สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เกอรินจี เมรางิน ในอินโดนีเซีย การผลิตอุปกรณ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง สำหรับโรงไฟฟ้าประเภท หัวน้ำสูง และให้อัตราความเร็วในการหมุนสูง
นายชินยะ ฟูจิสึกะ ผู้อำนวยการ และรองประธานอาวุโสฝ่ายระบบไฟฟ้า ของ Toshiba ESS เปิดเผยว่า “ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ผลิตกังหันน้ำ และจัดหาอุปกรณ์ให้กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเกอรินจี ในอินโดนีเซีย โดยหลังจากนี้ Toshiba ESS จะเดินหน้าสนับสนุนในการจัดหาอุปกรณ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั่วโลกต่อไป อีกทั้งยังพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่น และศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือ ไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศให้เป็นศูนย์ หรือยุคสมัยแห่ง “คาร์บอนสมดุล” ในการผลิตไฟฟ้า เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ”
ก่อนหน้านี้ THPC ได้รับมอบหมายให้จัดหาอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำของกลุ่มบูกากา ให้กับโรงไฟฟ้า 4 แห่งในอินโดนีเซีย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ มาลีอา 1 ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ THPC ยังได้รับความไว้วางใจให้จัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 กระทั่งในที่สุด THPC ได้รับมอบหมายให้จัดหาอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเกอรินจีชนิดเต็มรูปแบบและระบบ
ครั้งนี้ THPC จะดำเนินการตั้งแต่การออกแบบ และผลิตกังหันน้ำ ที่ฝ่ายปฏิบัติการในโรงงานของ THPC ในประเทศจีน และ TAPI จะดูแลในส่วนของการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ รวมถึงการให้คำแนะนำทางเทคนิคแบบออนไลน์ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ตามแผน ไม่ให้มีความล่าช้า แม้จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม
มีการประเมินล่วงหน้าว่า สัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ต่อพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมดของอินโดนีเซีย จะเพิ่มขึ้นไปถึง 23% ภายในปี พ.ศ. 2568* โดยในจำนวนนี้ การผลิตไฟฟ้า จากพลังงานน้ำ ถือครองอัตราส่วนสูงสุดในบรรดาพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด และคาดว่าจะมีสัดส่วนสูงขึ้นไปถึงราว 40% ด้วยเหตุนี้ จึงมีการคาดหมายว่า ยุคสมัย และตลาดแห่งการใช้พลังงานน้ำ จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น และทั้ง Toshiba ESS และ THPC ต่างก็คาดหมายกันว่า ทั้ง 2 องค์กรจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสนับสนุนความรู้ – ความเชี่ยวชาญ ให้กับตลาดการผลิตพลังงานจากน้ำ
สำหรับกลุ่มโตชิบา ผู้ผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำ ขนาด 60 กิโลวัตต์ ซึ่งถือเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องแรกสำหรับโรงไฟฟ้า คีอาเกะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำเชิงพาณิชย์แห่งแรกของญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มเดินเครื่องการผลิตไฟฟ้าจ่ายให้กับประชาชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2437 นับจากวันนั้น กลุ่มโตชิบาได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำมากกว่า 2,700 ยูนิต และสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 66 กิกะวัตต์ ในกว่า 40 ประเทศ ไม่ว่าจะในทวีปเอเชีย และในพื้นที่อื่นๆ
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของพลังงานสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มโตชิบา ได้ส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าพลังน้ำสำหรับประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศลาว ขณะเดียวกัน กลุ่มโตชิบา ก็คาดหวังที่จะบรรลุวัตถุประสงค์แห่งการเป็นสังคมคาร์บอนสมดุล และตั้งใจที่จะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจัดส่งไปยังจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก
*ที่มา: แผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าแห่งอินโดนีเซีย (RUPTL 2019)






