“ธันย่า ธันยลักษณ์” ร่วมงาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมร่วมสืบสานคุณค่าและเสน่ห์ผ้าไทย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด จัดงาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและประชาชนชาวไทย ตลอดจนพระเกียรติคุณอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องจากนานาประเทศและองค์กรระดับโลก ณ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 28 – 30 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ภายในงานถ่ายทอดเรื่องราวแห่งพระมหากรุณาธิคุณผ่านพระราชกรณียกิจในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสตรีในชนบท ควบคู่กับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนางานหม่อนไหมและผ้าไหมไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่า สู่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
พระเกียรติคุณดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศ นำมาซึ่งการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลสำคัญ อาทิ เหรียญเซเรส (Ceres Medal) จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และรางวัลหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur Award) จากคณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (ISC) อันสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาหม่อนไหมไทย ตลอดจนการสร้างอาชีพและยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎร
อีกหนึ่งพระมหากรุณาธิคุณอันสำคัญยิ่ง คือการพระราชทานเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย “ตรานกยูงพระราชทาน” เพื่อธำรงรักษาภูมิปัญญาการผลิตผ้าไหมไทย ยกระดับมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ ตลอดจนเพิ่มคุณค่าให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ
ธันย่า – ธันยลักษณ์ พรหมมณี ซึ่งมีความรักและความผูกพันกับผ้าไหมไทย และร่วมส่งเสริมคุณค่าของผ้าไหมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ได้สะท้อนมุมมองว่า ในความงดงามของผืนผ้าแต่ละผืน ล้วนถักทอไว้ด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญา ความประณีต ฝีมือ และวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง ขณะเดียวกันการได้สัมผัสเรื่องราวภายในนิทรรศการ ยังเป็นโอกาสแห่งการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย และทรงส่งเสริมผ้าไหมและงานหัตถศิลป์ให้เป็นทั้งอาชีพ รายได้ และความภาคภูมิใจของคนไทย จนความงดงามของผ้าไหมไทยเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล
สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติภายในงาน แบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 โซน โดย กรมหม่อนไหม ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านนิทรรศการ 3 มิติ ร้อยเรียงเรื่องราวจาก “เส้นไหมบนกี่ทอผ้า” สู่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมและพัฒนาผ้าไหมไทย จนภูมิปัญญาจากท้องถิ่นได้รับการสืบสานและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการจัดแสดง “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” ภายใต้หัวข้อ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ” ถ่ายทอดความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยที่มิได้มีเพียงคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ หากยังสะท้อนองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และทักษะเชิงช่างอันละเอียดประณีตที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ท่ามกลางความงดงามและเรื่องราวที่ถ่ายทอดภายในงาน ธันย่าร่วมส่งต่อมุมมองถึงคุณค่าและเสน่ห์ของผ้าไทย พร้อมสะท้อนถึงการนำผ้าไทยมาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตและแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อให้ผ้าไทยยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นอีกหนึ่งพลังในการสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่และก้าวไปพร้อมกับยุคสมัยอย่างงดงาม
“ผ้าไทยมีคุณค่าและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองค่ะ ลองหยิบผ้าไทยมาใส่และประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง เพราะผ้าแต่ละผืนมีทั้งความงดงาม ภูมิปัญญา ฝีมือ และหัวใจของคนทำอยู่เบื้องหลัง ทุกครั้งที่เราเลือกใช้ผ้าไทย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ร่วมสืบสานคุณค่าเหล่านี้ และทำให้ผ้าไทยยังคงอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมส่งต่อความงดงามและคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นค่ะ”
งาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” จึงมิได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงความวิจิตรของผ้าไหมและศิลปวัฒนธรรมไทย หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านเรื่องราวของเส้นไหม ผืนผ้า ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจให้เกิดการร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจ ทั้งด้านการเกษตร การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสตรีในชนบทให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป





