background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

10 ข้อคำแนะนำใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์

10 ข้อคำแนะนำใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์

กรมการแพทย์ ระบุ 10 ข้อแนะนำใช้กัญชาทางการแพทย์  พร้อมข้อห้าม  ข้อควรระวัง และอันตรายการใช้สาร THC  ที่มีในกัญชา

  สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกคำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ โดยระบุ 10 ข้อ อ้างอิงจากคำแนะนำการใช้กัญชาทางการแพทย์ ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 4 (มกราคม 2564) ได้แก่

1.รักษาตามมาตรฐานการแพทย์ก่อน

2.ไม่ใช้หากอายุน้อย แนะนำอายุมากกว่า 25 ปี

3.ใช้กัญชาอัตราส่วน CBD : THC สูง

4.ไม่ใช้กัญชาสังเคราะห์

5.ไม่ใช้การสูบแบเผาไหม้

6.หากสูบ ไม่อัดควันเข้าปอด แล้วกลั้นไว้

7.ใช้อย่างระวัง ใช้บ่อยและเข้มข้นสูง เสี่ยงสูง

8.งดขับรถ ใช้เครื่องจักร ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

9.งดใช้ ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวจิตเวช ตั้งครรภ์

10.หลีกเลี่ยงใช้ หากมีหลายปัจจัยเสี่ยง

   ทั้งนี้ คำแนะนำการใช้กัญชาทางการแพทย์ ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 4 (มกราคม 2564) ยัง ระบุ ข้อห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีTHC เป็นส่วนประกอบ

1. ผู้ที่มีประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสกัดกัญชา ซึ่งอาจเกิดจากส่วนประกอบอื่นๆ และ/ หรือสารที่ เป็นตัวทำละลาย (solvent) ที่ใช้ในการสกัด

2. ผู้ที่มีอาการรุนแรงของ unstable cardio-pulmonary disease (angina, peripheral vascular disease, cerebrovascular disease และ arrhythmia) หรือ มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ

 3. ผู้ที่เป็นโรคจิตมาก่อน หรือ มีอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน (concurrent active mood disorder) หรือ โรควิตกกังวล (anxiety disorder)

4. หลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์ สตรีที่ให้นมบุตร รวมถึงสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ไม่ได้คุมกำเนิด หรือสตรีที่ วางแผนจะตั้งครรภ์เนื่องจากมีรายงานการศึกษาพบว่ามีทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย รวมถึงพบ cannabinoids ในน้ำนมแม่ได้

ข้อควรระวังอื่นๆ

1. การสั่งใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่มี THC เป็นส่วนประกอบในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี เนื่องจาก ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นส่งผลต่อสมองที่กำลังพัฒนาได้ ดังนั้น ผู้สั่งใช้ควรวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนการสั่ง ใช้ผลิตภัณฑ์จากกัญชา

2. ผู้ที่เป็นโรคตับ

 3. ผู้ป่วยที่ติดสารเสพติด รวมถึงนิโคติน หรือเป็นผู้ดื่มสุราอย่างหนัก

 4. ผู้ใช้ยาอื่นๆ โดยเฉพาะยากลุ่ม opioids และยากล่อมประสาท อาทิ benzodiazepines 5. ผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการมากเพียงพอในสองกลุ่มนี้กระบวนการ metabolism ของผู้สูงอายุจะช้ากว่า จึงดูเหมือนว่ามีการตอบสนองต่อกัญชาได้สูงกว่า ดังนั้นการใช้จึงควรเริ่มต้น ในปริมาณที่น้อยและปรับเพิ่มขึ้นช้าๆ

          ขณะที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กัญชา กับสมองเด็ก ระบุว่า สารประกอบในพืชกัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที เอช ซี (THC tetrahydrocannabinol) มีผลกระทบต่อสมองเด็ก สามารถเกิดพิษเฉียบพลันและส่งผลระยะยาว ทำให้เกิดการเสพติดได้ ห้ามใช้ในเด็กและวัยรุ่นช่วงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยกเว้น เป็นการใช้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น ผู้ปกครองและเด็ก ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชา เช่น ขนม อาหาร อาจจะส่งผลให้มีอาการพิษเฉียบพลันได้ และให้สงสัยถ้าพบว่ามีอาการดังต่อไปนี้

 

พิษระยะเฉียบพลัน

ระบบประสาท

  • เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ความรู้สึกตัวลดลง สับสน เดินเซ ชัก กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก อารมณ์แปรปรวน เห็นภาพหลอน

ระบบหัวใจ

  • หน้ามืด วูบหมดสติ ใจสั่น แน่นหน้าอก ชีพจรเต้นผิดจังหวะ เหนื่อย หายใจไม่สะดวก ความดันโลหิตสูง

ระบบทางเดินอาหาร

  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง

 

ผลระยะยาวต่อสมองเด็ก

  • ความคิด ความจำแย่ลง
  • มึนงง ปวดหัว สมาธิสั้น
  • อ่อนล้า เพลียง่าย ง่วงบ่อย 
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ประสาทหลอน หูแว่ว
  • ซึมเศร้า พฤติกรรมเปลี่ยน 
  • การตัดสินใจควบคุมลดลง

การใช้กัญชา ประโยชน์เพื่อการรักษาทางการแพทย์และเป็นการรักษาทางเลือก ไม่สนับสนุนใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆในเด็กและวัยรุ่น