วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟ็อกซ์คอนน์-มิตซูบิชิ ผนึกกำลัง 50:50 ท้าชน ‘อีวีจีน’

‘ฟ็อกซ์คอนน์’ จับมือ ‘มิตซูบิชิ อิเล็คทริค’ ตั้งบริษัทร่วมทุน 50:50 มูลค่า 730 ล้านดอลลาร์ หวังปั้นแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าป้อนค่ายรถทั่วโลก ตั้งเป้ายอดขายแตะ 1 ล้านล้านเยนภายในปี 2030 ท่ามกลางศึก EV เดือด หลังค่ายรถจีนอย่าง BYD รุกหนัก

“ฟ็อกซ์คอนน์” (Foxconn) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากไต้หวัน จับมือ “มิตซูบิชิ อิเล็คทริค” (Mitsubishi Electric) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น ตั้งบริษัทร่วมทุนใน “สัดส่วน 50:50” หวังก้าวขึ้นเป็นผู้จัดหาแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับโลก ให้ค่ายรถยนต์นำไปพัฒนารถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของตนเอง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิต EV จีน โดยเฉพาะ BYD

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะดำเนินงานผ่านบริษัท Mitsubishi Electric Mobility ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทย่อยที่มิตซูบิชิ อิเล็คทริคถือหุ้นทั้งหมด โดยฟ็อกซ์คอนน์จะเข้าซื้อหุ้น 50% ผ่านบริษัทย่อยด้านการลงทุน มูลค่า 1.15 แสนล้านเยน หรือประมาณ 730 ล้านดอลลาร์ คาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในเดือนต.ค. 2027 หลังได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งขยายตลาด ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและเยอรมนี ซึ่งครองความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปมาอย่างยาวนาน กลับเผชิญ “ความท้าทายในการปรับตัวสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า” ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดโลกของผู้ผลิตญี่ปุ่นลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

จุน เซกิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจ EV ของฟ็อกซ์คอนน์ กล่าวว่า บริษัทร่วมทุนจะผสานจุดแข็งด้านขนาดธุรกิจและความรวดเร็วของฟ็อกซ์คอนน์ เข้ากับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตของมิตซูบิชิ อิเล็คทริค เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม EV ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลก

เซกิคาดการณ์ว่า รถยนต์ไฟฟ้าอาจครองสัดส่วนถึง 80% ของตลาดรถยนต์ในอนาคต โดยมีเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่มีความได้เปรียบ

ด้านมิตซูบิชิ อิเล็คทริค ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอินเวอร์เตอร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างแพลตฟอร์ม EV จากญี่ปุ่นสู่ตลาดโลก ในช่วงที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันจากผู้ผลิตจีนที่ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว

นอกจากอินเวอร์เตอร์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่เป็นกระแสสลับเพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์แล้ว มิตซูบิชิ อิเล็คทริคยังเป็นผู้ผลิตระบบควบคุมมอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับยานยนต์รายสำคัญ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของบริษัทร่วมทุน

ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทมีความร่วมมือทางธุรกิจอยู่ก่อนแล้ว โดยเมื่อเดือนพ.ย. 2025 ได้ประกาศความร่วมมือด้านศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งฟ็อกซ์คอนน์มีความเชี่ยวชาญในการรับจ้างผลิตเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่มิตซูบิชิ อิเล็คทริคจัดหาแบตเตอรี่สำรองและระบบระบายความร้อน

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ Mitsubishi Electric Mobility คาดว่า จะมียอดขาย 8.2 แสนล้านเยน ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2027 และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเป็น 1 ล้านล้านเยนภายในปีงบประมาณ 2030

นอกจากนี้ เซกิยังเปิดเผยว่า หากบริษัทร่วมทุนประสบความสำเร็จ ก็หวังให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างเป็นอิสระจากบริษัทแม่ และก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ผ่านการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในอนาคต

อ้างอิง: nikkei