วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อพท. เล็งปั้นแบรนด์ “CBT Thailand”

พร้อมเดินหน้าเป็นองค์กร “สร้างต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” จากการใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกหรือ GSTC และ CBT Thailand

อพท. ปักธงท่องเที่ยวโดยชุมชน เตรียมปั้นแบรนด์ “CBT Thailand” พร้อมเดินหน้าเป็นองค์กร “สร้างต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” จากการใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกหรือ GSTC
และเกณฑ์
การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ CBT Thailand เพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน ปีนี้ตั้งเป้า 40 ชุมชนทั่วประเทศ ดันรายได้เพิ่ม 20% ความสุขล้น 85%

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า เพื่อสร้างการรับรู้การทำงานของ อพท. ให้ขยายวงกว้างออกไปยังภาคีเครือข่ายและผู้สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน และเป็นการท่องเที่ยวที่กระจายรายได้ลงสู่ชุมชนผู้ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางการท่องเที่ยว อพท. จึงได้กำหนดสร้างแบรนด์ “CBT Thailand” ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี
(พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2566)  เป้าหมายเพื่อให้เกิดการรับรู้และจดจำ   แบ่งดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้นภายในปี 2562 พัฒนาและสร้างตราสัญลักษณ์ CBT Thailand ระยะกลาง (พ.ศ.2563- พ.ศ.2564) สร้าง Sub brand และทำการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอด้วยการนำเสนอคุณค่าการท่องเที่ยวผ่านปัจจัยแห่งความสำเร็จชุมชน ผ่านช่องทางสื่อ Social media พัฒนาฐานข้อมูลบน Online platform และระยะยาว (พ.ศ.2565 – พ.ศ. 2566) ขยายฐานการรับรู้แบรนด์ CBT Thailand ที่พร้อมการเติบโตซึ่งมีเป้าหมายใหญ่คือการรวบรวมผลงานและความสำเร็จของชุมชนนำไปสู่การเสนอสินค้าการท่องเที่ยวในวิถีชุมชนผ่านกิจกรรม CBT Festival  

 “ที่ผ่านมา อพท. เป็นหน่วยงานพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากองค์ความรู้ของเกณฑ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ CBT Thailand ซึ่งพัฒนามาจากเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกหรือ GSTC ดังนั้นเพื่อสร้างการรับรู้และเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชนภายใต้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มอบหมาย อพท. ดำเนินการสร้างแบรนด์ CBT Thailand ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง”

ทั้งนี้ ในการพัฒนาแบรนด์ CBT Thailand มีเป้าหมายเพื่อวางกลยุทธ์ทางการตลาดกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่เพื่อส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายคือคนในชุมชน นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปให้เกิดการรับรู้และจดจำ เข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์กับ อพท. ต่อไป”

นอกจากนั้น แผนงานและภารกิจ ของ อพท. ในปี 2562  ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายพัฒนาศักยภาพและกิจกรรมให้กับชุมชนและพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น การนำเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ GSTC 
ไปถ่ายทอดให้กับชุมชน การขยายภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานระดับสากล “องค์การยูเนสโก” ที่เพิ่งลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding – MoU) ร่วมกันพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intangible Cultural Heritage)  และเมืองสร้างสรรค์ (Creative Cities)   ในมิติการทำงานด้านสังคมขยายพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all)  มิติด้านสิ่งแวดล้อมขยายผลโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel)  

 

วาง 4 พันธกิจ ลุยงาน 4 ปี  

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติในด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อพท. จึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2565) เพื่อพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชน แบ่งเป็น 4 พันธกิจ ดังนี้

1) พัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria: GSTC) จำนวน 6 แห่งในพื้นที่พิเศษ ได้แก่ ชุมชนนาเกลือ ชุมชนเกาะหมาก ชุมชนเมืองเก่า ชุมชนเชียงคาน ชุมชนในเวียง และชุมชนอู่ทอง จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษพระนครศรีอยุธยา และ Thailand Rivera
ในพื้นที่ชะอำ-หัวหิน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง “สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง” ในเส้นทางจังหวัดเลย – แขวงไชยะบูลี - แขวงหลวงพระบาง เส้นทางจังหวัดเลย – ไชยะบูลี – จังหวัดน่าน  เส้นทางท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ขยายผล 4 จังหวัด สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และตาก  พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านวิถีชีวิตไทลื้อ (ไทย-ลาว-จีน) เส้นทางจังหวัดน่าน – เมืองเงิน – เมืองสิบสองปันนา พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวคูคลองต้นแบบ
และพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยววิถีมอญทรงคะนอง  คุ้งบางกะเจ้า

2) พัฒนาการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยการพัฒนาและส่งเสริมต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยชุมชนที่ได้มาตรฐาน CBT Thailand จำนวน 40 ชุมชน

3) ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้แนวคิด “เมืองสร้างสรรค์” (Creative City)
นำร่อง 3 แห่งในพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน และพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง  จัดทำคู่มือกระบวนการพัฒนาและยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

4) บูรณาการร่วมกับทุกภาคีเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการท่องเที่ยว (Carrying Capacity) การเสริมสร้างและกระจายรายได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น ขยายพื้นที่ดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all)  ไปยังจังหวัดภาคตะวันออก ระยอง และตราด การนำนวัตกรรมมาต่อยอดเพื่อการท่องเที่ยว เช่น จัดทำระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในรูปแบบต่างๆ เช่น เกมส์ 3 มิติ

 

เป้าหมายชุมชนมีรายได้โต 20%

   อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 อพท. ตั้งเป้ายกระดับอยู่ดีมีสุขของประชาชนในพื้นที่พิเศษ โดยชุมชนในพื้นที่
ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 85 ชุมชนมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 โดยประเมินจาก 22 ชุมชน แบ่งเป็น 14 ชุมชนเดิมที่ประเมินไปแล้วในปี 2561 และเพิ่มชุมชนใหม่จำนวน 8 แห่ง  สร้างชุมชนต้นแบบ 40 ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนจากการขยายผลการพัฒนาชุมชนต้นแบบในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวและชุมชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ รูปแบบการดำเนินงาน อพท. ยังคงเน้นที่การประสานความร่วมมือกับทุกภาคีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพกลไกและระบบบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่นำไปสู่ความยั่งยืนอย่างบูรณาการ มีเป้าหมายสูงสุดคือการได้มีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการท่องเที่ยวของประเทศให้ได้พัฒนาอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยให้ขยับไปสู่เป้าหมายไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 30 ของโลก จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 35 ของโลก ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ งานประชาสัมพันธ์ อพท.

มัธนา เมนแก โทร. 08 1917 0882    

ไปรยารัฐ มงคลชาติภิรักษ์ โทร. 09 9236 2935