ผอ.สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการมีผู้ป่วยโรคคอตีบประมาณ 62 รายเสียชีวิต 6 รายปีนี้ยังไม่พบผู้ป่วย อย่างไรก็ตามกรมควบคุมโรคกำลังทำวิจัยโดยการเจาะเลือดหาภูมิคุ้มกันในประชาชนอายุ 20 ปีขึ้นไปใน 4 ภาค โดยมีการเจาะเลือดหาภูมิคุ้มกันก่อนฉีด และหลังฉีดวัคซีน ผลในเบื้องต้นพบว่า ในกรณีที่เจาะเลือดมาตรวจก่อนฉีดวัคซีนพบว่าภูมิคุ้มกันมีน้อย ส่วนการเจาะเลือดมาตรวจภายหลังฉีดวัคซีนพบว่าสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นได้
"จากข้อมูลพบว่าในคนอายุ 20-50 ปีภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบมีน้อยที่สุด ในขณะที่คนอายุต่ำกว่า 20 ปีภูมิคุ้มกันยังดีอยู่เนื่องจากได้รับการฉีดวัคซีน รวมถึงคนแก่อายุมากแล้วภูมิคุ้มกันก็ยังดี เนื่องจากมีการติดเชื้อตามธรรมชาติและร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรค อย่างไรก็ตามหากผลการวิจัยได้ข้อสรุปแล้ว คาดว่าจะนำมาสู่การพิจารณาฉีดวัคซีนให้กับคนอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยถ้าหากต้องการป้องกันการติดเชื้อต้องฉีดวัคซีนให้มากที่สุด เพราะวัคซีนป้องกันโรคคอตีบไม่ได้ป้องกันการแพร่เชื้อ คนที่ฉีดแล้วยังสามารถแพร่เชื้อได้"นพ.โอภาส กล่าว









