MTC ร่วมลงนามรับการสนับสนุนจาก DEG และ SMBC ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 5,300 ล้านบาท

MTC ร่วมลงนามรับการสนับสนุนจาก DEG และ SMBC โดย 2 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ร่วมปล่อยกู้วงเงินไม่เกิน 5,300 ล้านบาท ตอกย้ำเชื่อมั่นธุรกิจ-หนุนรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเป็นธรรม
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามรับการสนับสนุนทางการเงินภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 5,300 ล้านบาท จากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลก 2 แห่ง ประกอบด้วยบริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (DEG – Deutsche Investitions- und Entwicklungsgesellschaft mbH) และธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ารายย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มมากขึ้นต่อไป
การได้รับสนับสนุนเงินทุนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นต่อแนวคิดการบริหารธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนของบริษัทฯ รวมทั้งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานทุน MTC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ความสามารถในการแข่งขัน ให้มีความพร้อมในการมอบโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่กลุ่มลูกค้าฐานรากได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพอิสระ กลุ่มประชาชนรับจ้างทั่วไป ด้วยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม ตอกย้ำถึงการเป็นผู้ให้บริการในธุรกิจสินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ที่มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
"การสนับสนุนจากพันธมิตรทั้ง 2 ราย ส่งผลให้ MTC สามารถสานต่อการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในทุกมิติ ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เพื่อขจัดความยากจน สร้างโอกาสทางการเงินของผู้ประกอบอาชีพรายย่อย พัฒนาการเป็นอยู่ที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมเป็นสุขและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยวงเงินทั้งหมดบริษัทฯ ได้ดำเนินการปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว" นายปริทัศน์ กล่าว
นายปริทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MTC ยังคงมุ่งมั่นต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยได้รับการรับรองผลการประเมิน ESG MSCI Index ปี 2566 ที่ระดับ AA กลุ่มธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค (Customer Finance) ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2566 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และบรรยากาศทางการเมืองที่ชัดเจนและเดินหน้าต่อไปได้ ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ขยายตัวในทิศทางเดียวกัน คาดว่าจะสนับสนุนให้พอร์ตสินเชื่อรวมในปี 2566 ของ MTC เติบโตไม่น้อยกว่า 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนพอร์ตสินเชื่อของ MTC ในปัจจุบัน ประกอบด้วยธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และสินเชื่อโฉนดที่ดิน มากกว่า 80% ส่วนที่เหลือ 20% มาจากการปล่อยสินเชื่ออื่นๆ







