วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม 2569

Login
Login

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

OSP เดินหน้าสู่ Circular Future ยกระดับ Bottle to Bottle สู่ Closed-Loop Glass Circularity จากขวดใช้แล้วสู่ขวดใบใหม่

ขวดแก้ว หนึ่งใบยังมีคุณค่าแม้เครื่องดื่มภายในจะหมดลงแล้ว เพราะแก้วสามารถรีไซเคิลกลับมาใหม่ได้ 100% โดยยังคงคุณสมบัติของวัสดุ แต่ระหว่าง “รีไซเคิลได้” กับ “ถูกนำกลับมารีไซเคิลจริง” ยังมีช่องว่าง ทั้งการคัดแยก การรวบรวม และการนำขวดที่กระจายอยู่ตามครัวเรือนและชุมชนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยเฉพาะขวดแก้วขนาดเล็กที่มีโอกาสหลุดออกจากระบบ

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

นี่คือโจทย์ของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ในการยกระดับ OSP Bottle to Bottle สู่ Closed-Loop Glass Circularity เชื่อมการออกแบบ การผลิต และการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคให้เป็นวงจรเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “จากมือผู้บริโภคสู่ขวดใบใหม่” พร้อมผลักดันเป็นโครงการเรือธงด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในวาระครบรอบ 135 ปีของการดำเนินธุรกิจ

ออกแบบให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

เศรษฐกิจหมุนเวียนของโอสถสภาเริ่มตั้งแต่การพัฒนาขวดแก้วให้มีน้ำหนักเบาลง แต่ยังคงความแข็งแรง ควบคู่กับการนำเศษแก้ว หรือ Cullet มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขวดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่และลดพลังงานในกระบวนการผลิต การออกแบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุตั้งแต่ต้นทาง ส่วนการใช้ Cullet ช่วยนำทรัพยากรที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาสร้างประโยชน์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ต้องอาศัยระบบเก็บกลับที่เชื่อมขวดจากมือผู้บริโภคเข้าสู่การรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง

มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขวดแก้วเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์หลักของโอสถสภา เราจึงมองความรับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบและการผลิต ไปจนถึงการทำให้ขวดแก้วหลังการบริโภคกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ซึ่งช่วยลดการใช้วัตถุดิบใหม่ ลดพลังงานในการผลิต และลดโอกาสที่ขวดแก้วจะตกค้างในสิ่งแวดล้อม OSP Bottle to Bottle จึงไม่ใช่เพียงโครงการเก็บขวดกลับมารีไซเคิล แต่คือการสร้างระบบที่ช่วยให้ขวดแก้วกลับเข้าสู่วงจรได้มากขึ้นและต่อเนื่องขึ้น”

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

สามกลไกพาขวดกลับ: แรงจูงใจ ช่องทาง และการมีส่วนร่วม

ความท้าทายของการเก็บกลับโดยเฉพาะ ขวดแก้ว ขนาดเล็กคือขวดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้รวบรวมได้ยาก และต้องคัดแยกออกจากขยะประเภทอื่นก่อนนำไปรีไซเคิล อีกทั้งแก้วมีน้ำหนักมาก จึงมีต้นทุนในการเก็บรวบรวมและขนส่ง ปัจจัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้ขวดแก้วบางส่วนยังไม่กลับเข้าสู่ระบบ แม้ตัววัสดุจะสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

โอสถสภาจึงมุ่งสร้างแรงจูงใจ ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางรวบรวมและส่งเสริมการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง ผ่านสามกลไกที่เชื่อมโยงกัน

  1. เชื่อมโยงผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่าโดยตรง ผ่านการรับซื้อขวดแก้ว โดยเฉพาะขวดขนาดเล็กให้ความสำคัญกับราคาตลาดและการชำระเงินภายในวัน เพื่อสนับสนุนแรงจูงใจให้การเก็บรวบรวมดำเนินต่อได้ พร้อมสร้างความเข้าใจว่าขวดเล็ก เช่น ขวด M-150 จึงเป็นวัสดุที่มีมูลค่าและสามารถส่งเข้าสู่ระบบรับซื้อได้เช่นเดียวกับขวดแก้วอื่นๆ
  2. ขยายเครือข่ายและช่องทางรวบรวม ร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจ ผู้รับซื้อของเก่า ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทสมาชิก 40 แห่ง เพื่อเพิ่มจุดเชื่อมต่อในการรวบรวมขวดที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ และส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
  3. สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชน ผ่านพนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี” ในกิจกรรมรวบรวมขวดแก้วและดูแลสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการคัดแยกอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้วัสดุหลังการใช้งานพร้อมเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม

