วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ห่างกันหน่อย...ยังอร่อยได้' แนวทางการรับมือ COVID-19 ของร้านอาหารในจีน

เทศบาลนครปักกิ่งเผยมาตรการสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารและโรงอาหารในปักกิ่งไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อ 'ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่'

 

หลังกระทรวงสาธารณสุขแถลงพบผู้ติดเชื้อ 'ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่' (COVID-19) ในไทยเพิ่ม 32 ราย (15 มีนาคม 2563) ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวม 114 ราย รอยืนยันอีก 51 ราย กระแสความตื่นกลัวในหมู่ประชาชนก็ยิ่งเห็นได้ชัด ทั้งจากการหลีกเลี่ยงไม่เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ และการกักตุนอาหาร


อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายคนที่ต้องใช้ชีวิตนอกบ้าน และร้านอาหารยังเป็นทางที่ต้องเลือก ซึ่งนอกเหนือจากหลักการปฏิบัติตัว 'กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ' ซึ่งตอนหลังเพิ่มคำแนะนำให้ทานด้วยช้อนส่วนตัว หรือแยกทานเป็นจานเดี่ยวจะดีกว่า ลองมาดูกันว่า ประเทศต้นทางที่กลายเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาการระบาด COVID-19 ใช้วิธีไหนในการป้องกันการติดต่อในร้านอาหาร

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สำนักพาณิชย์ประจำเทศบาลนครปักกิ่งเปิดเผยแนวทาง 'ห้ามไม่ให้ผู้คนนั่งรับประทานอาหารใกล้ชิดกัน' ในร้านอาหารและโรงอาหารในปักกิ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

แนวทางนี้ยังระบุให้ บริษัทจัดเลี้ยง ร้านอาหาร และโรงอาหารของหน่วยงานรัฐและสถาบันต่างๆ จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

ทั้งนี้ ร้านอาหารจะต้องจำกัดความหนาแน่นของลูกค้าอย่างเข้มงวด ตรวจสอบอุณหภูมิของผู้มาใช้บริการก่อนเข้าร้าน พร้อมฆ่าเชื้อโรคบริเวณโต๊ะ ที่จับประตู ก๊อกน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่มีผู้สัมผัสเป็นประจำอยู่เสมอ

แนวทางดังกล่าวยังสนับสนุนการใช้รหัสคิวอาร์ (QR Code) สำหรับการสั่งซื้อและชำระค่าใช้จ่าย ซึ่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำมาใช้ยังร้านอาหารจำนวนมากในจีนอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดการติดต่อของลูกค้าและพนักงาน

แนวทางยังระบุให้บริษัทจัดเลี้ยงส่งเสริมการใช้ตะเกียบ ซึ่งยังไม่ได้รับความนิยมนักในร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนมาก

ร้านอาหารหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เนื่องจากมีชาวจีนจำนวนมากที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการให้อยู่ในบ้านและหลีกเลี่ยงการชุมนุมในช่วงไวรัสระบาด ต้องหันมาฆ่าเชื้อภายในร้านและเปิดให้บริการสั่งซื้อออนไลน์แทน

สถิติผู้ป่วยโควิด-19 ระดับผู้คนท้องถิ่นในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงหลักเดียวเป็นเวลา 4 วันแล้ว ถึงกระนั้นเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ก็ยังเฝ้าระวังสถานการณ์ตัวเลขที่อาจเพิ่มขึ้นอีก ด้วยผู้เดินทางที่มาจากต่างประเทศ