ทีเอ็มบีและธนชาต ผสานจุดแข็ง ส่ง “3 บริการประกันธุรกิจ” ทั้งบริการการบริหารกรมธรรม์รถ บริการประกันภัยลูกหนี้การค้า และบริการให้คำปรึกษาเพื่อการบริหารความเสี่ยงทรัพย์สิน ช่วยป้องกันความเสี่ยงปัญหาสภาพคล่อง ย้ำถือเป็นเครื่องมือช่วยภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมรับมือความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ เพิ่มความมั่นใจเพื่อให้ลูกค้าธุรกิจสามารถมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันซึ่งเผชิญกับ “ความไม่แน่นอน” ที่สูงขึ้น ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมี “เครื่องมือ” ที่ช่วย “เตรียมความพร้อม” เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ การเตรียมความพร้อมเหล่านี้ถือเป็นการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” โดยไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤต ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้แบบไม่สะดุด
นายพีรพงศ์ นิธิไกรวุฒิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีเอ็มบีและธนชาต พร้อมตอบโจทย์เรื่องดังกล่าว ซึ่งจากการรวมกิจการของทีเอ็มบีและธนชาต ทำให้เรานำจุดแข็งของทั้ง 2 ธนาคารมาเสริมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินต่างๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้ลูกค้าธุรกิจ โดยครั้งนี้ได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัท ธนชาตโบรกเกอร์ มานำเสนอบริการประกันธุรกิจหลายรูปแบบที่มีความจำเป็น โดยแนะนำ 3 บริการประกันธุรกิจ ได้แก่
1. Motor Fleet Insurance บริการการบริหารกรมธรรม์รถแบบกลุ่มสำหรับลูกค้าธุรกิจ ที่ช่วยคุ้มกันค่าใช้จ่ายและเวลา
2. Trade Credit Insurance บริการประกันภัยลูกหนี้การค้า ช่วยคุ้มกันความเสี่ยงและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจ พร้อมรับทุกสถานการณ์อย่างไม่สะดุด
3. Risk Advisory บริการให้คำปรึกษาเพื่อการบริหารความเสี่ยงทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ จากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ช่วยคุ้มกันให้คลายกังวล และเคลมได้เมื่อภัยมา
นายพีรพงศ์ กล่าวว่า จุดเด่นของ Motor Fleet Insurance บริการการบริหารกรมธรรม์รถสำหรับลูกค้าธุรกิจ ซึ่งทีเอ็มบีและธนชาตได้พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าธุรกิจที่ต้องใช้รถหลายประเภท โดยเราทำได้มากกว่าแค่การซื้อประกันภัยรถในราคาพิเศษ แต่ให้การดูแลบริการด้านการบริหารกรมธรรม์รถแบบกลุ่มแก่ลูกค้าธุรกิจ ซึ่งบริการนี้องค์กรสามารถเลือกชำระค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน หรือรายไตรมาส รวมทั้งบริการรายงานสรุปกรมธรรม์ที่จะครบกำหนดพร้อมระบุการต่ออายุประกันภัย และเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระ ทำให้ธุรกิจมีความสะดวก ประหยัดเวลา และลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัวในการวางแผนและบริหารจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ในฐานะที่เป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารธนชาต เราจึงมีความเข้าใจในปัญหาและรู้ว่าลูกค้าธุรกิจต้องการอะไร ซึ่งเรื่องต้นทุนและความสะดวกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ องค์กรธุรกิจทั่วไปย่อมมีการใช้งานรถหลากหลายประเภท เช่น รถขนส่งสินค้า รถยนต์ทั่วไป รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ และบ่อยครั้งจะประสบกับความยุ่งยากในการจัดการงานประกันภัยที่มีหลากหลายประเภท ซึ่งเกิดจากการซื้อที่ไม่พร้อมกันและจากบริษัทประกันหลายแห่ง ทำให้เกิดความยุ่งยากไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคุ้มครอง การจ่ายค่าเบี้ยประกัน การบริหารกรมธรรม์ ฯลฯ ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย” นายพีรพงศ์ กล่าวเสริม
ขณะที่ Trade Credit Insurance บริการประกันภัยลูกหนี้การค้า จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องทางการเงินให้ธุรกิจ เพราะสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทำให้ความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินจากคู่ค้ามีความเป็นไปได้สูง บริการประกันภัยลูกหนี้การค้าจะช่วยคุ้มกันความเสี่ยงให้องค์กรธุรกิจในกรณีลูกหนี้ไม่ชำระค่าสินค้าตามกำหนด หรือลูกหนี้ล้มละลาย โดยเราสามารถวิเคราะห์เครดิตลูกหนี้ รวมไปถึงบริการติดตามหนี้โดยมืออาชีพ ช่วยให้องค์กรธุรกิจประหยัดเวลาและต้นทุนในการติดตามหนี้ เพิ่มศักยภาพเพื่อขยายธุรกิจได้เต็มกำลัง
ส่วน Risk Advisory บริการให้คำปรึกษาเพื่อการบริหารความเสี่ยงทรัพย์สิน จะช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้าธุรกิจมักประสบอีกเรื่องก็คือ เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงกลับพบว่าประกันภัยที่มีไม่ครอบคลุมทรัพย์สิน หรือไม่สามารถเคลมความเสียหายได้ เราจึงมีบริการให้คำปรึกษาจากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากบริษัท ธนชาตโบรกเกอร์ ในการให้คำปรึกษาเรื่องการทำประกัน เพื่อการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับจัดทำข้อเสนอประกันภัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าธุรกิจ โดยจะมีวิศวกรความเสี่ยงภัยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้คำแนะนำเงื่อนไขความคุ้มครอง เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุและเมื่อเกิดเหตุ อีกทั้งยังมีบริการที่ปรึกษาด้านสินไหมทดแทน เข้ามาดูแลประสานงานกับบริษัทประกัน พร้อมการวิเคราะห์และเจรจา เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้แก่ลูกค้าองค์กรอีกด้วย
“ทีเอ็มบีและธนชาต มั่นใจว่า บริการประกันธุรกิจทั้งหมดนี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกค้าธุรกิจได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤต สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับความเป็นผู้นำของทีเอ็มบีและธนชาตในการผนึกกำลัง เพื่อนำจุดแข็งของ 2 ธนาคารมารวมกัน สร้างโซลูชันใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นต่อไป” นายพีรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย









