ยังมีอาหารจานเด่นที่นักชิมไม่ควรพลาด แม้ในชั่วโมงเร่งด่วน ได้แก่เมนูเรียกน้ำย่อย หอยเชลล์จี่กับน้ำสต็อกทะเลกับซอสฮอลแลนเดส (Pan-seared scallops prepared with crustacean stock and served with hollandaise sauce) ในจานสวยตกแต่งด้วยผักไมโครและดอกไม้กินได้ จานหลักมีให้เลือกระหว่าง เนื้อแกะนิวซีแลนด์อบกับมันฝรั่งกงฟีและหน่อไม้ฝรั่ง (New Zealand roasted lamb fillet with confit potato and green asparagus) เนื้อแกะเทนเดอร์ลอยน์ที่นุ่มมากอบโดยไม่ได้ซูวี โรยหน้าด้วยสมุนไพรจากพืชผักหลายชนิด จัดลงจานอย่างสวยงาม หรือ ปลามังค์จากทะเลเหนือกับพอมเม่ซูเฟล่ หรือมันฝรั่งทอดสไตล์ฝรั่งเศส (pan seared North Sea monkfish with pommes souffle)
ใครเลือกเซต 3 คอร์ส เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย ล็อบสเตอร์กับฟัวกราส์กับผักดองและสลัดผักสด (Lobster and foie gras with pickled vegetables and fresh salad) จานหลักเป็น ปลาเทอร์บอทกับเซเลอรี่และเห็ดแชนเทอเรลล์ (North Sea turbot, served grilled with celery and chanterelle mushrooms) เนื้อปลานุ่มและหอมกับซอสเห็ดแสนจะเข้ากัน กับของหวานหน้าตาสวยหวาน รูบาร์บกับโยเกิร์ตและราสพ์เบอร์รี่วานิลลาซอส (Rhubarb with yoghurt and raspberry and vanilla sauce)
และตอนนี้เชฟเฮงค์ แต่งตั้ง ริค ดินเจน (Rick Dingen) เชฟหนุ่มไฟแรงวัย 25 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ให้เป็น Chef de Cuisine คนใหม่ประจำห้องอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์น “ซาเวลเบิร์ก” ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะเชฟเฮงค์นอกจากเป็นเชฟไอดอลแล้ว ยังเป็นเชฟที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ การได้ร่วมงานกับเชฟเฮงค์จึงเสมือนความฝันที่เป็นจริง…