ดร.พระมหาสมพงษ์ สนฺตจิตฺโต แนะเส้นทาง“คิดถูก สุขเกิด”
“ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีข้อมูลเยอะแยะมากแต่ไม่มีความสุข เรามีเฟซบุ๊คมีไลน์เพื่อติดต่อกันเร็วขึ้น แต่ความสุขก็น้อยลง เหตุผลเพราะเราจะพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีเพื่อให้ช่วยมีความสุข แต่ในทางตรงกันข้ามเราจะต้องตามเทคโนโลยีตลอดเวลาเหมือนเป็นทาสของเทคโนโลยี”ดร.พระมหาสมพงษ์ สนฺตจิตฺโต วัดอรุณราชวราราม รักษาการ ผู้อำนวยการงานบริหาร ศูนย์อาเซียนศึกษา กล่าวตอนหนึ่งช่วงบรรยายธรรมเรื่อง“คิดถูก สุขเกิด” ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” จัดโดย บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย
ดร.พระมหาสมพงษ์บอกว่า องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเปิดโอกาสให้พระสงฆ์หรือพุทธศาสนิกชนฝึกฝนพัฒนาตัวเอง จากปุถุชนเป็นสาธุชนและเป็นอารยชน ซึ่งในการพัฒนาตัวเองนั้นต้องเปลี่ยนความคิดความเห็น ด้วยปัญญาที่เรียกว่า wisdom ไม่ใช่ด้วยความรู้เฉยๆ เนื่องจากความรู้หรือข้อมูลข่าวสารในโลกไอที โลกดิจิทัล หรือโลกเทคโนโลยีนั้น เรียกว่าข้อมูลข่าวสาร(information) ยังไม่ใช่ตัวความรู้(knowledge) แต่เมื่อมีความรู้ก็ยังไม่มีความสุข
ทำอย่างไรให้เกิดตัวปัญญารู้เท่าทันและเหนือกระแสเทคโนโลยี ซึ่งมีอยู่ 2 อย่าง 1. เทคโนโลยีที่นำไปสู่การทำลายล้าง ทำให้มีความทุกข์ เพิ่มความทุกข์มากขึ้น 2. เทคโนโลยีที่นำไปสู่ความสุขหรือ creative เทคโนโลยี ที่ทำให้เรามีความสุข
ลักษณะของความสุขแนวที่ 1 มีอยู่ 2 แบบ แบบแรก ความสุขโดยอาศัยวัตถุ เป็นลักษณะความสุขที่เป็นโลกียะ อีกแบบเป็นความสุขที่เป็นเรื่องของจิตใจ โดยไม่ต้องสนองความต้องการ เป็นความสุขขั้นโลกุตระ
สำหรับระดับขั้นของความสุขแนวที่ 2 แบ่งเป็น 3 ระดับ 10 ขั้น ระดับที่ 1 กามสุข(มี1ขั้น)
ระดับที่ 2 ฌาณสุข(ขั้นที่2-9) ระดับที่ 3 นิโรธสมาบัติสุข(ขั้นที่10)
ทั้งนี้ความสุขของแต่ละเพศแต่ละวัยแตกต่างกัน อย่างเช่นความสุขของผู้ใหญ่คือ การเสพกามคุณ 5 ประกอบด้วยรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ซึ่งลักษณะของการเสพกามคุณ จะเปลี่ยนไปตามค่านิยมทางสังคม
ทั้งนี้ลักษณะการแสวงหาความสุขและได้มาซึ่งความสุขคนในโลกนี้มีอยู่ 4 ประเภท
* บางคนหาความสุข ได้ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
* บางคนหาความสุขได้ความสุขบนความทุกข์ของตน
* บางคนหาความสุขได้ความสุขบนความทุกข์ของตนเองและผู้อื่น
* บางคนหาความสุขได้ความสุขบนความสุขความไม่เป็นทุกข์ของทั้งตนเองและผู้อื่น
พระพุทธเจ้านิยามความสุขของผู้คนไว้ดังนี้ 1. สุขเกิดจากการมีทรัพย์มีเงิน 2. สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ที่หามาได้ 3. ความสุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ และ 4.สุขเกิดจากความประพฤติที่ไม่มีโทษ
