ในขณะที่ประเทศชั้นนำในอีกซีกโลกอย่างสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ออสเตรเลีย และฝั่งเอเชียคือ ญี่ปุ่น ชูประเด็นการจัดการขยะขวดพลาสติกด้วยการ ‘รีไซเคิล’ และนำเม็ดพลาสติกที่ได้จากการรีไซเคิล (rPET) มาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม แต่ประเทศไทย ซึ่งกำลัง ‘อิน’ กับกระแสรักษ์โลกร่วมรณรงค์งดใช้พลาสติกประเภท single-use plastics กลับมีความย้อนแย้งในวิธีคิดและการลงมือทำในประเด็นที่โลกทั้งใบกำลังเดินหน้าไป นั่นคือ ไทยมีกฎหมาย ห้าม ใช้ rPET มาผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม
กฎหมายที่ว่าเป็นกฎกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 295 ข้อ 8 ประกาศไว้เมื่อ พ.ศ. 2548 สิบสามปีมาแล้ว ระบุว่า “ห้ามมิให้ใช้ภาชนะบรรจุที่ทำขึ้นจากพลาสติกที่ใช้แล้วบรรจุอาหาร เว้นแต่ใช้เพื่อบรรจุผลไม้ชนิดที่ไม่รับประทานเปลือก” จึงทำให้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ได้จากขยะขวดพลาสติก PET ไม่สามารถนำกลับมาผลิตขวดเครื่องดื่มได้อีก ต้องนำไปผลิตเป็นสินค้าอื่นที่ไม่ใช่บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
แล้วทราบกันหรือไม่ว่าแต่ละปี ใช้เม็ดพลาสติกใหม่มาผลิตขวด PET เพื่อบรรจุเครื่องดื่ม มีจำนวนเท่าไหร่ หยิบตัวเลขปีล่าสุด 2560 มาโชว์ บรรจุภัณฑ์ขวด PET ถูกผลิตออกสู่ตลาด 3.2 แสนตัน และจำนวนไม่ถึงครึ่งของขวด PET เหล่านี้ถูกนำกลับมาเข้ากระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ที่เหลืออีกเป็นแสนกว่าตันต้องนำไปฝังกลบในดิน หลุมขยะขยายพื้นที่เป็นภูเขาขยะหลายแหล่งในเมืองไทย เป็นปัญหาการจัดการขยะที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ขยะพลาสติกในภูเขาขยะเหล่านั้น บางส่วนก็ถูกธรรมชาติทั้งลมทั้งฝนพัดพาเล็ดลอดไปลงแม่น้ำลำคลองสุดท้ายก็ผ่านไปสู่ทะเล ตอนนี้เว็บไซต์ www.theoceancleanup.com รายงานว่ามีแพขยะพลาสติกขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยเกินกว่าสองเท่า ลอยเท้งเต้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ยากที่จะกำจัด แต่ทุกคนบนโลกนี้ สามารถช่วยกันไม่ให้เกิดแพขยะเหล่านี้เพิ่มขึ้นได้
จึงกลายเป็นที่มาของความตื่นตัวเรื่องการใช้ rPET กับบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของไทย เรื่องนี้ถูกจุดประกายชัดๆ จากกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ หลังจากที่เคยมีตัวอย่างขวดน้ำยี่ห้อหนึ่ง ที่ใช้เม็ดพลาสติกใหม่ในการผลิตขวดแต่ใส่นวัตกรรมที่ทำให้พลาสติกมีความอ่อนบางและยืดหยุ่น ง่ายต่อการบิดพับให้เล็กลงเมื่อต้องการทิ้งเป็นขยะ ถือเป็นความพยายามสร้างความสะดวกให้ผู้บริโภคใช้แล้วทิ้งได้ง่าย ไม่เปลืองที่ทางในถังขยะ ทั้งยังจัดเก็บเป็นขยะสำหรับนำกลับไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลได้ ซึ่งจะดีมากๆ หากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลสามารถนำไปผลิตขวดเครื่องดื่มได้อีก เท่ากับว่าเป็นการใช้พลาสติกหมุนเวียนในปริมาณเดิม ไม่ต้องผลิตเม็ดพลาสติกใหม่เพิ่มเติมทุกๆ ปี
นายวีระ อัครพุทธิพร อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ยืนยันว่า ตอนนี้บริษัทสมาชิกทุกรายมีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนแพคเกจจิ้งเครื่องดื่ม ผมมองว่าไทยมีความพร้อมทุกด้านแล้ว เรามีนวัตกรรมผลิต rPET มาตรฐานโลก มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยจากการปนเปื้อน เพียงรอว่าเมื่อไหร่กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศแก้ไขกฎกระทรวงข้อดังกล่าว ซึ่งหากรัฐมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของการใช้ rPET บรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ทางสมาคมฯ ก็อยากจะขอให้รัฐได้พิจารณาใช้ rPET กับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มก่อน เพื่อนำร่องการช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติก และยังได้ช่วยส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งบนพื้นดินและในทะเล”
รู้ไหม? ไทยผลิต rPET มาตรฐานโลกเป็นสินค้าส่งออก
เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากการประชุมหารือเป็นการภายในของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่เป็นตัวกลางประสานงานให้หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะและมลพิษ สถาบันวิจัยและพัฒนาด้านวัสดุศาสตร์ รวมถึงหน่วยงานกำหนดมาตรฐานสินค้าที่ควรจะต้องมีส่วนสนับสนุนข้อมูลต่างๆ เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขมีความมั่นใจในการเร่งแก้กฎหมายดังกล่าว
มีการเชิญตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (FDA) มาแบ่งปันข้อมูลขั้นตอนดำเนินงานและการกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน rPET ที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา โดย ดร.วาณี โกมลประเสริฐ Consumer Safety Officer นักวิชาการระดับแนวหน้าที่ทำงานวิจัยเรื่อง rPET ให้ FDA มานานกว่า 30 ปีและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ประกาศข้อกำหนดการตรวจสอบมาตรฐานเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่จะนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มในสหรัฐอเมริกา อาจารย์เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ทำงานเรื่องการกำหนดกฎเกณฑ์การตรวจมาตรฐานการใช้ rPET ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐอเมริกา
ยังมีตัวแทนจาก บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตเม็ดพลาสติก รีไซเคิล โรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ผลิตและส่งออก rPET ไปยังประเทศออสเตรเลียและอังกฤษ มานำเสนอความก้าวล้ำด้านกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลในระดับที่ผ่านมาตรฐานทั้งของสหรัฐอเมริกาและมาตรฐานอียู เพื่อให้ความมั่นใจกับหน่วยงานผู้คุมกฎภาครัฐได้นำไปศึกษาต่อว่าจะมีแนวทางการกำหนดมาตรฐานอย่างไรและขั้นตอนอะไรบ้างหากจะมีการนำวัสดุเม็ดพลาสติกรีไซเคิลมาใช้สำหรับภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย
ในการผลักดันให้ใช้ rPET ไม่ใช่เรื่องการลดต้นทุนธุรกิจ หลายคนอาจคิดว่าการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจะส่งผลให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ลดลง แต่จริงๆ การรีไซเคิลใช้ต้นทุนสูงกว่าการผลิตขวด PET จากเม็ดพลาสติกใหม่ด้วยซ้ำไป การที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยพยายามผลักดันให้ทั้งอุตสาหกรรมมีการใช้ rPET เพราะถือเป็นการปฏิบัติตามคำมั่นที่ธุรกิจซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพลาสติกควรทำ
นายวีระ กล่าวสรุปว่า “การดูแลสิ่งแวดล้อมมันตีเป็นมูลค่าตัวเลขไม่ได้หรอก มันเป็นต้นทุนทางสังคมที่เราทุกคนต้องช่วยกัน ผมอยู่ในส่วนผู้ผลิตก็ต้องหาวิธีดีที่สุดที่จะทำธุรกิจไปพร้อมกับการดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต ในส่วนผู้กำกับดูแลกฎเกณฑ์ต่างๆ ก็ต้องปรับข้อกำหนดให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคก็ต้องมีจิตสำนึกร่วมในการดูแล
สภาพแวดล้อม แต่ละฝ่ายทำในส่วนที่ตนเองทำได้ สนับสนุนระหว่างกัน ถ้ารัฐบาลปลดล็อคแก้กฎหมายได้ ผมว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนอันดับตัวเองจากประเทศที่สร้างขยะพลาสติกมากที่สุดติด 1 ใน 5 ของโลกมาเป็นประเทศที่ใช้การรีไซเคิลพลาสติก และใช้พลาสติก rPET มากที่สุดในโลกได้ เพราะไทยผลิต rPET ได้เอง ไม่ต้องนำเข้าเหมือนประเทศอื่นๆ“






