รูปแบบการบริโภคของคนไทยถึงจุดเปลี่ยน ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทนมากกว่าหมวดสินค้าคงทน การซื้อสินค้าทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์
พบว่ารูปแบบการบริโภคของคนไทยถึงจุดเปลี่ยน ทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทนมากกว่าหมวดสินค้าคงทน การซื้อสินค้าทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ การจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์แทนการใช้เงินสด และการเปลี่ยนจากรับประทานอาหารนอกบ้านมาเป็นรับประทานที่บ้าน
มุมมองรายได้เป็นไปในทิศทางบวก โดยผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยคาดว่ารายได้ครัวเรือนและการเงินส่วนบุคคลจะปรับเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
สถาบันวิจัยเครดิต สวิส เผยรายงาน “Emerging Markets Consumer Survey” ฉบับที่ 9
รายงาน “Emerging Markets Consumer Survey” ของเครดิต สวิส วิเคราะห์ผู้บริโภคในประเทศต่างๆ ได้แก่ บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก รัสเซีย และตุรกี รวมถึงโอกาสในการเติบโตที่เกี่ยวข้อง โดยรายงานประจำปีนี้ยังได้เพิ่มเนื้อหาเจาะลึกเกี่ยวกับประเทศไทยเป็นครั้งแรกเพื่อขยายขอบเขตการวิจัยครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชีย แม้ปัจจัยแวดล้อมด้านวัฏจักรเศรษฐกิจในปี 2561 จะไม่เกื้อหนุนมากนัก รายงานก็ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีระดับความเชื่อมั่นที่ดีสำหรับปี 2562 นี้
รายงานผลสำรวจได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ตอบแบบสอบถาม 1,538 คนในพื้นที่ 9 แห่งของประเทศไทย โดยถามคำถามรวม 152 คำถาม ครอบคลุมความแตกต่างของช่วงวัย รายได้ เพศ และถิ่นที่อยู่อาศัยเพื่อนำเสนอ “ภาพรวม” ของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ
การประเมินผลคะแนนของรายงาน “Emerging Markets Consumer Survey”
Scorecard คือเครื่องมือวัดผลคะแนนที่เครดิต สวิส ใช้รวบรวมคำตอบของผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความคาดหวังเรื่องการเงินส่วนบุคคล ภาวะเงินเฟ้อ การใช้จ่ายสำคัญและใช้เงินสูง รายได้ที่คาดหวัง และประวัติรายได้ที่เคยได้รับ เพื่อนำมาประเมินวัดผลด้านอารมณ์และทัศนคติโดยรวมของผู้บริโภค รายงานผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีอารมณ์และทัศนคติที่กระตือรือร้นดีมากเมื่อเทียบกับมุมมองความรู้สึกของเราต่อตัวชี้วัดเศรษฐกิจระดับมหภาคต่างๆ ร้อยละ 63 ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก/ดี ในการตัดสินใจใช้จ่ายสำคัญ รองลงมาจากอินเดียและจีน มุมมองในแง่ดีของคนไทยยังสะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่าไทยมีจำนวนผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด (ร้อยละ 84) ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ทั้งหมดที่เครดิต สวิส ได้ทำการสำรวจมา
นอกจากนี้ มุมมองด้านรายได้ก็เป็นไปในทิศทางบวกเช่นกัน โดยร้อยละ 31 ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่ารายได้ของพวกเขาจะปรับเพิ่มขึ้นต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า ตรงกันข้ามกับจีนที่มีสถิติความคาดหวังด้านรายได้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เครดิต สวิส ได้ทำการสำรวจมาในปีนี้
มร. แดน ไฟน์แมน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตราสารทุนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและหัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำประเทศไทยของเครดิต สวิส กล่าวว่า “ผลสำรวจของเครดิต สวิส ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวไทยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ใช้เวลาในโลกออนไลน์มากที่สุดโดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดีย ดูวิดีโอสตรีมมิ่ง และเล่นเกมออนไลน์ แต่คนไทยยังไม่นิยมช็อปปิ้งและทำธุรกรรมธนาคารออนไลน์มากนัก อย่างไรก็ดี ด้วยอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือที่สูงถึงร้อยละ 91 เราก็เชื่อมั่นว่าผู้บริโภคชาวไทยจะหันมาจับจ่ายใช้สอยและทำธุรกรรมในโลกอีคอมเมิร์ซและการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Finance) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากการเข้ามาบุกตลาดประเทศไทยของผู้ประกอบการด้านอีคอมเมิร์ซระดับโลก และการที่รัฐบาลมุ่งผลักดันนโยบายสังคมไร้เงินสด (cashless society) ด้วย”
ข้อค้นพบสำคัญสำหรับตลาดประเทศไทย
มร. ริชาร์ด เคอร์สลีย์ หัวหน้าทีมผลิตภัณฑ์การวิจัยด้านตราสารทุนระดับโลกของเครดิต สวิส กล่าวแสดงความเห็นว่า “สำหรับผลสำรวจล่าสุด แนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเอเชียอยู่ในระดับที่ดีและมีความโดดเด่นมากที่สุด สำหรับประเทศไทยที่เพิ่งมีการสำรวจในรายงานปีนี้เป็นครั้งแรกพบว่า รูปแบบการบริโภคของคนไทยมาถึงจุดเปลี่ยนแปลง ทั้งการเปลี่ยนใจหันมาใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนแทนหมวดสินค้าคงทน การซื้อสินค้าทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ การจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์มากกว่าการใช้เงินสด และการเปลี่ยนจากรับประทานอาหารนอกบ้านมาเป็นรับประทานที่บ้านมากขึ้น”
การใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนมากกว่าหมวดสินค้าคงทน
- โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้บริโภคชาวไทยตั้งใจจะใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนน้อยที่สุดในอีก 12-24 เดือนข้างหน้า ตามมาด้วยสินค้ากึ่งคงทนและสินค้าไม่คงทน จำนวนผู้บริโภคชาวไทยที่ตั้งใจจะซื้อสินค้ากึ่งคงทนอยู่ในระดับกลางๆ ไม่นับรวมสินค้าแฟชั่น และผู้บริโภคชาวไทยต้องการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนมากที่สุด โดยร้อยละ 46 ในกลุ่มนี้คาดว่าจะจับจ่ายใช้สอยหมวดสินค้าในครัวเรือนต่างๆ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มด้วย
การซื้อสินค้าทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์
- ผู้บริโภคชาวไทยได้หันมาทำกิจกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์มากกว่าออฟไลน์อย่างเห็นได้ชัด จำนวนชั่วโมงที่คนไทยเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถเลือกซื้อหาสมาร์ทโฟนที่ราคาไม่แพงได้ง่ายขึ้น และเป็นอุปกรณ์หลักที่คนไทยใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย (ร้อยละ 91 ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน) ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด
- ผู้บริโภคชาวไทยรั้งอันดับหนึ่งด้านจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจที่ดูกีฬาออนไลน์มากที่สุด (ร้อยละ 42) และแม้ว่าไทยยังตามหลังประเทศอื่นในด้านการทำธุรกรรมธนาคารออนไลน์ (ร้อยละ 29) ช็อปปิ้ง (ร้อยละ 24) และท่องเที่ยว (ร้อยละ 10) เครดิต สวิส ก็เชื่อว่าพฤติกรรมคนไทยในการทำกิจกรรมเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป
- ภาพรวมของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนไปสู่การช็อปปิ้งออนไลน์ จากการที่บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลก อาทิ Alibaba, Shopee, JD เข้ามาบุกตลาดประเทศไทย โดยหนึ่งในกิจกรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2561 ก็คือการขายสินค้าออนไลน์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากร้อยละ 14 ในปี 2560 อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน))
การจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์แทนการใช้เงินสด
- รูปแบบการจ่ายเงินในประเทศไทยยังคงใช้เงินสดเป็นหลัก แต่เราเชื่อว่าพฤติกรรมนี้จะเปลี่ยนไป โดยไทยมีจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตค่อนข้างน้อย (มากกว่าร้อยละ 86 ของคนไทยที่ตอบแบบสำรวจไม่มีบัตรเครดิต) และประมาณร้อยละ 70 ยังคงจ่ายเงินโดยใช้เงินสด
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ่ายเงินรูปแบบต่างๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยหันมาใช้วิธีจ่ายเงินแบบไร้เงินสดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์พร้อมเพย์ (PromptPay) ที่เปิดตัวให้บริการในปี 2559 รวมทั้งปริมาณการใช้เครื่องรูดบัตรเครดิตหรือ EDC (Electronic Data Capture) ที่เพิ่มขึ้นต่อการใช้บัตรเครดิตแต่ละครั้ง และการสแกน QR codes หรือการยกเว้นค่าธรรมเนียมธนาคารในการทำธุรกรรมและการชำระบิลออนไลน์ในปี 2561 ก็ตาม มูลค่าสะสมของพร้อมเพย์มีการเติบโตที่ดีมากโดยเพิ่มขึ้นถึง 13 เท่าในช่วงเดือนพฤษภาคม 2560 – มีนาคม 2561
การเปลี่ยนจากการรับประทานอาหารนอกบ้านมาเป็นรับประทานที่บ้าน
- ประเทศไทยมีจำนวนบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้บริการส่งอาหารด่วนตามความต้องการของลูกค้า )on-demand) เพิ่มมากขึ้น และลูกค้าก็สามารถอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูอาหารได้ที่บ้านผ่านแอพลิเคชั่นบริการส่งอาหารมากมาย
- บริการส่งสินค้าและอาหารตามบ้านเติบโตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.2 ของรายได้รวมของบริการด้านอาหารเพื่อผู้บริโภคในปี 2555 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2560 โดยมีการใช้บริการส่งอาหารมากในเขตพื้นที่เมือง และร้อยละ 43 ของคนไทย (ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ในผลสำรวจ) กล่าวว่าพวกเขาใช้บริการส่งอาหาร (ที่มาข้อมูลจากยูโรมอนิเตอร์)
รายได้ที่คาดหวัง
- ร้อยละ 17 ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยคาดหวังว่า การเงินส่วนบุคคลของพวกเขาจะดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า และคาดว่ารายได้ครัวเรือนจะปรับเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
- ร้อยละ 31 ของผู้ตอบแบบสำรวจยังมีรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาด้วย
เครดิต สวิส ได้ทำงานร่วมกับ Nielsen บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยการตลาดระดับโลกอีกครั้ง เพื่อจัดทำรายงาน “Emerging Markets Consumer Survey” ซึ่งมีการสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับผู้บริโภคในแต่ละประเทศกว่า 13,200 ราย ข้อมูลและรายงานการวิเคราะห์ฉบับนี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเครดิต สวิส
สามารถดูรายงาน “The Emerging Consumer Survey 2019” ของเครดิต สวิส ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้
https://www.credit-suisse.com/ch/en/about-us/research/research-institute.html









