background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

"ฝีดาษลิงในไทย" อัปเดตล่าสุด ผู้สัมผัสใกล้ชิด 12 ราย เช็กอาการเข้าข่ายไหม?

"ฝีดาษลิงในไทย" อัปเดตล่าสุด ผู้สัมผัสใกล้ชิด 12 ราย เช็กอาการเข้าข่ายไหม?

อัปเดต "ฝีดาษลิงในไทย" ล่าสุด ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยในไทย แต่พบว่ามีผู้สัมผัสใกล้ชิด 12 ราย กับผู้ป่วยยืนยันที่ออสเตรเลีย ซึ่งมีประวัติแวะพักบนเครื่องบินที่ประเทศไทย จากกรณีนี้ชวนเช็ก "อาการฝีดาษลิง" อีกครั้ง แบบไหนเข้าข่าย?

อย่าเพิ่งตื่นตระหนก! รายงานข่าวล่าสุด "ฝีดาษลิงในไทย" ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันในประเทศไทย แต่มีกรณีพบคนไทยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่พบในต่างประเทศ 12 ราย โดยเป็นผู้โดยสารเครื่องบินและลูกเรือ ที่มีประวัติเดินทางบนเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วยยืนยันที่ประเทศออสเตรเลีย และได้มีการแวะพักบนเครื่องบินที่ประเทศไทย ทางการไทยจึงมีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 12 ราย โดยถือว่าเป็นความเสี่ยงต่ำ

จากกรณีนี้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนเช็ก "อาการฝีดาษลิง" อีกครั้งว่า อาการแบบไหนเข้าข่ายบ้าง? 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

 

1. "ฝีดาษลิง" อาการแบบไหนเข้าข่ายติดเชื้อ?

เชื้อไวรัส "ฝีดาษลิง" พบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น โรคนี้สามารถติดต่อสู่คนได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน โดยหากติดเชื้อแล้ว ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7- 21 วัน และจะมีอาการ ดังนี้

  • มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง
  • ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย
  • มีผื่นขึ้นบริเวณแขน ขา ใบหน้า ลำตัว
  • ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง กลายเป็นสะเก็ด แล้วหลุดออกมา
  • อาการป่วยจะกินเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ ไม่รุนแรง ยกเว้นในเด็กจะพบอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่

 

2. อัปเดตสถานการณ์ "ฝีดาษลิง" ล่าสุด (29 พ.ค.65)

มีรายงานข้อมูล ณ  29  พ.ค. 2565 ระบุว่า ทั่วโลกพบผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษลิงใน 32 ประเทศ เป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ 406 ราย และผู้ป่วยสงสัย 88 ราย รวม 494 ราย ส่วนฝีดาษลิงในไทย ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันในประเทศไทย 

ส่วนอีกกรณีที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าพบผู้ป่วยต้องสงสัยฝีดาษลิงในไทย จำนวน 5 ราย ล่าสุด.. มีผลตรวจออกมาแล้วว่า ไม่ใช่เชื้อฝีดาษลิง แต่พบว่าเป็นเชื้อเริม (ตรวจหาเชื้อทางห้องแล็ป 2 แห่ง คือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก จุฬาลงกรณ์) 

3. หากเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย "ฝีดาษลิง" ควรทำอย่างไร?

นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ฝีดาษลิงในไทย จัดเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง ไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย หากใครพบว่าตนเองเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน มีคำแนะนำและข้อปฏิบัติ ดังนี้

  • กรณีที่เป็น "ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ" ให้ติดตามอาการตนเองอย่างเคร่งครัด
  • หากยังไม่มีอาการป่วยใดๆ สามารถไปทำงานได้ปกติ แต่ถ้ามีอาการป่วย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน
  • กรณีที่เป็น "ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง" ให้แยกกักตัวเองที่บ้าน 21 วัน
  • ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ (เข้าไทย) โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ หากมีอาการเข้าข่ายให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทาง
  • ผู้ที่จะเดินทางจากไทยไปต่างประเทศ (ออกจากไทย) ขอให้ใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการร่วมกิจกรรมในที่ชุมนุม และล้างมือบ่อยๆ

4. วิธีหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดเชื้อ "ฝีดาษลิง"

ก่อนหน้านี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เคยให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรค "ฝีดาษลิง" ที่เฉพาะเจาะจง แต่ควบคุมการระบาดได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85% ส่วนวิธีการหลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ ได้แก่ 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า 
  • หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ 
  • หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าไปในป่า 
  • ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยง หรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการคัดกรองโรค  
  • กรณีมีการเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและทำการแยกกักตัว

---------------------------------------

อ้างอิง : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)