บพข.เดินหน้าผลักดัน ยกระดับศักยภาพโรงแรมไทยข้ามวิกฤติมุ่งสู่ระดับ World Class

บพข.เดินหน้าผลักดัน ยกระดับศักยภาพโรงแรมไทยข้ามวิกฤติมุ่งสู่ระดับ World Class

ธุรกิจโรมแรมต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และพัฒนาคุณภาพสู่ WellHotel ที่ช่วยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้และมีเส้นทางธุรกิจที่ยั่งยืน

 

แผนงานการการขับเคลื่อนและผลักดันงานวิจัยชุดโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปี 2563 สู่การใช้ประโยชน์ เล็งเห็นโอกาส และความสำคัญดังกล่าว จึงได้ร่วมกับแผนงานการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพ และสำนักประสานงานการพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้การบริหารงานงานของ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนและผลักดัน การเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทาง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการบริการเชิงสุขภาพ (WellHotel) ในระดับ World Class ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน Wellhotel และรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ประกอบการในการจัดและให้บริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

ภายในงานอบรมเป็นการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน เสริมพลังด้านการพัฒนาคุณภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้กับผู้ประกอบการโรงแรม และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี  โพธิยะราช  ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์  บพข. และดร.ฉัตรฉวี  คงดี คณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ บพข. พร้อมด้วยคณะนักวิจัย และผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่ได้ร่วมแลกเปลี่ยน กว่า 40 ท่าน ณ โรงแรมอ่าวนางปรินซ์วิลล์ รีสอร์ท ในระหว่างวันที่ 7 – 8 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บขพ. กล่าวว่า “ผู้ประกอบการ ในการดำเนินการชุดโครงการการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพ ในปีที่ผ่านมา การส่งเสริมด้านสุขภาพของไทยเพื่อเป็น Global Wellness Tourism Destination ได้มีการพัฒนาและร่วมมือ คำนึงถึง กระบวนการ ตั้งแต่กระบวนการแรกเริ่มจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ อีกทั้งการต่อยอดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สถานประกอบการ เพื่อเป็นต้นแบบของ Model WellHotel ในอนาคต

 

คุณอิทธิฤทธิ์ เจ้าของโรงแรมอ่าวนาง ปรินซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ ให้ข้อมูลว่า ก่อนที่จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง จ.กระบี่ เป็น 8 ล้านคนต่อปี โดยนักท่องเที่ยวในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวไทยเพียง 20% สถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ ส่งผลกระทบให้หลายโรงแรมเริ่มปิดตัวลง จนเหลือโรงแรมที่เปิดดำเนินการอยู่เพียง 30% ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว พนักงานที่เกี่ยวข้อง

ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.วิภาดา คุณาวิกติกุล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการแผนงานการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก (บพข.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ต้นปี 2563 ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ จึงจำเป็นต้องเร่งจัดทำแผนดำเนินการในการฟื้นฟูหลังภาวะวิกฤต ในขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างระบบสุขอนามัย ความปลอดภัยตามมาตรการของสาธารณสุขเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว จึงต้องหันกลับมาวิเคราะห์ พิจารณาและกลับมาหาทิศทางและกลยุทธ์ วิธีการต่าง ๆ ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ การพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งระบบโดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

โดย ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.วิภาดา ได้นำเสนอในหัวข้อ Wellness Management for Wellhotel  ในมิติลักษณะ และโอกาสที่เกี่ยวข้องของกลุ่มธุรกิจ Wellhotel ที่สามารถเชื่อมโยงกับการสร้างแพ็คเกจการท่องเที่ยวของศาสตร์ชะลอวัย และการจัดการสุขภาวะที่หลากหลาย โดยคณะผู้วิจัยและผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว มองเห็นการนำ WellHotel เข้ามามีส่วนในการสร้างความแตกต่างของธุรกิจที่พักและโรงแรมเพื่อสุขภาพให้มีอัตลักษณ์พิเศษและมีมาตรฐาน ซึ่งหลายประเทศได้จัดทำ WellHotel และได้รับความนิยมอย่างสูง จึงพยายามผลักดันให้ประเทศไทยมีการฝึกอบรมและการประเมินตามมาตรฐานสากล เนื่องจากที่ผ่านมา WellHotel ยังไม่มีรูปแบบในการที่สมบูรณ์ มีมาตรฐานสากล และยังขาดการส่งเสริมด้านวิชาการของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ลักษณะสำคัญของ Wellness Hotels and Resorts คือตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หันมาเน้นการใช้บริการเพื่อดูแลสุขภาพและความงาม การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ที่มีอัตลักษณ์พิเศษให้ธุรกิจเติบโตขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

 

ในด้านของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness ศ.ดร.อารีวรรณ กลั่นกลิ่น จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทเพื่อสุขภาพจะสามารถสร้างประสบการณ์จากบริการสุขภาพทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างไปจากเดิม และสร้างจุดขายที่แตกต่างกับคู่แข่งโรงแรมในตลาดขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี เวลเนสต์ (Wellness) ไม่ได้เน้นเพียงการการดูแลสุขภาพด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่ยังนำกิจกรรมที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะด้านหลาย ๆ รูปแบบมารวมกันเพื่อนำเสนอให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจ เช่น การดูแลโภชนาการอาหาร (เน้นการดูแลฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน) โยคะ (ยืดหยุ่น/ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ) นั่งสมาธิ (การพัฒนาด้านจิตใจและความคิด) รวมเป็นตารางกิจกรรมในช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าพักในโรงแรมแก่กลุ่มลูกค้าเชิงสุขภาพ (Wellness tourists) โดยจุดมุ่งหมายหลักก็คือการเน้นการพัฒนาและดูแลรักษาสุขภาพโดยรวม ดังนั้น การเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแบบเดิมสู่ WellHotel จึงจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันที่ดีได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

ศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล หัวหน้าโครงการสังเคราะห์ฯ ได้กล่าวถึงเบื้องหลังการทำงานของกลุ่มงานโครงการสังเคราะห์และผลักดันในโครงการนี้ว่า ขณะนี้กำลังนำงานวิจัยต่าง ๆ มาวิเคราะห์และพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างงานต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดศักยภาพของงานวิจัยที่นำไปใช้งานได้จริง และนำไปสู่การขยายประโยชน์สูงสุด โดย ศาสตราจารย์วิทวัส อธิบายเพิ่มเติมว่า “สำหรับพื้นที่กระบี่เป็นจังหวัดที่ค่อนข้างเล็กแต่มีจุดแข็งคือการประสานความร่วมมือของคนในพื้นที่ ดังนั้นเมื่อพื้นที่มีจำกัด การมีพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อการขยายฐานลูกค้า ผู้ที่มีทุนทรัพย์จำกัดพยายามหาแหล่งเงินทุนและสนใจด้านโรงแรมแต่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารงานด้านโรงแรม โดยใช้วิธีไปบริหารโรงแรมให้จากการออกทุนจากแหล่งทุนเหล่านี้ ในกระบวนการเหล่านี้จะเปรียบเหมือนการทำห่วงโซ่โรงแรม ที่เป็นการขยายโรงแรมที่ได้มาตรฐาน WellHotel ลงไปด้วย ซึ่ง WellHotel จะเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากในอนาคต

 

ส่วน นพ.พิพัฒน์ ชุมเกษียร ผู้ทรงคุณวุฒิแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวฯ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในฐานะของแพทย์ ยินดีที่ได้นำประสบการณ์ตรงทางการแพทย์มาแชร์ให้กับทางโรงแรมเพื่อเตรียมความพร้อมธุรกิจบริการเพื่อก้าวสู่การรับรองมาตรฐานการบริการเชิงสุขภาพ ซึ่งในการบริการลูกค้าควรต้องรู้ความเสี่ยงของลูกค้าก่อน ในการบริการด้าน Wellness ทั้งด้านสปาและสปอตต้องดูแลลูกค้าตั้งแต่การจอง เดินทางมาถึงสนามบิน และต้องจัดการกับความเสี่ยงในการเกิดสิ่งที่คาดไม่ถึง โดยในการต้องนึกถึงทั้งในด้านที่ลูกค้าต้องการ และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีกับลูกค้าได้เช่น อุบัติเหตุต่าง ๆ ดังนั้น ต้องเตรียมการเพื่อรองรับลูกค้าทั้ง 2 ด้านไว้ล่วงหน้า การรองรับลูกค้าต้องเห็นเหรียญ 3 ด้าน ด้านดี (สิ่งที่ลูกค้าต้องการ นึกถึงโอกาสต่าง ๆ) ด้านไม่ดี (ความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ หรือความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว) และด้านสิ่งแวดล้อม แต่ต้องมองอีกมิติหนึ่งเพิ่มขึ้นคือด้านความเป็นคน ที่มีลักษณะต่างกัน

 

ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นความท้ายของโรงแรมที่ต้องพยายามจัดการกับความหลากหลายเพื่อให้โรงแรมมีลักษณะเด่นในการบริการ และความหลากหลายนั้นก็ถือเป็นความเสี่ยง จึงต้องพยายามคาดการณ์ถึงประเด็นที่อาจทำให้เกิดปัญหา และเตรียมจัดการหาทางออกให้แก่ปัญหานั้น ๆ ส่วนในด้านวิชาการของการบริการควรมีทิศทางที่เน้นการทำ Research to Routine เป็นการทำงานประจำให้เป็นวิจัย และ Research and Development บนพื้นฐานความรู้ที่มีอยู่ โดยความรู้ทั้งหมดต้องนำไปสู่ผู้ใช้ ให้นำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อไป