วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

กยท.เดินหน้าสวนยาง 'อารยเกษตร' ตั้งเป้า 1 แสนไร่ปี 70 นำร่อง 33 แห่ง 10 จว.อีสานบน

กยท.ขยายผล “โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร” ตั้งเป้าครอบคลุมสวนยางรายย่อยไม่น้อยกว่า 100,000 ไร่ทั่วประเทศ ภายในปี 2570 ลดความเสี่ยงราคายาง สร้างรายได้มั่นคงตลอดปี

KEY POINTS

  • กยท.ขยายผล “โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร” ตั้งเป้าครอบคลุมสวนยางรายย่อยไม่น้อยกว่า 100,000 ไร่ทั่วประเทศภายในปี 2570 หลัง 3 ปีแรกมีเกษตรกรเข้าร่วมแล้วกว่า 75,000 ไร่ 
  • พร้อมนำร่องสวนยางต้นแบบ 33 แห่งใน 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • มุ่งส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสาน ลดการพึ่งพารายได้จากยางเพียงอย่างเดียว และสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ กยท.ดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร ตั้งแต่ปี 2567-2569 ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี โดยมีสวนยางของเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 75,000 ไร่ เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

สำหรับปี 2570 กยท.มีแผนเดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ามีสวนยางของเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 25,000 ไร่ ส่งผลให้มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการรวมไม่น้อยกว่า 100,000 ไร่ทั่วประเทศ

ในระยะแรก กยท.ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 10 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เลย กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร โดยจะใช้เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ด้านนวัตกรรมยางพาราและสวนยางอารยเกษตรของ กยท. เป็นพื้นที่ต้นแบบและแหล่งศึกษาดูงาน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรที่สนใจนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับสวนยางของตนเอง

กยท.เดินหน้าสวนยาง 'อารยเกษตร' ตั้งเป้า 1 แสนไร่ปี 70 นำร่อง 33 แห่ง 10 จว.อีสานบน

ทั้งนี้ สวนยางที่เข้าร่วมโครงการสามารถเป็นได้ทั้งสวนยางที่ปลูกใหม่และสวนยางที่เปิดกรีดแล้ว แต่ต้องเป็นสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. โดยเกษตรกรจะได้รับเงินสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตตามที่จ่ายจริง ในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือรายละไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าพันธุ์พืช ปุ๋ยอินทรีย์ พันธุ์สัตว์ และอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์บางส่วน

การสนับสนุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนยางได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สามารถสร้างรายได้ และมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน

นายดิษฐเดชกล่าวว่า แนวคิด “สวนยางอารยเกษตร” เป็นการนำศาสตร์พระราชาด้านเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรพอเพียงมาประยุกต์ใช้ร่วมกับเกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ และเกษตรธรรมชาติ ตลอดจนแนวคิด BCG Model ซึ่งประกอบด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยาวนานที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

กยท.เดินหน้าสวนยาง 'อารยเกษตร' ตั้งเป้า 1 แสนไร่ปี 70 นำร่อง 33 แห่ง 10 จว.อีสานบน

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสการพัฒนาเกษตรกรรมในปัจจุบัน รวมถึงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้าน “เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ที่มุ่งยกระดับรายได้และสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสานและลดการพึ่งพารายได้จากผลผลิตหลักเพียงอย่างเดียว

โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยปรับเปลี่ยนจากการทำสวนยางเชิงเดี่ยว ซึ่งพึ่งพารายได้จากผลผลิตยางเพียงอย่างเดียว มาเป็นการทำสวนยางควบคู่กับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการประมง เพื่อสร้างรายได้จากกิจกรรมที่หลากหลาย

รองผู้ว่าการ กยท.กล่าวอีกว่า สำหรับสวนยางที่ปลูกใหม่ เกษตรกรสามารถปลูกพืชที่ไม่ต้องการร่มเงามาก เช่น พืชผัก โกโก้ และพืชชนิดอื่น ๆ ขณะที่สวนยางที่เปิดกรีดแล้ว สามารถปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพสวน เช่น เนียง โกโก้ กาแฟ และไม้ผล รวมถึงเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากสภาพพื้นที่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

“แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายางพารา และเพิ่มความมั่นคงในการประกอบอาชีพสวนยางได้อย่างยั่งยืน” นายดิษฐเดชกล่าว

ด้านนายบุญนำ ภักดีพันดอน เกษตรกรผู้ทำสวนยางแบบอารยเกษตรในจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า หลังเข้ารับการอบรมการทำสวนยางอารยเกษตรกับ กยท. ได้นำความรู้มาปรับใช้กับสวนยางของตนเอง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 80 ไร่ โดยปรับปรุงการจัดการสวนให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเพิ่มสัดส่วนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ โดยปัจจุบันใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 40% และปุ๋ยอินทรีย์ 60%

นอกจากนี้ ยังปรับพื้นที่เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งการปลูกพืชแซมสวนยาง การเลี้ยงสัตว์ และการประมงตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความต้องการของตลาดในพื้นที่เป็นหลัก พืชที่ปลูกมีทั้งเงาะ ทุเรียน มะม่วง อะโวคาโด ชะอม ยางนา และพืชผักต่าง ๆ รวมถึงการเพาะเห็ด เลี้ยงปศุสัตว์ เลี้ยงไก่ไข่ และเลี้ยงปลา โดยได้รับการสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตส่วนหนึ่งจาก กยท.

กยท.เดินหน้าสวนยาง 'อารยเกษตร' ตั้งเป้า 1 แสนไร่ปี 70 นำร่อง 33 แห่ง 10 จว.อีสานบน

นายบุญนำกล่าวว่า ตั้งใจพัฒนาสวนยางอารยเกษตรให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อขยายผลไปยังสมาชิกในเครือข่ายประมาณ 190 ราย รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่อื่นที่สนใจ เนื่องจากมองว่าแนวทางดังกล่าวช่วยสร้างรายได้ตลอดทั้งปี และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม

“จากเดิมที่ต้องซื้อผัก ผลไม้ ไข่ ไก่ ปลา และอาหารอื่น ๆ มารับประทาน ปัจจุบันสามารถผลิตได้เอง นอกจากลดค่าใช้จ่ายแล้ว หากมีผลผลิตเหลือก็สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในสวนยางได้ถึงครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่เคยใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาทต่อไร่ เหลือประมาณ 500 บาทต่อไร่ โดยผลผลิตยางไม่ได้ลดลง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับเป็นการทำสวนยางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน” นายบุญนำกล่าว

สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร” สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สาขาใกล้บ้านทั่วประเทศ เพื่อรับคำแนะนำและข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมุ่งพัฒนาอาชีพ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทยในระยะยาว