วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

หัวใจของการเรียนรู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

โดย มิสอลิสัน เบดฟอร์ด ครูใหญ่แผนกอนุบาล โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ ประเทศไทย

 

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าในประเทศไทยได้คลี่คลายลงเป็นลำดับ แนวโน้มที่โรงเรียนในประเทศไทยจะได้เปิดขึ้นอีกครั้ง เหมือนหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย
มีความเป็นไปได้ และเช่นที่เราเห็นได้จากการเปิดเรียนอีกครั้งของโรงเรียนทั่วโลก เด็กๆมีความสุขที่ได้กลับไปโรงเรียน ในขณะนี้ โรงเรียนในประเทศไทยจึงมีการเตรียมความพร้อม เพื่อให้แน่ใจว่าการต้อนรับนักเรียนกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียนอีกครั้งจะเป็นไปอย่างปลอดภัย

 

ที่โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ เราเชื่อว่า การพาเด็กๆผ่านพ้นวิกฤตการระบาดของไวรัสโคโรน่ามีมากกว่าแค่การสวมหน้ากาก การทำความสะอาดโรงเรียน และการเว้นระยะห่างทางสังคม

 

สิ่งสำคัญที่ครูและผู้ดูแลเด็กของโรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟต่างยึดถือและปฏิบัติในสถานการณ์นี้ คือ การดูแลเด็กๆทั้งทางด้านสุขภาพกายและใจ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจของเด็กๆในสถานการณ์ของการระบาดของไวรัส และชี้แนะวิธีที่พวกเขาต้องปฏิบัติตนเพื่อให้ปลอดภัยจากการระบาด ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ละเลยที่จะดูแลจิตใจเด็กๆ และสร้างบรรยากาศ
การเรียนรู้ที่ผ่อนคลาย สนุกสนาน และมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้

 

แผนกอนุบาล โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ ได้เตรียมการมานานกว่าหนึ่งเดือนเพื่อการเปิดโรงเรียน โดยศึกษางานวิจัยระดับโลกและนำมาเปรียบเทียบกับนโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ทางโรงเรียนวางแผนไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนงานการเปิดโรงเรียนและขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขที่โรงเรียนจะทำนั้น เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด ถือเป็นความรับผิดชอบของโรงเรียนโดยตรงที่ต้องทำให้สังคมโรงเรียนปลอดภัย เพราะผู้ปกครองได้ให้ความไว้วางใจให้โรงเรียนได้ดูแลลูกๆของพวกเขา ทางโรงเรียนได้ประเมินสถานการณ์ของการระบาดภายในประเทศและระดับโลก และค้นคว้าข้อมูลเชิงวิชาการ ข้อเท็จจริงและสถิติทางการแพทย์ การค้นคว้าหาข้อมูลทำให้เราเข้าใจในสถานการณ์การระบาดของไวรัสและสามารถวางแผนมาตรการในเชิงรุกได้ ระเบียบปฏิบัติบางอย่างจะแตกต่างออกไปตามอายุของเด็กๆ เช่น ในเด็กเล็ก พวกเขาจะชอบสำรวจและสัมผัสสิ่งต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ในชั้นเด็กเล็ก เราจึงมีการเก็บรายละเอียดการใช้อุปกรณ์ต่างๆภายในและนอกห้องเรียนโดยละเอียด เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบและทำความสะอาดของเล่น เครื่องเล่นและสื่อการเรียนการสอนทุกชิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เด็กๆและผู้ปกครองจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายๆอย่างเมื่อเปิดเรียนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เสื่อเช็ดเท้าเพื่อฆ่าเชื้อก่อนเข้าบริเวณโรงเรียน การตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือฆ่าเชื้อ การตรวจสุขภาพและความพร้อมในการกลับมาเข้าเรียนโดยพยาบาลวิชชาชีพเป็นประจำ สติกเกอร์ที่ระบุจุดที่ผู้ปกครองและเด็กสามารถยืนเข้าคิวหรือนั่งเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นในชั้นเรียน ในโรงอาหาร และพื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกัน อุปกรณ์การเรียนการสอนทั้งหมดได้ถูกปรับเปลี่ยนและมีการระบุชื่อเพื่อแยกใช้ส่วนบุคคล มีการเพิ่มขั้นตอนและความถี่ในการทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย การสอนให้เด็กๆล้างมือทุกๆครึ่งชั่วโมง การล้างของเล่นและเครื่องเล่นอย่างสม่ำเสมอ การปรับตารางเวลาเรียนและเวลาพักโดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่เราเรียกว่า “ฟองสบู่ (Bubbles)”

เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการปนเปื้อนหรือสัมผัสในขณะที่เด็กเล่นหรือทำกิจกรรม นโยบายที่ทางโรงเรียนจะอนุญาตให้ผู้ปกครอง 1 ท่านเท่านั้นที่จะสามารถมารับส่งนักเรียนได้ และผู้ปกครองจะต้องยืนรอในจุดที่กำหนดไว้สำหรับการส่งและรับเด็กเท่านั้น จะมีเฉพาะผู้ปกครองของเด็กระดับชั้นเล็กสุด ที่จะสามารถเดินเข้าไปส่งเด็กที่ประตูห้องเรียนได้ มีการกำหนดทางขึ้นและลงบันไดแยกกันเพื่อรักษาระยะห่าง เด็กๆจะไม่เล่นกับเพื่อนๆทุกคน แต่เราจะสอนวิธีอื่นๆที่ทำให้พวกเขายังมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนได้ พวกเขายังสามารถโบกมือและกล่าวคำว่า “สวัสดี” จากระยะไกลได้ เราจำเป็นต้องปิดบ่อทราย บ่อขุด และสระว่ายน้ำ และติดตามคำแนะนำและข้อปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการใช้สื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์ที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสอย่างปลอดภัย เรียกได้ว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่เด็กๆก้าวเข้ามาสู่รั้วโรงเรียนจนกระทั่งหมดวัน ในทุกๆกิจกรรม ทุกๆช่วงเวลา ทุกๆมุมการเรียนรู้ ได้ถูกปรับแต่งและจัดสรรเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังและก่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

 

เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ด้วยมาตรการการป้องกันการระบาดของไวรัสที่เข้มงวด บรรยากาศโรงเรียนที่เด็กๆคุ้นเคยต้องเปลี่ยนแปลงไป เด็กๆจะต้องปฏิบัติตามนโยบายการป้องกันการระบาดมากมายในขณะที่อยู่ที่โรงเรียน และเรื่องนี้อาจส่งผลถึงสภาพอารมณ์ของพวกเขาได้ อย่างที่เราทราบกันดีว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เด็กๆต้องกักตัวอยู่ที่บ้านและเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เด็กๆมีปฏิสัมพันธ์หรือกิจกรรมทางสังคมที่ลดลงอีกด้วย ดังนั้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บุคลากรของโรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟทุกตำแหน่งต้องเข้ารับการฝึกอบรมเป็นประจำ เพื่อให้พวกเขามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า รู้ถึงอาการบ่งชี้และวิธีป้องกันตนเองและผู้อื่นจาการติดเชื้อ นอกจากนั้นแล้ว พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไวรัสตัวนี้ไปถึงเด็กๆในแบบที่เป็นประโยชน์ สร้างสรรค์ และไม่สร้างความตื่นตระหนกให้กับเด็กๆ เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้เด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก เข้าใจถึงข้อจำกัดต่างๆ แต่มันเป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่ต้องสื่อสารกับเด็กๆด้วยความชัดเจน เป็นมิตร และผ่อนคลาย เพื่อเด็กๆจะยังรู้สึกว่า โรงเรียนยังคงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย สนุกสนาน และเป็นที่ที่พวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือดูแลทุกวัน

 

