ยังไม่แน่ว่า หลังวันที่ 30 เมษายนนี้ ร้านอาหาร ร้านทำผม จะเปิดบริการได้หรือไม่ ถ้าได้เปิดบริการ ต้องทำมากกว่าที่เคยทำ
สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คาดว่า จะยืดยาวต่อไปอีกนาน และไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป หลายคนคาดการณ์ว่า หลังวันที่ 30 เมษายน 2563 ร้านอาหาร ร้านทำผม ฯลฯ อาจได้กลับมาเปิดบริการเหมือนเดิม
แต่อย่างไรก็ตาม คงไม่มีอะไรเหมือนเดิม
แม้ร้านทำผม จะพยายามจัดพื้นที่ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ด้วยแอลกอฮอล์ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะคาดว่าจะได้เปิดร้าน แต่รัฐก็ยังไม่มีแนวทางให้เปิดบริการ เนื่องจากไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า ไวรัสโควิดจะหยุดระบาดเมื่อไร และคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จึงมีความเสี่ยง ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า มีระยะห่างทางสังคม และพยายามล้างมือบ่อยๆ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่หลายครั้งก็ไม่สามารถปฎิบัติได้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชอบการพบปะพูดคุย
เรื่องนี้ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เราร่วมกันพิจารณากันอย่างรอบคอบว่า หลัง 30 เมษายนนี้จะทำอย่างไร มาตรการพื้นฐานที่วางไว้ ก็ต้องดำเนินการต่อไป ทั้งเรื่อง 3 ล คือ การลดสัมผัส ลดความเสี่ยงของตัวบุคคล ล้างมือบ่อยๆ เลี่ยงการไปในพื้นที่เสี่ยง ให้อยู่บ้านมากที่สุด ไม่ควรมีกิจกรรมรวมกลุ่มกัน ยังต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีระยะห่างทางสังคม ทั้งหมดที่กล่าวมา ยังเป็นมาตรการที่ใช้อยู่ ยังต้องดำนินการอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม
หากอยากเข้าไปนั่งกินอาหารในร้านเหมือนเช่นที่เคยทำ ร้านอาหารคงต้องปรับตัว คุณหมอพรรณพิมล บอกว่า ต้องมีระยะห่างทางพื้นที่ ไม่สามารถแออัดเหมือนเดิมได้
“คงต้องมีการออกแบบใหม่ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ให้ยึดหลักว่า ต้องไม่แออัด ทุกคนที่เข้ามา ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และต้องลดระยะเวลาในการอยู่ในพื้นที่ ไม่สามารถสังสรรค์ยาวนานเหมือนเดิม”
หลักๆ เลย ร้านต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องมาตรฐานความสะอาด ซึ่งเรื่องนี้คุณหมอบอกว่า ไม่สามารถผ่อนปรนได้เลย
“ต่อไปเรื่องสุขลักษณะของคนปรุงอาหาร พนักงานในร้านจะต้องมาก่อน อย่างตอนนี้ทุกยืนรอคิวต้องห่างกันหนึ่งเมตร จะแออัดไม่ได้เลย หลายประเทศเน้นให้นั่งทานอาหารคนเดียวในร้านได้ และต้องเว้นระยะห่างเยอะๆ คนที่มานั่งในร้านอาหารต้องมีระยะเวลาอยู่ในร้านสั้นที่สุด อาจใช้เวลาแค่ 30-60 นาที“ คุณหมอกล่าว
ความท้าทายที่เห็นคือ ต้องมีระยะห่างให้มากที่สุด นั่นหมายถึงต้นทุนในการให้บริการ เธอบอกต่อว่า ตอนนี้ยังไม่มีมาตรการชัดเจน แต่มีแนวทางกว้างๆ ร้านที่ผ่อนปรนให้เปิดคือ ร้านซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ เพราะประชาชนต้องใช้บริการ เราก็ต้องเข้าไปดูแลและออกแบบพื้นที่ให้
“สำหรับร้านทำผม ถ้าเปิดบริการ ก็ต้องมีระบบใหม่ นั่นก็คือมีคิวนัด บางร้านทำอยู่แล้ว ต่อไปต้องทำเป็นระบบ ไม่สามารถเข้ามานั่งรอเยอะๆ ในพื้นที่เดียวกัน ต้องหมุนเวียนเข้ามา คือ เข้ามาแล้วต้องไม่แออัด และใช้เวลานานเกินไป โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงต้องไม่ไปพื้นที่เหล่านี้ ทุกคนต้องเข้าใจเรื่องระยะห่าง”
หากถามว่า ร้านรูปแบบไหน จะมีโอกาสเปิดบริการได้หลัง 30 เมษายน คุณหมอพรรณพิมล บอกว่า ต้องดูความเป็นไปได้ก่อน ยังไม่สามารถตอบได้ตอนนี้
“ตอนนี้หลายร้านก็ยกระดับ ทั้งเรื่องสุขอนามัยตัวบุคคลและสถานที่ พยายามดูแลเรื่องความสะอาดของพื้นที่ ถ้ามีการเปิดบริการ ก็ใช่ว่าจะใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ต้องปรับตัวมีวิถีแบบใหม่ ต้องมีการจัดการแบบใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัส”
ส่วนพื้นที่ที่มีความแออัด อย่างผับ สถานบันเทิง ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเปิดบริการเมื่อไร ส่วนปัญหาตลาดนัด คุณหมอบอกว่า ยังมีระยะห่างไม่มากพอ
“มีรายงานว่ามีคนติดเชื้อจากชุมชน เพราะเขาไม่ค่อยชอบอยู่บ้าน ชอบไปหลายสถานที่ อยากให้คนไทยทำภารกิจเท่าที่จำเป็น เสร็จธุระก็กลับเข้าบ้าน เพราะคนที่ไปหลายๆ ที่ ไปติดเชื้อกลับมาและไม่รู้ว่า ติดจากจุดไหน"






