อีกหนึ่งการรวมพลังในชุมชน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
“สถานการณ์การระบาดในภาพรวมดีขึ้นเรื่อยๆ จากมาตรการภาครัฐ การออกกฎระเบียบต่างๆ เช่น การประกาศเคอร์ฟิว กึ่ง Lockdown การร่วมมือที่ยอดเยี่ยมของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นความเข้มแข็งของบุคลากรทางการแพทย์ การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันของประชาชน สถานการณ์ ณ เวลานี้จึงถือว่าน่าจะไว้ใจได้”นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและหัวหน้าศูนย์ประสานปฏิบัติการรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ช่วยชาติสู้ภัยโควิด19(ศรค.) กล่าวถึงภาระกิจขับเคลื่อนชุมชนสร้างธรรมนูญชุมชนร่วมสู้ภัยโควิด19 อย่างยั่งยืน
ศูนย์ประสานปฏิบัติการรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด19 (ศรค.) ตั้งขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายน แม้ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกัน แต่ทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นจุดเริ่มต้นประสานงานองค์กรภาคี ล่าสุดมีพันธมิตร 26 องค์กร ทั้งในสายสุขภาพ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เครือข่ายหมออนามัย เครือข่ายสงฆ์ และภาคประชาชน ฯลฯ เพื่อกำหนดทิศทางลงไปยังหน่วยต่างๆ
นอกจากนี้ เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งของ ศรค. คือ การสนับสนุนให้แต่ละชุมชนสร้างธรรมนูญสุขภาพเพื่อเป็นกติกาการอยู่ร่วมกันและช่วยเหลือคนในชุมชนจากโควิด19
คุณหมอปรีดา ยกตัวอย่างกิจกรรม ‘ภารกิจปิ่นโตตุ้มตุ้ย’ ของศูนย์บ่อยางสงขลาพึ่งพาตนเอง ที่เปิดครัวชุมชนตั้งแต่ 6.00-12.00 น. และให้เจ้าของปิ่นโตโดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบางจำนวน 400 กว่าคน นำปิ่นโตมาวาง ณ จุดนัดหมายในช่วงเวลา 6.00-7.00 น. แล้วแม่ครัวบรรจุอาหารที่สะอาดและอร่อยพร้อมให้เจ้าของปิ่นโตมารับตั้งแต่ 10.00-12.00 น. โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 อย่างเคร่งครัด
“เป็นตัวอย่างหนึ่งของการระดมทรัพยากรและออกแบบคิดกันในชุมชนบางที่ก็อาจมีวิธีการใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติหมุนเวียนมาใช้ใหม่ควบคู่กันไปนอกจากลดการระบาดยังคิดถึงความยั่งยืนของชุมชนในการลดขยะด้วย ปิ่นโตตุ้มตุ้ยจึงเป็นการผสมผสานการลดการแพร่ระบาด สิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นธรรมนูญสุขภาพที่จะยั่งยืนต่อไป”