ดร.พระมหาสมพงษ์แจกแจงว่า สำหรับประเด็น ความคิดถูกเพื่อให้สุขเกิดนั้น อันดับแรก ต้องมีความคิดเห็นที่ถูกต้อง ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนในมรรคมีองค์ 8 เริ่มต้นด้วยสัมมาทิฐิก่อน คือความคิดเห็นต้องถูกต้องก่อน ถ้าความคิดเห็นไม่ถูกต้องทำอะไรก็ผิดพลาด พอคิดถูก พูดถูกสุขก็เกิด ทำถูกสุขก็เกิด จะเป็นกระบวนการของมันเลย
การมองถูกมองอย่างไร อย่างเช่นต้องเห็นทุกข์แล้วยอมรับทุกข์ ยอมรับปัญหาอย่าหนีปัญหา คนส่วนมากหนีปัญหา แต่เราต้องมองปัญหา และทำความรู้จักปัญหาด้วยการยอมรับปัญหาว่าปัญหาคืออะไร
พระพุทธเจ้าบอกว่า “นตฺถิ ตณฺหาสมา นที” แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาความอยากของมนุษย์ไม่มี ทรัพยากรมีมากพอสำหรับมนุษย์แต่ไม่มีพอสำหรับคนโลภ เมื่อเรามีความโลภเกิดจากกามคุณของเรา รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือคิดที่จะออกจากสิ่งเสพทั้งหลาย อย่าไปมีความสุขกับเรื่องของการเสพ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่างเดียวเท่านั้น
ข้อที่ 2 คิดอย่างไรถึงจะมีความสุข จะต้องไม่พยาบาทอาฆาต และข้อสุดท้ายของความคิด”คิดถูก สุขเกิด” คือ คิดที่จะไม่เบียดเบียนใคร ไม่เบียดเบียนคน ไม่เบียดเบียนสิ่งของ ไม่เบียดเบียนสัตว์ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
ดังที่พระพุทธเจ้าให้ศีล 5 ข้อ เพื่อจะได้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ข้อที่ 1 ห้ามฆ่าสัตว์ คือไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต ข้อที่ 2 ห้ามลักขโมย ห้ามเบียดเบียนเรื่องสิ่งของคนอื่น ข้อที่ 3 ห้ามเบียดเบียนเรื่องคู่ครอง ข้อที่ 4 ห้ามเบียดเบียนในเรื่องของเครดิตคือเรื่องของการโกหกมดเท็จ หรือการพูดปด หรือการหลอกลวงคนอื่น ข้อที่ 5 เรื่องสุขภาพ ไม่เบียดเบียนตัวเอง
นอกจากนี้วิธีปฏิบัติต่อความสุขข้อสุดท้ายที่สำคัญมาก คือไม่นำทุกข์มาทับถมตัวเอง ทุกคนมีทุกข์ คนที่บอกว่าตัวเองไม่มีทุกข์ ถือว่าโกหก
พระพุทธเจ้าบอกความจริงอันประเสริฐข้อที่ 1 คือ เรื่องทุกข์ แม้มีทุกข์แต่เราไม่เป็นทุกข์ ต้องไม่นำความทุกข์มาทับถมตัวเอง อย่าจมปรัก ต้องมองให้เห็นความทุกข์ ข้อที่ 2 ความสุขที่ชอบธรรมที่ถูกต้อง สุขที่ไม่ชอบธรรมจะไม่ยั่งยืน ข้อที่ 3 ไม่หมกมุ่น สยบในความสุขแม้ที่ชอบธรรมนั้น ข้อที่ 4 เพียรพยายามทำเหตุแห่งทุกข์ให้หมดไป และปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความสุข จนถึงสุขที่เป็นสุขที่สุด สูงสุดที่เป็นภาวะการไร้ทุกข์โดยสิ้นเชิง นั่นคือสู่นิพพาน
“คนมีปัญญาถึงเผชิญอยู่กับความทุกข์ก็ไม่ยอมสิ้นหวังที่จะได้ประสบกับความสุข”ดร.พระมหาสมพงษ์และว่าขอให้ทุกคนนำธรรมมะไปปฏิบัติตามความสามารถของแต่ละคน พร้อมนำสิ่งดีๆไปประพฤติปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ รวมทั้งสังคมโลก
สนใจร่วมฟังธรรมะบรรยายในโครงการ”เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ได้ที่ ชั้น 11 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00 -13:30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ









