ยังไม่เป็นข่าวไวรัสโควิดระบาดในเรือนจำ แต่ถ้าระบาด...จะไปเร็วแค่ไหน ลองนึกภาพดู
การแพร่ระบาดของโควิด -19 ส่งผลให้คนทุกกลุ่มมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่ม ล่าสุดมีข่าวว่านพ.บุญมี วิบูลย์จักร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด นครนายก ป่วยติดเชื้อโควิด- 19
เรือนจำจังหวัดนครนายกมีผู้ต้องขัง 988 คน เจ้าหน้าที่ 49 คน เมื่อเป็นข่าวก็ทำให้หลายส่วนเริ่มเป็นห่วง การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 –ขึ้นในเรือนจำและเริ่มให้ความสนใจ จับตามองประชากรในเรือนจำมากขึ้นกว่าเดิม
เนื่องจากผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งประเทศมีจำนวน 377,830 คน เป็นชาย 329,835 คน และหญิง 47,995 คน ทั้งๆ ที่ามารถรองรับผู้ต้องขังได้แค่ 217,000 คน จึงเกิดสภาพนักโทษล้นคุก ส่งผลให้แนวทางระยะห่างทางสังคม ( Social distancing ) มิอาจเกิดขึ้นได้ในสังคมเรือนจำ
สภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำ ไม่ได้เอื้อให้เกิดแนวทางการป้องกันโควิด-19 ในทุกๆ เรื่องที่คนทั่วไปใช้ โดยเฉพาะเรื่อง ระยะห่างทางสังคม ในเรือนจำไม่สามารถทำได้
ในเรื่องนี้ รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ ผู้จัดการเรือนจำสุขภาวะ บอกว่าการจะป้องกันไม่ให้เชื้อโควิด –19 แพร่กระจายสู่เรือนจำ ต้องมีแนวทางกำหนดตัวเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนว่าเป็นใครที่จะเข้าไปในแดนผู้ต้องขัง ทั้งแดนหญิงแดนชาย คนที่ถูกกำหนดตัวควรจะมีการตรวจโรคแบบสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ และคนกลุ่มนี้ต้องมีความรับผิดชอบ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
“ต้องทำให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ปลอดเชื้อก่อน เพราะคนกลุ่มนี้ มีความสำคัญเข้าออกนอกเรือนจำ คนอื่นที่ไม่ถูกคัดเลือกไม่มีสิทธิเข้าไป นอกจากนี้ควรให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันไวรัสโควิดแก่ผู้ต้องขัง และการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่เรือนจำอย่างละเอียด เพื่อให้ตระหนักถึงความปลอดภัย ทำให้เห็นว่าพวกเขามีโอกาสนำเชื้อโควิด -19เข้าสู่เรือนจำได้ตลอดเวลา การใส่หน้ากากอนามัย การทำความสะอาดมือ พยายามรักษาระยะห่างในการติดต่อกับผู้ต้องขังจึงจำเป็น”
อีกมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส ที่รศ.ดร.นภาภรณ์ แนะนำคือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปในแดนผู้ขัง ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่บริเวณด้านหน้าที่ทำการ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการด้านหน้าทุกแดน ส่วนรองเท้าก็ต้องทำความสะอาดเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าปลอดภัย
สำหรับกลุ่มผู้ต้องขังที่ต้องไปโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนนำผู้ต้องขังไปโรงพยาบาล และต้องกลับมาปฏิบัติงานเหมือนเดิม ก็ต้องตรวจโรคในแบบข้างต้นก่อน หรืออาจจะไม่เข้าไปปฏิบัติงานด้านในแดน
“ในเรือนจำถ้าไม่มีการนำเชื้อข้างนอกเข้าไป ไม่มีปัญหาในการติดเชื้อเลย แต่ถ้ามีการติดเชื้อในเรือนจำ ต้องบอกว่า “ป้องกันได้ยากมาก” เพราะชีวิตความเป็นอยู่ในเรือนจำมีสภาพแออัด จึงต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังสูงอายุ ผู้ต้องขังมีโรคประจำตัวอย่าง โรคปอด โรคทางลมหายใจ โรคความดันสูง เบาหวาน หัวใจ"
อีกสิ่งหนึ่งที่รศ.ดร.นภาภรณ์ เสนอคือ แม้ผู้ต้องขังจะเย็บหน้ากากอนามัยใช้เอง แต่เวลานอน คงใส่หน้ากากอนามัยไม่ได้ตลอดเวลา เพราะมันอึดอัด อากาศในเรือนนอนก็ไม่ถ่ายเท
“เป็นไปได้ไหมที่เรือนจำจะเพิ่มเวลาการอาบน้ำ ฟอกสบู่ให้นานขึ้น ก่อนจะขึ้นเรือนนอน และก่อนเข้าเรือนนอนมีการตรวจวัดอุณหภูมิในร่างกาย ถ้าพบว่ามีไข้สูงให้คัดแยกผู้ต้องขังออกมา หรือพบคนที่มีอาการไอก็ให้คัดแยกเออกมา ซึ่งก็เข้าใจว่าพื้นที่ในเรือนจำไม่ได้มีพื้นที่มาก แต่แนวทางนี้ก็พึงควรกระทำเพื่อป้องกันเชื้อระบาด”
ยิ่งตอนนี้กิจกรรมต่างๆที่ต้องติดต่อกับบุคคลภายนอกแทบจะไม่มี ก็ควรปรับกิจกรรมเพื่อเน้นชีวิตสภาพเรือนจำให้ปลอดเชื้อ









