หนุนการค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย-ตะวันออกกลาง การเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างกัน”
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือ DITP จับมือ นิว จิวเวลเลอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย กรุ๊ป และ ดูไบ โกลด์ แอนด์ จิวเวลรี่ กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยมาอย่างใกล้ชิดและยาวนาน ทั้งยังสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของ DITP มาอย่างต่อเนื่องร่วมจัดสัมมนาออนไลน์ดึงผู้เชี่ยวชาญไทยและตะวันออกกลางระดมความคิดกระชับสัมพันธ์การค้าการลงทุนอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างกัน
ในการเปิดงานสัมมนาออนไลน์หัวข้อ “การค้าอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคตะวันออกกลาง: การเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างกัน” นายปณต บุณยะโหตระ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า ตอนนี้ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยยูเออีเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยไปยูเออีมีสัดส่วน 43% ของมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ทั้งหมดไปประเทศกลุ่ม MENA
นายปณต กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เลื่อนการจัดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 66 ไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยสินค้าเด่นของการจัดงานในครั้งนี้คือเครื่องประดับเงิน ขณะเดียวกัน กรมฯ อยู่ระหว่างเตรียมจัดงาน “BGJF Special Online Edition” ในเดือนพฤศจิกายน 2563 นี้ เพื่อตอบรับการทำธุรกิจแบบ New Normal พร้อมเชิญชวนให้บริษัทอัญมณีและเครื่องประดับจากยูเออีและประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม MENA มาร่วมทั้งสองงานด้วย
“นอกจากจัดงานบางกอกเจมส์ฯ และงานแสดงสินค้าออนไลน์แล้ว กรมฯพร้อมสนับสนุนบริษัทไทยร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย”
นายอนุรัก สินหา ประธานกรรมการบริษัท ลีอาลี จิวเวลรี่ กล่าวชื่นชมงานบางกอกเจมส์ฯ ว่า มีบทบาทสำคัญในการจัดแสดงและนำเสนอดีไซน์และเครื่องประดับที่หาไม่ได้ในตลาดตะวันออกกลาง พร้อมเน้นย้ำความได้เปรียบของประเทศไทย ในด้านฝีมือการเจียระไน ทัศนคติที่พร้อมเปิดรับความคิดเห็นและความยืดหยุ่นของผู้ผลิตชาวไทยที่ทำให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวกและง่ายดาย
นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงความหลากหลายของอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศไทยว่า “ไทยมีสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่หลายหลาก ตั้งแต่อัญมณีที่เจียระไนขั้นต้น ไปจนถึงเครื่องประดับที่สร้างสรรค์อย่างประณีต”
นาย เมฮรัน มหาลาตี ประธานกรรมการบริษัท มหาลาตี จิวเวลรี่ กล่าวว่า กรุงเทพฯ และจันทบุรีเป็นตลาดซื้อขายพลอยเนื้ออ่อนและพลอยเนื้อแข็งที่สำคัญที่สุดของโลก โดยรัฐบาลไทยมีหน่วยงานเฉพาะเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ค้าและธุรกิจต่างชาติให้จัดตั้งธุรกิจในประเทศไทย
“แม้มีตลาดเกิดใหม่มากมาย เช่น เวียดนาม จีน เป็นต้น แต่ DITP และ BOI ช่วยทำให้ขั้นตอนการเปิดธุรกิจในประเทศไทยง่ายขึ้น และเมื่อพิจารณาราคาเทียบกับฝีมือและคุณภาพของชิ้นงานแล้ว ไม่มีที่ไหนเอาชนะประเทศไทยได้ เพราะความประณีตและพิถีพิถันอยู่ในดีเอ็นเอของคนไทยทุกคน”
นางสาวมหา อัล ซีไบ นักออกแบบและผู้ก่อตั้งบริษัท มหา อัล ซีไบ จิวเวลรี่ เชื่อว่า ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับสำคัญของโลกได้ เพราะฝีมือการดีไซน์ หัตถศิลป์และคุณภาพของสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับระดับโลกมาเสมอ และแนะนำว่า ควรมีแพลตฟอร์มให้นักออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับของไทยและยูเออีสามารถพบปะและและเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้
นอกจากนี้ ได้กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยที่สนับสนุนผู้ผลิตและนักออกแบบของประเทศไทยว่า “ในฐานะนักออกแบบเครื่องประดับ ดิฉันยินดีที่จะเปิดฐานการผลิตในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้”เตรียมพบกับงานบางกอกเจมส์ครั้งที่ 66 เต็มรูปแบบในวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2564 ภายใต้แนวคิด“Thailand’s Magic Hands: The Spirit of Jewelry Making” ร่วมเชิดชูฝีมือคนไทยระดับโลก พร้อมร่วมสร้างโอกาสทางการค้าแบบ New Normal กับงาน “BGJF Special Edition - On Ground to Online Exhibition” ระหว่างวันที่ 2 – 4 พฤศจิกายน 2563