ตัวอย่างหนึ่งคือการลงมือร่วมกันในพื้นที่ผ่านกิจกรรม OSP Bottle to Bottle ณ ชายหาดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดย OSP ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดชลบุรี พันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่ายในพื้นที่ ชุมชน และพนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี” ร่วมกันเก็บและคัดแยกขยะ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การทำให้ Circularity เกิดขึ้นได้จริงต้องเริ่มจากการมีส่วนร่วมของทุกคน เพราะการคัดแยกอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้วัสดุหลังการใช้งานสามารถกลับมาเป็นทรัพยากรและสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 250 คน รวบรวมขยะได้ 425 กิโลกรัม และขวดแก้วขนาดเล็ก 340 กิโลกรัม โดยการจัดการขยะที่รวบรวมได้เหล่านี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 337 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนผลลัพธ์ของการร่วมกันคัดแยกและนำวัสดุกลับเข้าสู่ระบบจัดการ เพื่อให้ทรัพยากรที่ถูกทิ้งมีโอกาสกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

เป้าหมาย 625,000 ตัน เชื่อมการเก็บกลับกับขนาดธุรกิจ

ขวดแก้วที่รวบรวมได้จะผ่านการคัดแยกและรีไซเคิลเป็น Cullet ก่อนนำกลับเข้าสู่เตาหลอมเพื่อผลิตขวดใบใหม่ กระบวนการนี้ทำให้ OSP Bottle to Bottle เชื่อมกับธุรกิจโดยตรง ทั้งด้านวัตถุดิบ พลังงาน และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร

โครงการตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้วจำนวน 625,000 ตันภายในปี 2030 ซึ่งคิดเป็น 99% ของประมาณการยอดขาย M-150 ระหว่างปี 2026–2030 สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาสร้างคุณค่า พร้อมเป็นทิศทางในการขยายพื้นที่ ช่องทางเก็บกลับ และเครือข่ายพันธมิตร

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

หัวใจของ Closed-Loop Glass Circularity จึงอยู่ที่การเชื่อมบทบาทของผู้บริโภค ผู้รวบรวม ผู้รับซื้อ ผู้รีไซเคิล และภาคการผลิต เพื่อให้วัสดุจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบสำหรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

Small Action, Big Impact เมื่อการลงมือเล็กๆ ขยายผลได้

สำหรับองค์กรที่มีการผลิตสินค้าในระดับพันล้านขวดการคัดแยกในแต่ละครัวเรือนหรือการเพิ่มจุดรวบรวมในแต่ละชุมชนสามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้น เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องและขยายไปในวงกว้าง

“ที่ผ่านมา โอสถสภามีการผลิตสินค้าในระดับพันล้านขวด แต่ขวดแก้วที่ถูกเก็บกลับมารีไซเคิลยังมีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้กลับเข้าสู่วงจร เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องง่าย ๆ เพียงคัดแยกขวดแก้วให้ถูกต้อง เพื่อให้ขวดเหล่านั้นมีโอกาสกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง เพราะเมื่อการลงมือเล็ก ๆ เกิดขึ้นพร้อมกันในวงกว้าง ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ใหญ่ขึ้นให้กับทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมได้” มุกดา กล่าว

OSP จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับภาครัฐ หน่วยงานกำหนดนโยบาย ผู้ให้บริการจัดการขยะ ภาคธุรกิจ ชุมชน และผู้บริโภค เพื่อรองรับการเก็บกลับในระยะยาว การก้าวสู่ Circular Future จึงเป็นการสร้างระบบให้ความรับผิดชอบของผู้ผลิตและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเชื่อมถึงกัน เปลี่ยนปลายทางของขวดใช้แล้วให้เป็นจุดเริ่มต้นของขวดใบใหม่

OSP ยกระดับ Bottle to Bottle ดันขวดใช้แล้วสู่ขวดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน