วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กลุ่มมิตรผล’ ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืน เติบโตพร้อมสังคม-สิ่งแวดล้อม

"กลุ่มมิตรผล" ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ ดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามเป้าหมาย UN SDGs สร้างการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจ ควบคู่การดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้นทั่วโลก รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก สภาพอากาศสุดขั้ว เป็นอันดับ 17 ของโลก ตามดัชนี Climate Risk Index 2026 แต่การจัดอันดับของ ND-GAIN กลับพบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการปรับตัวอยู่ในอันดับที่ 123 จาก 192 ประเทศ นอกจากนี้ ภาคการค้ายุโรปและตลาดโลกยังได้ยกระดับมาตรการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เช่น CBAM และ EUDR ตลอดจนข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดห่วงโซ่อุปทาน 

จากความท้าทายดังกล่าว กลุ่มมิตรผล จึงดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามเป้าหมาย UN SDGs สร้างการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจ ควบคู่การดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม และเมื่อปี 2022 ได้ประกาศมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ความตั้งใจของบริษัทฯ สะท้อนออกมาเป็นรูปธรรม จากการที่อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้รับการรับรองให้เป็นคอมเพล็กซ์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2023 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นอุทยานมิตรผลภูเขียว จ.ชัยภูมิ และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จ.ขอนแก่น ได้รับการรับรองในปี 2026 และยังคงเดินหน้าขยายผลระบบบริหารจัดการไปยังโรงงานอื่นๆ ในเครือ

‘กลุ่มมิตรผล’ ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืน เติบโตพร้อมสังคม-สิ่งแวดล้อม

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า การดำเนินงานของเราจะต้องช่วยส่งเสริมให้คนรอบข้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน ที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ให้กับบุคลากร ทั้งในองค์กรและสังคมรอบข้าง

“Carbon Neutral Factory จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้พนักงานของ กลุ่มมิตรผล มีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการร่วมกันปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นได้จริง และนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว รวมถึงขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในห่วงโซ่คุณค่า เพราะความยั่งยืนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อคนรอบข้าง สังคมและสิ่งแวดล้อม เติบโตไปพร้อมกัน”

กลุ่มมิตรผล วางเส้นทางเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบ “Mitr Phol ModernFarm” ภายใต้มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก Bonsucro และ VIVE Programme 

‘กลุ่มมิตรผล’ ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืน เติบโตพร้อมสังคม-สิ่งแวดล้อม

ตลอดจนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบการขนส่งรักษ์โลก เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่เชื่อมโยงคุณค่าความยั่งยืนไปยังพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และร่วมขับเคลื่อนการบริโภคอย่างยั่งยืน 

ความสำเร็จในการพัฒนารูปแบบโรงงาน ความเป็นกลางทางคาร์บอน ของ กลุ่มมิตรผล ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเกษตรอุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพในการเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ให้กลายเป็นโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและการเติบโตระยะยาว 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างสมบูรณ์ ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการ ภาครัฐ และผู้บริโภค ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

‘กลุ่มมิตรผล’ ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืน เติบโตพร้อมสังคม-สิ่งแวดล้อม ‘กลุ่มมิตรผล’ ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืน เติบโตพร้อมสังคม-สิ่งแวดล้อม ‘กลุ่มมิตรผล’ ชูโมเดลเกษตรคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืน เติบโตพร้อมสังคม-สิ่งแวดล้อม