วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘Bike’ คัมแบ็ค อานิสงส์โควิด-19

แรงบีบคั้นช่วง 'ล็อกดาวน์' ผลักดันให้วงการจักรยานกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทั้งจากการปั่นเพื่อเดินทาง และปั่นเพื่อออกกำลังกาย ด้วยโปรแกรมสนุกๆ อย่าง Zwift

มาตรการล็อคดาวน์ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของ ‘โรคโควิด-19’ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วยตัวเลขจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่น้อยลง แต่ด้านหนึ่งของการ ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ กลับสร้างแรงกดดันจากพฤติกรรมของคนที่จำเป็นต้องเปลี่ยนไป โดยเฉพาะนักกีฬาทั้งหลายแทบจะลงแดง เพราะไม่ได้ออกไปใช้แรงข้างนอก อย่างมากก็ Workout From Home

สำหรับกีฬาจักรยาน หลังจากสิ้นสุดจุดพีคในช่วงอีเวนท์ Bike For Mom และ Bike For Dad ความนิยมในวงกว้างก็เรียกได้ว่าดิ่งเหว พวกรักแท้ก็ยังไม่ทิ้ง ส่วนคนไม่รักจริงก็ทั้งจอดพิงให้ฝุ่นจับหรือไม่ก็ขายให้จบๆ ไป จนกลายเป็นภาวะซบเซาอย่างที่สุดตั้งแต่จำนวนนักปั่นไปจนถึงการล้มตายของร้านจักรยาน

  • ตื่นจากฝันร้ายด้วยไวรัส

ตามรายงานข่าวของ BBC ประเทศอังกฤษ ถึงแม้เมืองผู้ดีจะขึ้นชื่อเรื่องระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและมีคุณภาพลำดับต้นๆ ของโลก และหลายประเทศกำลังพยายามเดินรอยตามในเรื่องการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นการสัญจรหลัก แต่การระบาดของโควิด-19 มาเปลี่ยนพฤติกรรมคนอังกฤษให้กลับตาลปัตร เนื่องจากความไม่ไว้วางใจว่าอาจติดเชื้อจากระบบขนส่งสาธารณะ ยืนยันด้วยผลสำรวจจากบริษัท SYSTRA พบว่า ชาวอังกฤษ 61 เปอร์เซ็นต์กังวลต่อเรื่องนี้

ประชาชนจำนวนมากจึงหันมาใช้ยานพาหนะส่วนตัว แต่ไม่ใช่รถยนต์ เพราะสิ่งที่พวกเขาซื้อคือ ‘จักรยาน’ ด้วยเหตุผลทั้งเรื่องราคา, สภาพการจราจรที่ปลอดโปร่งกว่าเก่า รวมถึงสภาพอากาศไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางด้วยจักรยาน

สำหรับประเทศไทยที่เคยมียุครุ่งเรืองของจักรยานเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมียุคตกต่ำแบบขึ้นสุด-ลงสุด เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเช่นกัน ปัจจุบันได้รับอานิสงส์จากโรคนี้พอสมควร

สาโรช กาญจนานนท์ อดีตผู้ฝึกสอนจักรยานทีมชาติเนปาลและปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แสดงความคิดเห็นว่า จากจุดอิ่มตัวครั้งอีเวนท์ใหญ่ระดับชาติอาจทำให้คนจับจ่ายซื้อของจักรยานจนหนำใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นขาจร สายแฟชั่น และคนมีกำลังซื้อไม่มาก เหล่านี้หยุดชะงักการจับจ่ายใช้สอยอย่างเบ็ดเสร็จ ลากยาวมาจนถึงการระบาดระดับโลกของโควิด-19

จนในที่สุดมาตรการป้องกันโรคดังกล่าวก็สร้างแรงผลักดันให้เกิดนักปั่นหน้าใหม่จำนวนไม่น้อย ส่วนหน้าเก่าก็มีไฟที่จะปัดฝุ่นจักรยานคันเก่งออกมาโลดแล่นอีกครั้ง

Pc7AmUEm

  • ปั่นสนั่นจอ

สำหรับพวกรักจริง แม้ไม่ได้หวัง ‘แต่ง’ แต่จิตวิญญาณนักแข่งยังคุกรุ่น การอยู่บ้านเปรียบเสมือนกรงขังร่างกาย แต่หัวใจหาได้ถูกกักขังไม่ คนคิดจะปั่นก็ต้องหาวิธีปั่นจนได้ และปัจจุบันเทคโนโลยีก็เกื้อหนุนให้แม้จะปั่นในบ้านก็ยังสนุก สมจริง

