วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“วราวุธ” ตรวจราชการเขตบางขุนเทียน แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูง

“วราวุธ” ตรวจราชการเขตบางขุนเทียน รับฟังปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และน้ำทะเลหนุนสูง พร้อมมอบหมายปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ระดมทุกหน่วยงานวางแผนแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ

15 มีนาคม 2566 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เขตบางขุนเทียน และนายอัศวิน คูร์พิพัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางขุนเทียน พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมลงพื้นที่ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าพูดคุยรับฟังปัญหาจากตัวแทนชาวบ้าน ที่สะท้อนถึงปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในเขตอ่าวไทย ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของลมชายฝั่งโดยตรง พร้อมขอให้มีการแก้ไขปัญหาในภาพรวม โดยตัวแทนชาวบ้านขอให้กลับมาเป็นรัฐมนตรีอีก เพื่อมาร่วมกันแก้ปัญหานี้ต่อ 

“วราวุธ” ตรวจราชการเขตบางขุนเทียน แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สาเหตุการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การกัดเซาะชายฝั่งโดยธรรมชาติ เช่น คลื่น กระแสน้ำชายฝั่ง น้ำขึ้น น้ำลง ลมมรสุม พายุ และการกัดเซาะชายฝั่งจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การสร้างสิ่งก่อสร้างริมชายฝั่ง การสร้างรอดักทราย การสร้างเขื่อนกันทราย และคลื่นปากร่องน้ำ แต่การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบางขุนเทียน สาเหตุไม่ได้มาจากระดับน้ำทะเลขึ้นสูง เพราะหลักเขตกรุงเทพมหานครหลักที่ 28 ที่แบ่งพื้นที่ระหว่างเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ กับสมุทรปราการ และหลักที่ 29 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ กับสมุทรสาคร ที่กำหนดแนวเขตจังหวัดในอ่าวไทยตั้งแต่ปี 2502 ยังโผล่พ้นเหนือน้ำ และหากเกิดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งสองหลักจะต้องจมอยู่ใต้น้ำ 

“วราวุธ” ตรวจราชการเขตบางขุนเทียน แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูง

นายวราวุธ ยังกล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยมอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามและกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสาเหตุการทรุดตัวของแผ่นดิน โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ว่า เป็นพื้นดินอ่อนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ บางส่วนอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ประกอบกับในอดีตมีการสูบน้ำบาดาล และมีการก่อสร้างอาคารที่มีน้ำหนักมาก การถมคลองทำถนน ทำให้พื้นที่รับน้ำที่เคยนั้นมีหายไป รวมถึงสถานการณ์โลกร้อนก็มีผลต่อทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนมาจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นเรื่องที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ

"ปัจจุบัน กระทรวงทรัพยากรฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ หรือ UNFCCC : NAPs ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวแคนคูน UNFCCC: Cancun Agreement เพื่อเป็นกลไก และวิธีการในการระบุความจำเป็นต่อการปรับตัวในระยะกลางและระยะยาว นำไปสู่การบูรณาการ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับนโยบาย แผนงาน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และประกาศใช้ ต่อไป"

“วราวุธ” ตรวจราชการเขตบางขุนเทียน แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูง
นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) เปิดเผยว่า ภารกิจที่เกี่ยวข้องในเขตบางขุนเทียน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดทะเลเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพฯ ระยะทาง 7.11 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร มีสภาพพื้นที่เป็นหาดโคลน และอยู่ในแนวทางการฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่ง (Coastal rehabilitation) แม้จะมีการแก้ไขไปแล้ว แต่ก็ยังเกิดการกัดเซาะอยู่ประมาณ 2.60 กิโลเมตร ปัจจุบันมีโครงการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหลายรูปแบบ เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น การปักเสาคอนกรีต เขื่อนหินป้องกันคลื่นนอกชายฝั่ง และเขื่อนหินทิ้ง เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้แนวชายฝั่งในเขตบางขุนเทียนเริ่มปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่ ไม่พบการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งในช่วง 3 ปีย้อนหลัง 

ส่วนการบริหารจัดการแนวชายฝั่งทะเลเขตบางขุนเทียน เพื่อลดปัญหากรุงเทพมหานครจมใต้น้ำ ได้ดำเนินการตามแผนงาน โครงการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 โดยใช้แนวทางฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่งเป็นหลัก เช่น การกำหนดพื้นที่ถอยร่น การปลูกป่า และการปักเสาดักตะกอน มีการสนับสนุนการใช้แนวทางธรรมชาติในการจัดการปัญหาภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน เช่นการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งดั้งเดิม การปลูกป่าชายเลนโดยภาครัฐ และเอกชน การสร้างแรงจูงใจในการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่เอกสารสิทธิ และการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณชายฝั่งให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นต้น 

จากนั้น นายวราวุธ พร้อมคณะขึ้นเรือของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อทำการสำรวจแนวชายฝั่งทะเลเขตอ่าวไทย ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องการกัดเซาะ และตรวจหลักเขตที่ 28 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างกรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ และรับฟังรายงานปัญหาและการดำเนินการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

“วราวุธ” ตรวจราชการเขตบางขุนเทียน แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูง