วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ปั้นแบรนด์ใหม่ “SABZU” รุกตลาด

เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (เอ็น อาร์ เอฟ) ชูกลยุทธ์ “Competing with Sustainability” ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ปั้นแบรนด์ใหม่ “SABZU” รุกตลาด Specialty Food ในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าเป็นผู้นำระดับสากลภายใน 5 ปี

บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด ผู้ผลิต และส่งออก อาหารและเครื่องปรุงรสชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น IFS Food, GMP , US FDA Standards และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรกๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน BRC (The British Retail Consortium หรือ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยในการผลิตอาหาร ด้วยความมุ่งมั่นในการคัดสรร วัตถุดิบ เครื่องปรุง และส่วนผสมชั้นเลิศ เพื่อสร้างสรรค์อาหารคุณภาพพรีเมียมให้แก่คู่ค้าและผู้บริโภค มากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆทั่วโลก ด้วยสินค้าที่มีมากกว่า 3,000 รายการ ใน 9 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้ตราสินค้ามากกว่า 100 ตราสินค้า อีกทั้งยังมีการผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง ประกอบด้วย แบรนด์พ่อขวัญ, Thai Delight, DEDE และ Lee Brand เป็นต้น

NRF เริ่มต้นดำเนินธุรกิจจากโรงงานขนาดเล็ก ด้วยการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส ในปี 2534 ต่อมา เริ่มขยายตลาดส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2539 และ ขยายตลาดอย่างต่อเนื่องไปยังสหราชอาณาจักรในปี 2544 ซึ่งต่อมาได้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองในนาม “พ่อขวัญ” รวมไปถึงการรับผลิตผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทให้แก่องค์กร บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ต่าง ๆ มากมายทั่วโลก และบริษัทฯสามารถทำยอดขายมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาทในปี 2554 และด้วยความสำเร็จของ เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ ที่ผ่านมา จึงได้รับความสนใจจากองค์กรการลงทุนในประเทศฮ่องกง อย่าง Hatton Capital Partners เข้าซื้อกิจการในปี 2560 จากนั้นในปี 2561 กลุ่มบริษัทดุสิตธานีได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนในการมุ่งสู่เป้าหมายต่อไปของบริษัทฯ

1_20

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เปลี่ยนโลโก้จาก NR เป็น NRF ซึ่งย่อมาจาก Nature Regenerative Foods สื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่ไม่เพียงแต่ให้คุณค่ากับรสชาติที่อร่อยอันเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังแสดงถึงผลิตภัณฑ์ที่บ่มเพาะอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบที่คัดสรรอย่างดี ภายใต้การควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย (Safe Food) ในระดับสากล ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตต่างๆในโรงงานมาตรฐานสากลที่มีความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จนเกิดผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณค่าจากธรรมชาติในแบบของ NRF ที่สร้างคุณค่าให้กับอาหารรสเลิศไปพร้อมกับการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้บริโภค เพราะเมื่อย้อนไปถึงต้นทางของวัตถุดิบที่คัดสรรมาจากเกษตรกรของNRF วัตถุดิบที่ผ่านการควบคุมดูแลและให้คำแนะนำอย่างเป็นระบบจาก NRF ทำให้พวกเขาให้มีรายได้ที่มั่นคงและมั่งคั่งขึ้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของ NRF ได้ใส่ความรู้สึกที่ดีให้กับผู้บริโภคว่าพวกเขาคือส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับชีวิตให้กับเกษตรกรของเรา

NRF เดินหน้าทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ Competing With Sustainability ปั้นแบรนด์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “SABZU” ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX 2019 รุกตลาดอาหารทั้งในและต่างประเทศ ด้วย 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ซอสปรุงรส อาหารเจ และอาหารเพื่อสุขภาพ โดยพร้อมเดินหน้าเต็มกำลังมุ่งพัฒนาการผลิตภายใต้คอนเซปต์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วย Sustainability Platform ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมไปถึงบทบาทการเป็นสมาชิก UN GLOBAL COMPACT ที่มีพันธกิจหลักสานต่อเป้าหมายของ UN เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและโลกใบนี้ ควบคู่ไปกับการตั้งเป้ายกระดับสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารด้วยเป้าหมายการสร้างมูลค่ารายได้รวมของทั้งกลุ่มบริษัทฯมากกว่า 1หมื่นล้านบาท (เอ็น อาร์ เอฟ และ บริษัทในเครือ) ภายในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้คาดว่าปี 2562 เฉพาะบริษัท NRF จะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 1,370 ล้านบาท ซึ่งเติบโตกว่า 23 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่แล้ว โดยในปี 2561 บริษัทฯมียอดขาย 1,120 ล้านบาท และในปี 2560 บริษัทฯมียอดขาย 1,087 ล้านบาท

นายดนัย ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด ได้กล่าวถึงงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา-The Global Specialty Food Ingredient Market Report ว่า “Specialty Food” มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตัวแปรหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก เพราะ ‘Specialty Food’ คือ อาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่มีกระบวนการคัดสรรอย่างดี โดยไม่มุ่งเน้นการผลิตในปริมาณที่สูงมากจนเกินไป แต่เน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ซึ่งได้รับความนิยมทั้งจากผู้บริโภค และผู้ค้าปลีกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ‘Specialty Food’เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจอาหารที่เติบโตเร็วมากที่สุด โดยในปี 2561 (เฉพาะในตลาดสหรัฐ) มียอดขายมากกว่า 140.30 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นการปฏิวัติวงการธุรกิจอาหารครั้งยิ่งใหญ่ นับได้ว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าตื่นเต้นสำหรับ NRF ที่ประกาศกร้าวพร้อมทะยานสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ‘Specialty Food’ ระดับโลก”

และนั่นเป็นการตอกย้ำทิศทางที่ NRF กำลังก้าวไปสู่การเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมวิสัยทัศน์ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่เห็นความสำคัญของ Sustainability ซึ่งเป็นนโยบายหลักสำคัญขององค์กรและใช้ในการ

ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่มุ่งเน้นการผลิตแบบ Mass Production แต่เน้นสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ในรสชาติ เอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของ NRF ที่ใส่ใจในคุณภาพ และที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco friendly) และนี่คืออีกเหตุผลที่ NRF ได้ร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆเช่น คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการส่งเสริมสนับสนุนการเกษตรแบบปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในโครงการ การร่วมมือการระหว่าง NRF กับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งผลให้การผลิตวัตถุดิบมีคุณภาพสูง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และให้เกิดความยั่งยืนของเกษตรกร และองค์กร ในคอนเซปต์ Sustainability Platform เพื่อ NRF Sustainable Value Chain ที่จะเติบโตไปพร้อมกัน

นายดนัย ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด ได้ฝากเรียนเชิญให้สื่อมวลชนพันธมิตรทางการค้า คู่ค้าทางธุรกิจ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่โดยคงเอกลักษณ์เดิมในด้านคุณภาพและการสร้างนวัตกรรมใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสานระหว่างความละเมียดละไม คุณภาพที่ดีผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่และยั่งยืน ภายใต้คอมเซ็ปต์ “Better For Me, Better For The Planet, Better For The Producers” ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX 2019 ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2562