โครงการดีๆ ที่ช่วยเหลือนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการ ผ่านทางการจ้างงานกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การส่งเสริมการขายสินค้าออนไลน์ให้ SMEs และการจัดทำคอร์สออนไลน์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19
ภายใต้สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID 19) ที่ได้มีการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ด้วยการปิดสถาบันการศึกษาและสถานที่ให้บริการต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และสถานบันเทิง พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้านมากขึ้น เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและแพร่กระจายของเชื้อให้มากที่สุด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวลงและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคประชาชน
อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA กล่าวว่า ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐได้ทยอยดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละภาคส่วน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ส่วนใหญ่เป็น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) ให้เข้มแข็ง สามารถผ่านพ้นสถานการณ์เฉพาะหน้าและมีภูมิคุ้มเพื่อการฟื้นตัวและป้องกันในระยะยาว ภายใต้โครงการ 'CEA VACCINE ร่วมสร้างสรรค์ ...ภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย' ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการกว่า 1,000 คน ผ่านทางการจ้างงานกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การส่งเสริมการขายสินค้าออนไลน์ให้ SMEs และการจัดทำคอร์สออนไลน์เพื่อปรับทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต
“สถานการณ์ช่วงนี้ทุกคนลำบากกันหมด โดยเฉพาะกลุ่มนักสร้างสรรค์อิสระ เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่มีเงินเดือนประจำและการจ้างงานส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับอีเวนท์ เราคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยคนทำงานในกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งโครงการ CEA Vaccine จะช่วยประคับประคองให้พวกเขายังมีการจ้างงานอยู่ในช่วงที่สถานการณ์โควิดยังไม่จบ ให้เขายังพอมีรายได้เข้ามา แม้จะไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่ทำเลย"
นอกจากนั้นยังมองไปถึง SMEs ด้วย พอเกิดสถานการณ์แบบนี้การขายของทางช่องทางปกติอาจจะยากขึ้น เราจึงอยากช่วยส่งเสริมการขายออนไลน์ ซึ่งคิดว่าหลายหน่วยงานก็พยายามช่วย เราจึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง และสิ่งที่เราช่วยได้ตรง ๆ คือ ช่วยถ่ายภาพให้น่าดึงดูดขึ้น หรือช่วยทำโปรไฟล์ไปโปรโมทตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งเราเองก็มีเครือข่ายที่พร้อมช่วยสนับสนุนด้วย
อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล
โดยโครงการ CEA VACCINE จะเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน 2563 โดยเป็นการจัดสรรงบประมาณและปรับเนื้อหาโครงการต่างๆ ของ CEA ให้สอดรับกับสถานการณ์ และเป็นการเตรียมการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย 3 แนวทาง
แนวทางแรก “สู้โควิดด้วยวิตามิน” มาตรการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยการจ้างงานนักสร้างสรรค์ในสาขาที่สามารถทำงานคนเดียว หรือเป็นกลุ่มเล็กที่บ้าน หรือในพื้นที่ปิดที่มีการควบคุมด้านความปลอดภัยหรือพื้นที่กลางแจ้ง ในกลุ่มงาน 5 กลุ่ม
- กลุ่มนักออกแบบกราฟฟิกและดิจิทัลต่างๆ ในการผลิตชิ้นงานสื่อสารข้อมูลความรู้ที่เข้าใจง่าย เช่น อินโฟกราฟฟิก หรือภาพเคลื่อนไหว
- กลุ่มนักเขียน ช่างภาพ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเนื้อหาและภาพสำหรับการตลาดและการขายสินค้าออนไลน์
- ศิลปินและกราฟฟิตีที่สามารถนำเรื่องราวท้องถิ่นและวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่เกิดขึ้นในย่านสร้างสรรค์ 4 ภูมิภาค คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่นและสงขลา เพื่อสร้างจุดท่องเที่ยวใหม่เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
- กลุ่มนักดนตรีจาก 4 ภูมิภาคในการพัฒนาดนตรีสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง ภายใต้ธีม 'Sound of the city' สำหรับเผยแพร่ทางออนไลน์ และสามารถแสดงดนตรีสดในงานเทศกาลต่างๆ ของเมืองในภายหลัง
- กลุ่มนักออกแบบผลิตภัณฑ์และแพ็คเกจจิ้งเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสในการขายให้กับผู้ประกอบการ
ตามด้วยมาตรการเสริมร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการ “เสริมภูมิคุ้มกัน” ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลร้านค้าและผู้ประกอบการในย่านเจริญกรุง และที่เข้าร่วมโครงการกับ CEA เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางของ CEA และ TCDC รวมถึงสื่อมวลชนอื่นๆ ที่สนใจ, บริการจัดทำภาพและเนื้อหาสำหรับขายของออนไลน์ให้กับ SMEs โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย, การร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการเชื่อมต่อตลาดออนไลน์ต่างประเทศ เช่น กระทรวงพาณิชย์ ที่มีการร่วมมือกับเว็บไซต์ประเทศจีนอยู่แล้วอย่าง TMALL และพาร์ตเนอร์ของ CEA เช่น แพลตฟอร์มขายของออนไลน์จากไต้หวัน PINKOI และการให้คำปรึกษาเพื่อการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อเสริมด้วยวิตามินและภูมิคุ้มกันแล้ว ก็ต้อง “สร้างเกราะต้านทานโรค” ซึ่งเป็นมาตรการระยะยาวสำหรับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ในการปรับทักษะ เพิ่มความรู้ และต่อยอดไอเดีย ในช่วงระหว่างรอให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้น โดยการจัดทำคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับทักษะจำเป็นสำหรับการทำงานและประกอบธุรกิจในอนาคต อย่างการเรียนรู้กระบวนการคิดเชิงออกแบบพื้นฐาน เพื่อฝึกการกำหนดกรอบปัญหา การค้นหาไอเดีย การทำต้นแบบและการทดสอบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ในรูปแบบของ Design Thinking 101 และ Branding by Design Thinking
โปรแกรมการฝึกงานด้านเทคโนโลยีเอไอและการจัดการข้อมูล ที่เป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำงาน หรือการรับมือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงให้กับเด็กจบใหม่ เพื่อเพิ่มแรงงานที่มีประสิทธิภาพในอนาคต
พัฒนาเนื้อหา เพื่อการเพิ่มความรู้และทักษะด้านการสื่อสารและการตลาด นวัตกรรมด้านวัสดุและเทคโนโลยี เทรนด์การบริโภค 2021 และตัวอย่างความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อเผยแพร่ในรูปแบบบทความและคลิปวิดีโอ
รวมถึงการปรับบริการของ TCDC ในช่วงปิดทำการ เพื่อให้บริการสมาชิกในการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์เพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง www.cea.or.th และ www.tcdc.or.th รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook, LINE และ Youtube ของ CEA และ TCDC









