คต.พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมบอร์ด AFSRBครั้งที่ 39

คต.พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมบอร์ด AFSRBครั้งที่ 39

เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการความมั่นคงทางอาหารและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สินค้าอาหารสำคัญร่วมกันระหว่างอาเซียน

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Food Security Reserve Board : AFSRB) ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 15 – 16 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพฯ โดยจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มการผลิต การบริโภค การค้า และปริมาณสต็อกสินค้าอาหารหลักของอาเซียน 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด น้ำตาล และถั่วเหลือง ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

“การประชุม AFSRB ครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำในด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวไทย รวมถึงเวทีดังกล่าวยังใช้เป็นกลไกสำคัญของสมาชิกอาเซียนในการรับมือและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางอาหาร และแบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนกลายเป็นฐานความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2523 โดยกรมฯ ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการถาวร AFSRB ซึ่งกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ระหว่างประเทศสมาชิกเป็นประจำทุกปี โดยกรอบฯ ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือด้านอาหารระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาค เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน

นายอดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งภัยธรรมชาติต่างๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงและยั่งยืนด้านอาหารของประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้กำหนดนโยบายที่มุ่งมั่นส่งเสริมอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรของไทยให้เติบโตและพัฒนาให้เท่าทันกับสภาวะตลาดและกลไกทางเศรษฐกิจของโลก เพื่อให้สินค้าเกษตรหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดของประเทศ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน กรมฯ มั่นใจว่า การประชุมในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้มเข็งในกลุ่มประเทศสมาชิก สร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร และสามารถลดปัญหาอุปสรรคทางการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันต่อไป