วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐฯ ย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 เข้าเงื่อนไข ได้เงินแน่นอน

รัฐบาลเปิด 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย “น้ำท่วม 2569” ครอบคลุมเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน เงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี และโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยา หากเข้าเงื่อนไข ได้เงินแน่นอน

รัฐบาลเปิด 3 มาตรการ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย “น้ำท่วม 2569” ครอบคลุมเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน เงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี และโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ทั้งค่าซ่อมบ้าน เงินช่วยเหลือครัวเรือน และกรณีเสียชีวิต พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยา หากเข้าเงื่อนไข ได้เงินแน่นอน

รัฐฯ ย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 เข้าเงื่อนไข ได้เงินแน่นอน

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายใต้ข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

รัฐบาลได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไว้ 3 ประเภท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนฟื้นตัวจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

1.) เงินช่วยเหลือฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลัง

เป็นเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2568 มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยไม่ใช่การชดใช้ความเสียหายทั้งหมด มีรายละเอียดดังนี้

  • ซ่อมแซมบ้านพักอาศัย สูงสุด 88,600 บาทต่อหลัง
  • ซ่อมแซมโรงเรือนเพื่อการเกษตร สูงสุด 6,800 บาทต่อครอบครัว
  • ค่าเช่าบ้านหรือที่พักชั่วคราว เดือนละ 2,500 บาท ไม่เกิน 2 เดือน
  • เครื่องมือประกอบอาชีพหลัก สูงสุด 13,500 บาทต่อครอบครัว
  • กรณีบาดเจ็บสาหัสและนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ช่วยเหลือ 5,000 บาท ส่วนกรณีพิการช่วยเหลือ 16,600 บาท
  • ค่าจัดการศพ สูงสุด 35,700 บาทต่อราย และหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว จะได้รับเงินเพิ่มอีกไม่เกิน 35,700 บาท

ผู้ประสบภัยสามารถยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ การได้รับเงินช่วยเหลือต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
 

2.) เงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี สูงสุด 9,000 บาทต่อครัวเรือน

มาตรการนี้ครอบคลุมผู้ประสบอุทกภัยในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 รวม 66 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งการช่วยเหลือเป็น 4 กรณี ได้แก่

  • น้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินเสียหาย ช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน
  • น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน ช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน
  • น้ำล้อมบ้านนานเกิน 7 วันจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน
  • อาคารสูงที่น้ำไม่ถึงชั้นพักอาศัย แต่ได้รับผลกระทบเกิน 7 วัน ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน

สำหรับกรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มหรืออุทกภัย เช่น จมน้ำ ถูกกระแสน้ำพัด หรือถูกไฟฟ้าดูดขณะน้ำท่วม กำหนดเงินช่วยเหลือค่าปลงศพ 2,000,000 บาทต่อราย

ผู้ประสบภัยสามารถยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนกรณีเสียชีวิต ญาติต้องยื่นเอกสารด้วยตนเองเท่านั้น

 

3.) โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 1 ปี

โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ชีวิต และร่างกาย ดังนี้

ความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัย

  • วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังต่อภัย
  • กรณีน้ำท่วมหรือน้ำล้อมบ้าน รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง และอาจได้รับเงินเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท
  • กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้ง และอาจได้รับเงินเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท
  • ความคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกาย
  • กรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาทต่อคน
  • กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร 200,000 บาทต่อคน

 

ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเคลมได้

  1. เว็บไซต์ ThaiNatCat.Org
  2. ไลน์ทางการ @Thainatcat
  3. ศูนย์บริการโทรศัพท์ 0 2012 5555

 

จุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่

ผู้แจ้งเคลมต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบไทยดี เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว จะได้รับการพิจารณาและโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคาร ภายใน 15 วัน ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขการพิจารณาสินไหมของโครงการ

รัฐบาลย้ำผู้เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิ ได้รับเงินแน่นอน

นางสาวพลอยทะเลกล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยได้วางแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเยียวยาอย่างรอบคอบ

ประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวลหรือสับสน และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและไม่พลาดสิทธิของตนเอง