การดูแลเรื่องสวัสดิภาพของเด็กๆ เป็นหนึ่งในสิ่งที่โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟทำได้อย่างยอดเยี่ยมและมีความภาคภูมิใจมาโดยตลอด ที่ผ่านมา เด็กนักเรียนของบรอมส์โกรฟไม่เพียงแต่มีสุขภาพกายที่ดีเท่านั้น แต่สภาพจิตใจและการจัดการกับอารมณ์ของพวกเขาเป็นไปในทิศทางที่ดี เมื่อพวกเขามีความสุข ก็จะมีความพร้อมในการเรียนรู้ และเราจะไม่ยอมให้ความตึงเครียดจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสในครั้งนี้ ส่งผลกระทบถึงนักเรียนของเรา มีหลากหลายวิธีการสนุกๆและสร้างสรรค์ที่โรงเรียนได้เตรียมไว้เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็น นิทานสนุกๆเกี่ยวกับการกลับมาเรียนหนังสือของเด็กๆภายใต้ “ฟองสบู่ลูกใหญ่ (Bubbles)”

ซึ่งจะทำให้พวกเขาเข้าใจสถานการณ์ว่าทำไมพวกเขาต้องเว้นระยะห่างทางสังคมและสามารถปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการระบาดของไวรัสได้ นอกจากนั้น เรายังได้ออกแบบประกาศนียบัตรเพื่อชมเชยเด็กๆถึงความพยายามและความสม่ำเสมอของพวกเขาในการเข้าชั้นเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สิ่งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้พวกเขาว่า แม้พวกเขาจะต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน แต่พวกเขาก็ยังมีความพร้อมในการกลับมาเรียนและพวกเรามีความภาคภูมิใจกับพวกเขามาก นอกจากนั้น ในช่วงที่ผ่านมา ช่องทางการสื่อสารออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค และการเรียนแบบถ่ายทอดสด เป็นช่องทางที่เราใช้สื่อสารกับเด็กๆ มีการโพสวิดีโอและรูปภาพสนุกๆ เพื่อย้ำเตือนให้พวกเขารู้อยู่เสมอว่า โรงเรียนคือสถานที่ที่ปลอดภัย สนุกสนาน และพวกเรารอคอยการกลับมาของเด็กๆอยู่เสมอ เราจะสอนให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้ รู้จักวิธีการดูแลตนเอง โดยใช้แรงจูงใจในเชิงบวกและการยกย่องชมเชยเพื่อให้มาตรการการรักษาระยะห่างประสบความสำเร็จ

 

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัส ทางโรงเรียนได้ทำการสื่อสารกับผู้ปกครองเป็นระยะ นอกเหนือไปจากมาตรการการป้องกันการระบาดของไวรัสดังที่ได้กล่าวมา การสื่อสารหรือให้ข้อมูลข่าวสารกับเด็กๆด้วยท่าทีที่สงบและชัดเจนเป็นสิ่งที่พึงกระทำ เด็กๆฉลาดและพวกเขาสามารถรับรู้ความรู้สึกได้จากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่พ่อแม่ปฏิบัติ ดังนั้น หากท่านผู้ปกครองรู้สึกผ่อนคลาย สงบ และสื่อสารเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับลูกว่า เมื่อพวกเขากลับมาที่โรงเรียนแล้ว พวกเขาจะรู้สึกสนุก และมีความสุขที่ได้พบกับเพื่อนๆและครูอีกครั้งหนึ่ง นี่จะช่วยให้เด็กมีประสบการณ์ที่ดีในการกลับมาที่โรงเรียน

 

เราเชื่อว่า หากเด็กๆได้รับคำแนะนำในวิธีป้องกันตัวเองที่ถูกต้อง พวกเขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน เราซาบซึ้งที่ผู้ปกครองได้ให้ความไว้วางใจแก่โรงเรียนในการดูแลเด็กๆในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ และเราจะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทั้งเด็กๆและผู้ปกครอง เพื่อผ่านพ้นสถานการณ์นี้อย่างปลอดภัยไปด้วยกัน