วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เด็กแรกเกิดดื่ม “น้ำนมแม่” ไม่เสี่ยงติดโควิด-19

เตรียมความพร้อมคุณแม่ให้นมลูกหลังคลอด หลังองค์การอนามัยโลกและองค์กรสุขภาพทั่วโลก เผยสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในช่วงโควิด-19 ได้ แต่ต้องควบคุมให้ดี เพื่อป้องการการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก

 

มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เผยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรสุขภาพต่างๆ ทั่วโลก ยังไม่พบหลักฐานว่าแม่ที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสามารถแพร่เชื้อไวรัสผ่านรกหรือน้ำนมสู่ลูกได้ โดยแม่ยังคงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ทั้งในแม่ที่อยู่ในข่ายสงสัยและแม่ที่ติดเชื้อแล้ว แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันอย่างเคร่งครัดในการสัมผัสหรือได้รับละอองฝอย (Droplet) คือ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และย้ำว่า Social Distancing เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันนี้ COVID-19 ได้แพร่ไปใน 202 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก - 28 มีนาคม 2563) ด้วยจำนวนผู้ป่วยราว 512,701 ราย มีอัตราการเสียชีวิตล่าสุด ประมาณ 3-4 เปอร์เซ็นต์ แต่พบว่าอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตในหญิงมีครรภ์ ในทารกและเด็กเล็กอยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อเทียบกับผู้สูงวัยและหรือผู้มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว

“ปัญหาการติดเชื้อ COVID-19 ยังเป็นโรคกลุ่มอุบัติใหม่ ที่เกิดขึ้นเพียง 4 เดือน ซึ่งเรายังมีความรู้เกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้น้อยมาก ยังต้องติดตามและศึกษาวิจัยต่อเนื่อง ข้อมูลเบื้องต้นจากการแพทย์ทั่วโลกจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าการติดเชื้อในแม่จะส่งผลอย่างไรกับทารกในระยะ 3-6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ มีข้อมูลเฉพาะแม่ติดเชื้อและมีอาการในระยะ 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด โดยรายงานจากประเทศจีนในช่วงแรกๆ ของการระบาด แม้แม่มีอาการมาก แต่ทารกไม่มีการติดเชื้อจากในครรภ์”  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานจาก JAMA Pediatrics publishing และ Media Centre publishing ว่า ทารกแรกเกิด 33 ราย ที่คลอดจากแม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในโรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่น มีทารก 3 คน ที่พบเชื้อ COVID-19 ในตัวลูก แต่ไม่พบเชื้อในน้ำคร่ำ เลือดจากสายสะดือ และในน้ำนมแม่ ทารกทั้ง 3 รายมีอาการไม่รุนแรง

จากข้อมูลดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า การติดเชื้อในลูกน่าจะเป็นการติดเชื้อจากการปนเปื้อนสัมผัสเชื้อหลังเกิด ไม่ใช่จากการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (Vertical Transmission) ดังนั้น การป้องกันหญิงตั้งครรภ์จากการสัมผัสเชื้อจึงมีความสำคัญอย่างมาก

แม่ลูกอ่อนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยังสามารถให้นมแม่ได้หรือไม่ พญ.ศิริพร อธิบายว่า ทางมูลนิธิศูนย์นมแม่ได้ติดตามข้อมูลทางวิชาการและผลการศึกษาทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขให้คำแนะนำกับแม่ทั้งที่อยู่ในข่ายสงสัยและที่ติดเชื้อแล้ว ทั้งที่ไม่มีอาการและมีอาการที่ยังคงให้ลูกกินนมแม่ได้ โดยต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการแพร่กระจายทางละอองฝอย (Droplet Precaution) อย่างเคร่งครัด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ สหรัฐอเมริกา (CDC) และสมาคมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่างๆ

“การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน ด้วยความสำคัญของคุณค่าน้ำนมแม่ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกในระยะที่ลูกยังอ่อนเยาว์ การเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในระยะที่สมองกำลังจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และผลดีต่างๆ ต่อสุขภาพกาย ใจ ของแม่และลูก จึงควรช่วยให้แม่สามารถให้นมแม่ได้ แต่ทุกแห่งก็ย้ำว่าต้องทำตามข้อปฏิบัติเพื่อการป้องกันที่จำเป็นทั้งหมด และควรอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ผู้ดูแลหรือผู้เชี่ยวชาญด้วย” 

 

2_1

 

ทั้งนี้ควรปฏิบัติตาม 3 เตรียมสำหรับสตรีมีครรภ์ คือ เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมคู่หู ดังนี้

1.เตรียมตัว เมื่ออยู่ในบ้าน ควรฝึกการใช้อุปกรณ์ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน หากจะไอจาม ควรมีผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิสชูปิดปากทันที หรือใช้ด้านในข้อศอกพับกัน ควรทานอาหารที่มีประโยชน์สำหรับสตรีมีครรภ์และสร้างภูมิคุ้มกันปรุงสุกร้อน ให้ความสำคัญการได้รับผักผลไม้สดสะอาด ปลอดสารพิษ และได้รับน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ

รวมทั้งวิตามิน ยาบำรุงครรภ์ที่ได้รับจากการฝากครรภ์ พร้อมทั้งนอนหลับพักผ่อน ออกกำลังกายตามความเหมาะสมของอายุครรภ์ และติดตามสถานการณ์และหาความรู้เรื่องนมแม่ การเลี้ยงดูลูก จากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยตระหนักแต่ไม่ตระหนก

ทั้งเตรียมพร้อมวิธีติดต่อ แหล่งปรึกษาการให้นมแม่ทั้งในระยะท้องและหลังคลอด เช่น คลินิกนมแม่ ทั่วประเทศ ศูนย์บริการการดูแลทารกและเด็กเล็กที่เชื่อถือได้ ไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์แฝง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน เช่น ไปทำงาน หรือไปพบสูตินารีแพทย์ตามนัด ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่คนแออัด ไม่เดินทางไปที่มีแหล่งโรค ถ้าต้องไปในพื้นที่คนแออัด เช่น ในโรงพยาบาล ในลิฟท์ ตลาด ให้สวมหน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือถ้ามีการสัมผัสพื้นผิวสาธารณะทั่วไป ควรใช้หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากแบบผ้า และพยายามไม่ใช้มือแตะจับ หน้ากาก ซึ่งการใช้แผ่นพลาสติกใสครอบห่าง แบบหมวกกันแดด จะช่วยลดการเผลอเอามือจับหน้ากากได้ และพยายามเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 2 เมตร รวมทั้งเตรียมที่ทิ้ง ผ้าเช็ดหน้า กระดาษทิสชู หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ให้ถูกสุขลักษณะ

2.เตรียมใจ ในช่วงเวลาช่วยชาติ หยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อ โดยสังเกตอาการที่บอกถึงความเครียด เช่น โรคกระเพาะ ลำไส้แปรปรวน และลงมือทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมผ่อนคลาย พยายามใช้ช่องทางออนไลน์ในการติดต่อเพื่อน พี่น้อง หรือที่ปรึกษาสุขภาพสม่ำเสมอ    

3.เตรียมคู่หู โดยเตรียมหาผู้ช่วยเลี้ยงดูทารก ที่พร้อมในการช่วยดูแลลูก เผื่อกรณีฉุกเฉินติดเชื้อ ชวนสามีร่วมเรียนรู้ หรืออบรมความรู้นมแม่สำหรับลูกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยอาจเป็นกลุ่มไลน์ การศึกษาผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ เช่น 9 ย่างเพื่อสร้างลูก ขององค์การยูนิเซฟ คลินิกนมแม่ทั่วประเทศสามารถให้คำแนะนำได้ หรือจะติดต่อคุณแม่บัดดี้นมแม่เพื่อร่วมทีมให้นมแม่ก็ได้

 

1_1  

ด้าน ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ข้อมูล ณ วันนี้ทั้งโลกยังยืนยัน ไม่ปรากฎว่ามีการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ การให้นมแม่ต้องให้พร้อมการป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัส การติดเชื้อของลูกจากการสัมผัสลูกก็อาการไม่รุนแรง และการติดเชื้อในแม่จะมีผลต่อทารกในครรภ์ในระยะ 3-6 เดือนในท้องหรือไม่เพราะทารกกลุ่มนี้ยังไม่คลอด

“เราคงไม่อยากให้แม่และลูกต้องอยู่ในสถานการณ์การติดเชื้อที่ก็ไม่ง่ายนักในการป้องกันให้ได้ผล จึงขอให้สังคมให้ความสำคัญ ในการช่วยกัน ป้องกันไม่ให้แม่ติดเชื้อตั้งแต่ต้น โดยแม่ตั้งครรภ์ในทุกระยะควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการรับเชื้อให้มากที่สุด”

พญ.ศิราภรณ์ กล่าวเสริมว่า กรณีที่แม่ติดเชื้อไวรัสและมีอาการไม่มาก หรืออยู่ในระยะเฝ้าระวัง และต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะให้นมแม่จากเต้า หรือการบีบน้ำนมให้ลูก คงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางครอบครัว ดุลพินิจของแพทย์และการตัดสินใจร่วมกันของแม่ โดยทางองค์กรอนามัยโลก ไม่ได้ส่งเสริมการแยกแม่ลูกออกจากกัน แต่หากจำเป็นก็ต้องแยกหรือให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร และย้ำว่าแม่ต้องรู้จักวิธีการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่ถูกต้อง พร้อมทำอย่างเข้มงวด โดยก่อนจะให้นมลูก ต้องล้างมือและสวมหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อจากแม่ไปสู่ลูก ไม่เอามือไปจับหน้ากากหรือใบหน้า จัดการทำความสะอาดผิวสัมผัสใด ๆ ให้บ่อยครั้ง ควรพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูพร้อมปิดปากเสมอถ้าจะจาม มีระบบการทิ้ง การทำลายเชื้อให้มีความคล่องตัว

กรณีที่แม่ติดเชื้อและมีอาการมาก จำเป็นต้องแยกแม่และลูก ถ้าแม่ยังสามารถบีบน้ำนมให้ได้ ควรบีบน้ำนมหรือใช้เครื่องปั๊มนมช่วยบีบน้ำนมและให้ผู้ดูแลเด็กป้อนให้ลูก โดยปฏิบัติตามวิธีป้องกันการติดเชื้อแบบเดียวกัน นอกจากลูกจะได้รับนมแม่ ยังช่วยให้แม่ยังคงสภาพในการให้นมแม่กับลูกได้เมื่อหายแล้ว จนพ้นระยะเฝ้าระวังหรือหายเป็นปกติ 

อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์พยาบาลผู้ดูแลเพื่อเรียนรู้วิธีการปฏิบัติและป้องกันที่ถูกต้องและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ในการเลือกแนวทางการให้นมบุตรที่เหมาะสม และแม่ควรหมั่นติดตามสถานการณ์เพื่อทำความเข้าใจในการป้องกันและรักษาโรค เพราะโรคนี้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

..............    

มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ยินดีให้คำปรึกษา แม่ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือระยะให้นมบุตร ที่สงสัยหรือมีความกังวลใจในเรื่องการป้องกันโรค การให้นมบุตร และการเลี้ยงดูลูกในระหว่างการติดเชื้อ สามารถติดต่อรับคำแนะนำหรือปรึกษา ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaibf.com เฟซบุ๊ค: มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย (@Thaibf) หรือ โทร. โทร.02-354-8404, 094-998-0009, 095-001-8333