ABeam แนะองค์กรบรรลุระดับทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน

ABeam แนะองค์กรบรรลุระดับทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน

ABeam แนะองค์กรบรรลุระดับทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน พร้อมรับวิถีใหม่ปัจจุบันและอนาคต

 

เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) แนะธุรกิจปรับรูปแบบการทำงานสู่ระดับที่สร้างประสิทธิผลที่สูงขึ้น ด้วยรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป มีการทำงานแบบ Remote working มากขึ้น การกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติ (Policy & Guideline) เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) การเตรียมความพร้อมพนักงาน (People) และกระบวนการ (Process) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำไปสู่การทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานในระดับที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ ทั้งด้านการบริการลูกค้า (Client service) ความสำเร็จขององค์กร (Firms success) และความพึงพอใจส่วนบุคคลของพนักงาน (Personal satisfaction) ABeam พบองค์กรส่วนมากทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานเพียงระดับแรกด้วยการทำระบบ IT และแอปพลิเคชันที่สนับสนุนการทำงานในรูปแบบใหม่ดังกล่าว และยังคงประสบปัญหาในการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในยุควิถีใหม่ ย้ำธุรกิจเร่งทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

นายอิชิโร ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรธุรกิจในรูปแบบดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ในเครือบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลกระทบจากโควิค-19 ได้เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ มากมายในด้านประสิทธิภาพการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน จากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป มีการทำงานในรูปแบบ Remote working มากขึ้น มีวิธีใหม่ในการสื่อสารและมีเครื่องมือการทำงานที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงาน

 

“ทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน หรือ Workstyle Transformation เน้นปรับกระบวนการและวิธีการทำงานให้ตอบโจทย์เป้าหมายองค์กร การให้บริการลูกค้า และความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น หลายองค์กรประสบปัญหาเนื่องจากนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ที่ไม่ชัดเจน พนักงานขาดทักษะความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการทำงานที่ไม่มีความพร้อมสอดรับกับยุควิถีใหม่  ทั้งนี้ ABeam พบว่ามีองค์กรส่วนมากทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานเพียงระดับแรกด้วยการทำระบบ IT และ Applications ที่สนับสนุนการทำงานในรูปแบบใหม่ดังกล่าวและยังคงประสบปัญหาในการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากนโยบายและแนวทางปฏิบัติไม่ชัดเจน พนักงานขาดทักษะความรู้และความเข้าใจ รวมทั้งกระบวนการทำงานที่ไม่มีความพร้อมในยุควิถีใหม่” นายฮาระกล่าว

 

จากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับองค์กรในการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน Abeam แบ่งระดับการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 เป็นการติดตั้ง IT และแอปพลิเคชัน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานในรูปแบบใหม่ได้ แต่พนักงานยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบดังกล่าว ระดับที่ 2 คือพนักงานสามารถใช้เครื่องมือ IT ที่องค์กรติดตั้งให้ได้ แต่ยังคงทำงานไม่ได้ประสิทธิผลในระดับที่ตั้งไว้ ระดับที่ 3 เป็นระดับที่องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยประสิทธิผลที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการใช้กระบวนการดิจิทัลและการปรับเปลี่ยนการทำงานด้วยการลดกระบวนการที่ไม่จำเป็น (Lean and Digitalized process) และระดับที่ 4 ซึ่งเป็นระดับการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานที่ดีที่สุด คือการที่องค์กรมีการปรับรูปแบบธุรกิจ (Business model reform) เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ด้วยการเชื่อมต่อทั้งลูกค้าและพันธมิตรเข้าด้วยกัน

 