อาจเคยเห็นหรือได้ยินกิตติศัพท์ของกิจกรรมปั่นจักรยานบนอุปกรณ์ฝึกซ้อม (Trainer) แต่มีอุปกรณ์ตรวจจับการออกกำลังกายแล้วแสดงผลไปยังหน้าจอรูปแบบเดียวกับเกมคอนโซล บางคนอาจเรียกเหมารวมว่าคือ Zwift (สวิฟท์) ทว่าจริงๆ แล้วนั่นเป็นเพียงชื่อของโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมกว่าเพื่อน

“Zwift ไม่ใช่ของใหม่อะไรนะ มีมาน่าจะเป็น 10 ปีแล้ว แต่เมื่อก่อนที่เราออกไปปั่นจักรยานข้างนอกได้ มันก็เลยถูกมองข้ามไป คนก็ไม่ให้ความสำคัญเท่าไร พอมาเจอเรื่องการปิดสนามปั่นจักรยาน ห้ามออกไปปั่นตามที่ต่างๆ มีเรื่อง Social Distancing เข้ามา การเข้ามาปั่นใน Zwift คือการได้กลับมาออกกำลังกายอีกครั้งโดยที่เราปั่นอยู่ในบ้านของเราเอง” สาโรช กล่าวในฐานะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการใช้โปรแกรมเหล่านี้ในสมาคมกีฬาจักรยานฯ จากการคลุกคลี เขาบอกว่ามีข้อดีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ความสะดวกสบาย ไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อออกไปปั่นจักรยาน กระทั่งพบว่าการปั่นอยู่บ้านได้ระยะทางกับระยะเวลามากกว่าเดิมเสียอีก

“Zwift มี 6 แผนที่ใหญ่ๆ แต่ละแผนที่มีเส้นทางย่อยๆ อยู่ข้างใน ก็เหมือนเราเล่นเป็นเกม เคลียร์ไปทีละด่าน ของ Zwift เราปั่นจบเส้นทาง จบแผนที่ ไล่เก็บไป และจะมีเล่นอีกแบบคือถ้าเรา 100 กิโลเมตรต่อเนื่อง ก็จะได้เสื้อสามารถสีขาวในเกม หรือถ้าเราขี่ 100 ไมล์ ก็จะได้เสื้อสามารถสีดำ ซึ่งก็จะเอามาใส่อวดกันในเกมว่าเราผ่าน challenge มาแล้วนะ”

พอเกิดความท้าทาย คนยิ่งสนุก เกิดเป็นการบอกปากต่อปาก โพสต์ต่อโพสต์ จนเกิดเป็นกระแสใหญ่ในแวดวงนี้ และด้วยอีกข้อดีที่เข้ากับสถานการณ์สุดๆ คือ โปรแกรมดังกล่าว นัดเพื่อนปั่นกันได้พร้อมกันเป็นกลุ่ม แต่ไม่ต้องมาพบปะกัน ทลายข้อจำกัดทั้งกติกาสังคมจากโควิด-19 ทั้งเรื่องเวลาที่บางคนอาจเลิกงานดึกแต่ยังคึกคักอยากปั่น

ถึงจะมีข้อดีหลายประการ Zwift ก็ยังมีข้อเสีย คือ มีค่าใช้บริการรายเดือน 14.99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 500 กว่าบาท และสำหรับคนที่ไม่มีอุปกรณ์ฝึกซ้อมหรือเทรนเนอร์ก็ต้องซื้อหามาใช้

“สิ่งที่จะต้องมีหากต้องการเล่น Zwift หรือโปรแกรมพวกนี้ คือจักรยานที่เอาขึ้นเทรนเนอร์ได้ สองคือเทรนเนอร์ จะเป็นแบบจับดุมหลังปกติหรือแบบสามลูกกลิ้งก็ได้ ใครมีทุนทรัพย์มากพอก็ใช้ Smart Trainner ก็ได้ แต่สำหรับคนที่ใช้เทรนเนอร์ธรรมดาจะต้องมีเซ็นเซอร์วัดความเร็ว ตัวหลักสำคัญที่สุดเลยคือเซ็นเซอร์วัดความเร็วจะเป็นตัวคำนวณหาค่าวัตต์ต่อกิโลกรัม เพื่อทำให้รถวิ่ง โปรแกรมพวกนี้ไม่สนใจว่าเราปั่นเร็วแค่ไหน แต่จะเอาความเร็วที่ทำได้ไปคำนวณตามสูตรต่างๆ ของเขาให้ออกมาใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

