คต.จับมือสถาบันวิทยากรศุลกากรติดอาวุธเจ้าหน้าที่ศุลกากรCLMV

คต.จับมือสถาบันวิทยากรศุลกากรติดอาวุธเจ้าหน้าที่ศุลกากรCLMV

ศึกษาดูงานระบบการออกหนังสือ C/O และการเชื่อมโยง e-Form D ของอาเซียน ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการแลกเปลี่ยนประสบการณ์

กรมการค้าต่างประเทศ ยกระดับการเป็นพี่เลี้ยงให้หน่วยงานภาครัฐ เสริมความรู้เจ้าหน้าที่ศุลกากร CLMVT รวมทั้งเปิดบ้านให้ศึกษาดูงานระบบการออกหนังสือ C/O และการเชื่อมโยง e-Form D ของอาเซียน ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อพัฒนาระบบฯ และการให้บริการให้มีมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าจะเชื่อมโยงระบบฯ ครบทั้งอาเซียนภายในปี 2562

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะหน่วยงานที่บริหารจัดการและอำนวยความสะดวกด้านการค้าต่างประเทศได้ร่วมมือกับสถาบันวิทยากรศุลกากรในการพัฒนาสมรรถนะเจ้าหน้าที่ศุลกากรประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CLMV) ในหลักสูตร “National Single Window & Thai Customs Electronic System for CLMVT Contries” ระหว่างวันที่ 10 – 11 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมเดอะเดวิส กรุงเทพฯ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจภาพรวมของการดำเนินการนำ National Single Window มาใช้ในการนำเข้า-ส่งออก รวมถึงเรียนรู้ขั้นตอน กฎระเบียบ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ซึ่งกรมฯ ได้บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “Procedure for Issuance A Certificate of Origin” และ “e-CO Cross – Border Data Exchange”

นอกจากนี้ คณะผู้แทนศุลกากรจากกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้เดินทางมาศึกษาดูระบบงานการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและการเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบ e-Form D ณ สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อศึกษาและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำมาพัฒนาระบบการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของแต่ละประเทศในการอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจนำเข้า-ส่งออกให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเป็นการลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศของภูมิภาคอาเซียน

ปัจจุบัน กรมฯ ให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า e-form D ในกรณีที่ผู้ประกอบการได้ส่งคำขอและเอกสารพร้อมกับข้อมูลที่ส่งผ่านระบบ Digital Signature จะใช้เวลาพิจารณาคำขอฯ ภายใน 15 นาที/ฉบับ โดยกรมศุลกากรและหน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ได้เชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window (NSW) เพื่อส่งข้อมูลไปยังศุลกากรปลายทาง ทำให้ผู้นำเข้าสินค้าสามารถดำเนินการพิธีศุลกากรได้ทันทีภายหลังหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดฯ ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวก สามารถประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ได้ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศทั้ง 3 จุดบริการ คือ สนามบินน้ำ รัชดาภิเษก และท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ โดยไทยจัดเป็น 1 ใน 7 ประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนที่ได้เชื่อมโยง e-Form D ไปแล้ว ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และกัมพูชา ในขณะที่เมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเชื่อมโยงให้แล้วเสร็จในปี 2562