“ABeam แนะนำให้ธุรกิจเร่งทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานในยุควิถีใหม่ที่มีการทำงานแบบ Remote working มากขึ้น โดยอย่างน้อยคือให้ได้ระดับที่ 3 เพื่อการทรานส์ฟอร์มที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว อันจะนำมาซึ่งประสิทธิผลในการทำงานที่เท่าหรือมากกว่าระดับเดิมก่อนการทรานส์ฟอร์ม โดยระเบียบวิธี (Methodology) ของ ABeam ในการนำไปสู่การทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพจะประกอบด้วย 4 เสาหลัก และ 6 ขั้นตอน จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ABeam สามารถช่วยบริษัทต่าง ๆ ให้บรรลุระดับ 3 ของการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานได้ภายเวลาไม่กี่เดือน” นายฮาระอธิบาย

 

4 เสาหลักในกระบวนการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน ประกอบด้วย การกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติ (Policy & Guideline) เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) การเตรียมความพร้อมพนักงาน (People) และกระบวนการ (Process) โดย 6 ขั้นตอนในการทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน ได้แก่ 1. การกำหนดนโยบายและกฎระเบียบของการทำงานแบบ Remote Working 2. การเลือกเครื่องมือและแอปพลิเคชัน ด้านที่สนับสนุนการทำงานรูปแบบดังกล่าว 3. การมีโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยด้าน IT สำหรับการทำงานแบบ Remote working 4. การบริหารจัดการแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของพนักงาน 5. กระบวนการบริหารจัดการการทำงานในรูปแบบใหม่ และ 6. กระบวนการทำงานในรูปแบบดิจิทัลต่าง ๆ   

 

“การทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงานในระดับที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในสภาพการทำงานที่มีการทำงานแบบ Remote working มากขึ้นนั้น จะต้องตอบโจทย์ธุรกิจทั้งด้านการบริการลูกค้า (Client service) ความสำเร็จขององค์กร (Firm’ s success) และความพึงพอใจส่วนบุคคลของพนักงาน (Personal satisfaction) ถึงแม้ปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนับว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่เราแนะนำให้องค์กรเร่งทรานส์ฟอร์มรูปแบบการทำงาน เพื่อให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการเตรียมการณ์ภายใต้แผนการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Plan” นายฮาระกล่าวทิ้งท้าย

 

 

เกี่ยวกับบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในเครือบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง จำกัด โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีทีมงานกว่า 6,600 คน ที่ให้บริการลูกค้ากว่า 1,100 รายทั่วภูมิภาคเอเชีย อเมริกา และยุโรป นับตั้งแต่เปิดให้บริการที่ปรึกษาในประเทศไทยเมื่อปี 2548 เอบีม คอนซัลติ้ง  (ประเทศไทย) มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 400 คน ที่ให้บริการลูกค้ามากกว่า 200 ราย ในประเทศไทย ด้วยความเชี่ยวชาญในบริการด้านด้านดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชั่น เพื่อช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเทคโนโลยี และยกระดับผลการดำเนินงานขององค์กรด้วย ERP และโซลูชั่นอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการจัดการ Digital BPI การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการโครงการด้านไอที และเอาท์ซอร์สสำหรับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัท เอบีมฯ ยังเป็นพันธมิตรที่ดีกับ SAP โดยให้บริการด้วยทีมที่ปรึกษาที่ได้รับใบรับรองจาก SAP เพื่อความสำเร็จในการทรานสฟอร์มของเอบีมร่วมมือกับลูกค้าในการวินิจฉัยและแก้ไขความท้าทายที่แท้จริงด้วยโซลูชั่นที่รวมการปฏิบัติที่ดีที่สุดและการดำเนินงานเข้ากับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในอุตสาหกรรม โดยเน้นใช้วิธีการปฏิบัติได้จริง (Pragmatic Approach) เพื่อมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับผลลัพธ์ที่รวดเร็ว คุ้มค่า และวัดผลได้ เอบีมมีปรัชญาการบริหารจัดการคือ “Real Partner” ด้วยการให้บริการที่ปรึกษาด้วยบุคลากรที่มีทักษะมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ พร้อมโซลูชั่นที่แก้ปัญหาได้จริง และให้ผลลัพธ์ที่เป็นความสำเร็จของลูกค้า อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.abeam.com/th/en