เมื่อ AI เริ่ม "ลงมือทำ" ในโรงพยาบาล ใครรับผิดชอบ? ศิริราชดึง Chancellor ของ MIT พร้อมนักวิจัยจาก Stanford, UCLA, Tsinghua และ Peking ขึ้นเวทีเดียวกัน 20 ต.ค. นี้
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา เดินหน้าจัดงาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 ภายใต้ธีม "Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้" (Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine) โดยทีมบริหารชุดใหม่ของศิริราช ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ยืนยันสานต่อความร่วมมือระยะยาวกับ MIT และยกระดับนวัตกรรมเป็นวาระเรือธงของคณะฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ไฮไลต์ของปีนี้ คือการประชุมวิชาการหลักในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ซึ่งรวมผู้บริหารและนักวิจัยด้าน AI ทางการแพทย์จาก MIT, Stanford, UCLA, Tsinghua และ Peking ไว้บนเวทีเดียวกันในวันเดียว นำโดย Prof. W. Eric L. Grimson, Chancellor ของ MIT เพื่อตอบคำถามที่ผู้บริหารโรงพยาบาล บริษัทประกัน หน่วยงานกำกับดูแล และนักลงทุนทั่วโลกกำลังถามเหมือนกัน "เมื่อ AI ไม่ได้แค่ทำนาย แต่เริ่มลงมือทำในกระบวนการดูแลผู้ป่วย ใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์"
ใครรับผิดชอบ เมื่อ AI "ลงมือทำ" ในโรงพยาบาล
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา AI ทางการแพทย์ทำหน้าที่ "ทำนาย" ว่าผู้ป่วยรายใดมีความเสี่ยง วันนี้ระบบ AI รุ่นใหม่สามารถวางแผนและลงมือปฏิบัติได้เอง ตั้งแต่การนัดหมาย การคัดกรอง ไปจนถึงการเสนอแนวทางรักษา คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนจาก "เทคโนโลยีทำได้หรือไม่" เป็น "เชื่อถือได้เพียงใด และใครรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาดกับผู้ป่วย" สำหรับภาคธุรกิจ คำตอบของคำถามนี้กำหนดทุกอย่าง ตั้งแต่การตัดสินใจจัดซื้อของโรงพยาบาล การรับประกันความเสี่ยงของบริษัทประกัน แนวทางของหน่วยงานกำกับดูแล ไปจนถึงมูลค่าของบริษัท HealthTech ที่นักลงทุนยินดีจ่าย Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 จึงตั้งใจให้เป็นเวทีที่ตอบคำถามนี้จากมุมมองของโรงพยาบาลจริง ไม่ใช่จากมุมมองของบริษัทเทคโนโลยี
ต่อยอดจาก Medical Hub สู่ความเชื่อถือที่โลกยอมรับ
เวที SEA Health Summit 2026 เมื่อกลางปีนี้ ได้วางภาพประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพของภูมิภาค Siriraj x MIT Hacking Medicine คือสนามที่ภาพนั้นถูกนำมาลงมือทำจริง ในโรงพยาบาลจริง กับโจทย์ทางคลินิกจริง โดยทีมจาก 35 สัญชาติ และมีสถาบันชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาและจีนร่วมทำงานด้วยตลอดสามปี ความเชื่อถือที่สร้างขึ้นจากภายในโรงพยาบาล คือสิ่งที่ทำให้ Medical Hub ของไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก
MIT, Stanford, UCLA, Tsinghua และ Peking บนเวทีเดียวกันในวันเดียว
ในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ Knowledge Exchange Center (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จะมีเวิร์กชอป "LLM-athon" นำโดย Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT Laboratory for Computational Physiology และ Harvard Medical School ว่าด้วยข้อจำกัดของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในบริบทที่ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและความเท่าเทียมทางสุขภาพ ก่อนเข้าสู่การประชุมวิชาการที่เข้มข้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีวิทยากร ได้แก่ Prof. W. Eric L. Grimson Chancellor ของ MIT ผู้บริหารระดับสูงของสถาบัน และผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์, Prof. Zen Chu ผู้อำนวยการ MIT Hacking Medicine Initiative, Prof. Michael V. McConnell จาก Stanford University School of Medicine ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจ, Asst. Prof. Ashley Stein-Merlob จาก UCLA ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจในผู้ป่วยมะเร็ง (Cardio-Oncology), Assoc. Prof. Weizhi Ma จาก Tsinghua University ผู้ร่วมสร้าง AI Agent Hospital และ Asst. Prof. Shenda Hong จาก National Institute of Health Data Science มหาวิทยาลัยปักกิ่ง นักวิจัยที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine AI พร้อมด้วยนักลงทุนและผู้บริหารระบบสุขภาพจากสหรัฐอเมริกา
ทีมบริหารชุดใหม่ของศิริราช ประกาศสานต่อและยกระดับ
ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช เข้ารับตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลคนที่ 20 โดยมี ศ. ดร.พญ. อุไรวรรณ พานิช รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรม Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 จึงเป็นงานใหญ่งานแรกของทีมบริหารชุดใหม่
ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผมขอขอบคุณคณบดีอภิชาติ อัศวมงคลกุล และทีมงานทุกคน ที่วางรากฐานความร่วมมือนี้ไว้อย่างดีตลอดสามปี ทีมบริหารชุดใหม่จะรักษาสิ่งที่สร้างไว้ และสานต่อด้วยความตั้งใจไม่น้อยไปกว่ากัน นวัตกรรมจะเป็นหนึ่งในวาระเรือธงของศิริราชต่อไป และการผลักดันของเราไม่ได้หมายถึงการจัดแข่งขันปีละครั้ง แต่หมายถึงการดูแลทีมที่มีศักยภาพให้พัฒนาผลงานไปจนถึงมือผู้ป่วยจริง ผมขอขอบคุณ MIT Hacking Medicine และ sponsor ทั้ง 16 รายที่ทำให้ความร่วมมือนี้เดินทางมาถึงปีที่สาม
ด้าน ศ. ดร.พญ. อุไรวรรณ พานิช รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า คำถามว่า AI ที่ลงมือทำจะเชื่อถือได้เพียงใด และใครรับผิดชอบต่อผลที่เกิดกับผู้ป่วย เป็นคำถามที่ควรถามจากภายในโรงพยาบาล ไม่ใช่จากภายในบริษัทเทคโนโลยี ศิริราชจึงเปิดโรงพยาบาลเป็นโจทย์จริงให้ทีมจาก 35 สัญชาติได้ทำงานกับปัญหาทางคลินิกจริง และเชิญนักวิจัยจาก MIT, Stanford, UCLA, Tsinghua และ Peking มาถกประเด็นนี้บนเวทีเดียวกัน ความเชื่อถือที่สร้างจากในโรงพยาบาลจริง คือสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพที่โลกไว้วางใจ
จากหนึ่งสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ สู่บอสตัน
ปีนี้โครงการได้รับใบสมัครเข้าร่วม Hackathon กว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติ โดยการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ โรงพยาบาลศิริราช ใน 2 หัวข้อหลัก คือโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง ขณะที่ Si x MIT BeyondHack เวทีสำหรับทีมศิษย์เก่าที่ยังพัฒนาผลงานต่อเนื่อง มีทีมสมัครแล้ว 20 ทีม ทีมที่ชนะจะได้เข้าร่วม BeyondHack Accelerator ทำงานอย่างเข้มข้นร่วมกับ MIT เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนขึ้นนำเสนอรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 และขณะนี้เริ่มมีบริษัทจากโครงการเตรียมระดมทุนและขยายสู่ตลาดต่างประเทศแล้ว
ลงทะเบียน : ส่วนลด 50% สำหรับผู้อ่านกรุงเทพธุรกิจ
บัตรเข้าร่วมการประชุมวิชาการหลัก วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ราคาปกติ 15,000 บาท ผู้อ่านกรุงเทพธุรกิจรับส่วนลดพิเศษ 50% เหลือ 7,500 บาท เมื่อกรอกโค้ด BBN50 ในขั้นตอนลงทะเบียน ที่นี่
เงื่อนไข : จำนวนจำกัด 40 ใบ / ใช้ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2569 รายละเอียดงานทั้งหมด คลิกที่นี่