เช่นปั่นขึ้นเนินจะมีเรื่องค่าแรงเสียดทาน ความชัน เข้ามาเกี่ยวข้อง ความเร็วก็จะดรอปลงไป เพราะถ้าไม่อย่างนั้นคนจะบอกว่าใครใช้เทรนเนอร์ธรรมดาอาจจะได้เปรียบพวกสมาร์ทเทรนเนอร์หรือเปล่า คือเทรนเนอร์ธรรมดาไม่มีตัวปรับความชันอัตโนมัติ คนคิดว่าขี่ขึ้นเนินปุ๊บเทรนเนอร์ธรรมดาจะสบายขา แต่ตัวโปรแกรมเขารู้ว่านี่เป็นเทรนเนอร์ธรรมดา สมมติทางชัน 5 เปอร์เซ็นต์ รอบขาควรจะอยู่ที่ 60-70 รอบ ความเร็วควรอยู่แถวๆ 15-20 แต่เราปั่นอยู่รอบขา 90-100 ความเร็วอยู่ 30 กว่า เขาจะดอรปความเร็วเราลงมา ทำให้เราออกแรงมากขึ้น ใช้เกียร์หนักขึ้น”

สาโรชบอกว่าความได้เปรียบเสียเปรียบมีบ้างเล็กน้อย แต่ให้มองว่าเป็นเกม เล่นให้สนุก อย่าไปกังวลตรงนั้น แต่เมื่อไรก็ตามที่จัดเป็นการแข่งขัน จะต้องมีกติกา กำหนดว่าเป็นสมาร์ทเทรนเนอร์รุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันสมาคมกีฬาจักรยานฯ กำลังให้ความสำคัญกับ E-cycling เพราะทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ Union Cycliste Internationale (UCI) ได้ออกกฎรับรองการแข่งขัน E-cycling แล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เมื่อ UCI รับรอง แน่นอนว่าจะเกิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการขึ้น

ปัจจุบันการแข่งขันจักรยานระดับเวิลด์ทัวร์ถูกยกเลิกทั้งหมด แต่เปลี่ยนรูปแบบมาแข่งออนไลน์มากขึ้น โดยที่โปรทีมทั่วโลกเข้าไปแข่งในนั้นกันหมดแล้ว เช่นการแข่งขันที่เพิ่งผ่านมาอย่าง Tour de Suisse การแข่งขันจักรยานประจำปีของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปกติแข่งกัน 5 วัน วันละ 100 กว่ากิโลเมตร พอปรับเป็นออนไลน์ก็ยังแข่ง 5 วัน แต่เป็นวันละ 1 ชั่วโมง เพราะการปั่นแบบนี้ใช้พลังงานหนักหน่วงกว่า แตกต่างจากการปั่นในสนามจริงที่มีเทคนิคต่างๆ ทั้งการบังลม ดราฟต์ ฯลฯ

“คนที่ขี่จักรยานเร็วที่สุด อาจขี่ Zwift ไม่ดีที่สุด เพราะเป็นการระเบิดพลังในช่วง 45-60 นาที เป็นการแข่งระยะสั้นๆ แล้วเมื่อก่อนที่ทุกคนออกตัวความเร็ว 0 ทุกคนเอาขาแตะพื้นก่อนแล้วค่อยขี่รถออกไป แต่การแข่งขันออนไลน์ เวลาเราเข้าไปในเกม ก่อนเริ่มแข่งขันทุกคนอยู่บนเทรนเนอร์ ทุกคนวอร์มอยู่กับที่แล้ว พอออกตัวเลยเหมือนแข่งรถยนต์ เหยียบครัช เลี้ยงคันเร่งไว้ พอปล่อยตัวก็พุ่งไปเลย”

TWFBKxli

  • มีวันนี้เพราะ COVID ให้

นับว่าสวนทางกับธุรกิจอื่นพอสมควร เมื่อกระแสจักรยานค่อยๆ เติบโตเป็นคลื่นใต้น้ำ เมื่อมีนักปั่นหน้าใหม่ผุดขึ้น นั่นหมายถึงเริ่มมีอนาคต บวกกับหน้าเดิมที่กลับมา ผลพลอยได้จึงเกิดกับร้านจักรยานและผู้ประกอบการเกี่ยวกับจักรยานหลายราย

อย่างในประเทศอังกฤษมีรายงานว่าโควิด-19 ดันยอดขายจักรยานเติบโตทั่วประเทศ ปัจจุบันร้านขายจักรยานหลายแห่ง มียอดขายจักรยานใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ กอปรกับ ธุรกิจซ่อมและบำรุงรักษาจักรยานก็เติบโตเช่นกัน เพราะผู้คนที่เคยจอดจักรยานไว้เฉยๆ ต่างก็นำออกมาซ่อมแซมเพื่อใช้งาน

คล้ายกับประเทศไทย เจ้าของร้านจักรยานแห่งหนึ่งย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง ให้ข้อมูลว่า หลังจากเลยขาขึ้นของจักรยานมาแล้ว ยอดขายก็ตกลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นขาดทุนหนัก จนต้องเอาของมาเลหลังขายในราคาโปรโมชั่นหนักๆ เพื่อต่อลมหายใจ จากเดิมที่เคยสต็อกจักรยานและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้เยอะ กลายเป็นต้องกระเบียดกระเสียรผันตัวเป็นร้านค้ารายย่อย ออเดอร์ของทีละนิดทีละหน่อย กว่าจะขายของออกไปได้แต่ละทีแทบขาดใจ

กระทั่งกระแสตีกลับอย่างทุกวันนี้ อาจเปรียบไม่ได้กับยุคทอง แต่ก็พอจะทำให้ชื่นใจได้บ้าง จากยอดขายในช่วงย่ำแย่ ขยับขึ้นมากว่าเท่าตัว

สิ่งที่ขายดีที่สุดตอนนี้คือจักรยานเป็นคัน ยางทั้งยางนอกและยางใน เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ตกแต่ง ซึ่งเขาบอกว่าจากที่สังเกตมีลูกค้าทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า กว่า 50 เปอร์เซ็นต์เป็นหน้าใหม่ที่สนใจกิจกรรมการออกกำลังกายกลางแจ้ง หลายคนบอกว่าอึดอัดกับการอยู่บ้านหรือในห้องจนต้องหาอะไรทำ

อีกจำนวนหนึ่งเป็นลูกค้าหน้าเก่าที่ยังปั่นจักรยานแม้จะเป็นช่วงขาลงก็ตาม กลุ่มนี้ยังใช้บริการร้านอยู่เนืองๆ แต่ไม่ทุ่มทุนเหมือนกลุ่มแรก อาจเพราะมีของค่อนข้างครบแล้ว

“อีกกลุ่มเป็นลูกค้าหน้าเก่า แต่เป็นเก่าแบบที่เลิกปั่นไปแล้ว พอกักตัวโควิด เขาคงคิดถึงการได้ออกมาปั่นจักรยานข้างนอกหรืออยากออกกำลังกาย เลยกลับมาปั่น ลูกค้ากลุ่มนี้จะเริ่มจากมาใช้บริการเซอร์วิสรถเพราะจอดไว้นาน ส่วนมากจะเปลี่ยนยาง กับเซอร์วิสพวกจารบีลูกปืนต่างๆ นี่แหละ แล้วก็ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็มีบางคนกลับมาซื้อรถใหม่เลย เพราะคันเก่าขายทิ้งไปหมดแล้ว (หัวเราะ)”

สินค้าอีกอย่างที่เขาบอกว่าขายดีสูสีกับจักรยานเลย คือ เทรนเนอร์ เพราะช่วงกักตัวสำหรับบางคนก็ยังขาดการปั่นจักรยานไม่ได้ ถึงปั่นบนเทรนเนอร์จะน่าเบื่อแค่ไหนพวกเขาก็ยอม และยิ่งมีกระแสของโปรแกรมปั่นจักรยานแบบ Virtual ยิ่งส่งผลดีต่อยอดขายทั้งเทรนเนอร์ธรรมดาและสมาร์ทเทรนเนอร์

...

ใครจะเชื่อว่าวงการที่แทบจะดับสนิท วันหนึ่งจะถูกจุดประกายขึ้นใหม่ด้วยวิกฤตโควิด-19 แต่จะยั่งยืนแค่ไหน หรือจะเกิดมา ตั้งอยู่ และดับไป ดังเช่นคราวก่อน ต้องรอดูกันยาวๆ