ระหว่างวันที่ 23 -25 มกราคม 2562 ณ โรงแรม สวิสโซเทล รัชดา กรุงเทพฯ
งานแถลงข่าว “การประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี 2019 ว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ-พลังงาน-อาหาร(Water-Energy-Food : Nexus)
เนื่องด้วยในปี 2562 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประธานอาเซียน โดยในการจัดงานในปีนี้ มีแนวคิดหลักคือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งแต่ละคำมีความหมายที่โยงถึงยุทธศาสตร์ของไทยในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน และบ่งบอกถึงทิศทางการขับเคลื่อนอาเซียนที่สำคัญ คือ ความยั่งยืน ความเชื่อมโยง และการมองไปสู่อนาคต ซึ่งหมายถึงการที่อาเซียนจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในทุกภาคส่วนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันทั้งภาคีภายนอก ภูมิภาคและประชาคมโลก เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมีพลวัต สู่อนาคตที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ อันจะนำมาซึ่งความกินดีอยู่ดีและสันติสุขของประชาชนอาเซียน
โดยในการประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี 2019 ว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ – พลังงาน - อาหาร (Water-Energy-Food : Nexus) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDGs)ในภูมิภาคเอเชีย หรือ THA 2019 International Conference on Water Management and Climate Change towards Asia's Water-Energy-Food Nexus and SDGsเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ผลงานวิจัย แนวคิด และประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ การชลประทานและภัยพิบัติ ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ –พลังงาน-อาหาร (WEF Nexus) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ สมรรถนะหรือการยกระดับความสามารถในการดำเนินงานเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม การจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งระดับอาเซียนและระดับเอเชียโดยมีนักวิจัยจากไทยและตัวแทนนักวิจัยจากประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมงาน
หัวข้อแถลงข่าว : สถานการณ์ปัจจุบันด้านน้ำที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่สังคมที่ยั่งยืน (SDGs)ในภูมิภาคเอเชีย จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ในวันพุธที่ 23 มกราคม 2562 เวลา 09.45-12.00 น. ณ ห้องสักทอง (Sakthong Room) โรงแรมสวิสโซเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
การประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี 2019
ว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ-พลังงาน-อาหาร (Water-Energy-Food Nexus)
และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในภูมิภาคเอเชีย
THA 2019 International Conference on Water Management and Climate Change towards Asia's Water-Energy-Food Nexus and SDGs
ระหว่างวันที่ 23 -25 มกราคม 2562 ณ โรงแรม สวิสโซเทล รัชดา กรุงเทพฯ
วันพุธที่ 23 มกราคม 2562
08.00 - 09.00 น.ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม (ห้องเลอ คองคอร์ด บอลรูม)
09.00 - 09.45 น. พิธีเปิดการประชุม
กล่าวแนะนำการประชุม
โดย รศ. ดร. สุพจน์ เตชวรสินสกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กล่าวแสดงความยินดี
โดย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้แทนเลขาธิการอาเซียน
กล่าวเปิดการประชุม
โดย พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี
ถ่ายภาพหมู่
09.45 - 10.15 น. แถลงข่าว Press Interviews ห้องสักทอง (Sokthong Room)
English : สถานการณ์ด้านน้ำที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติในอาเซียน และแนวทาง
การ สร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่สังคมที่ยั่งยืน
10.30-12.00 น.การกล่าวปาฐกถาพิเศษ
10.30 -11.00 น. “สถานการณ์และโอกาสสำหรับเป้หมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย”
โดย Mr. Curt Garrigan หัวหน้าส่วนงานการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UN-ESCAP)
11.00-11.30น. “ความสำคัญของมิติความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ-อาหาร-พลังงาน-ความปลอดภัย
ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก”
โดย Prof. Zafar Adeel ศูนย์การวิจัยนาแห่งภูมิภาคแปซิฟิก ประเทศแคนาดา
11.30-12.00 น. “มิติความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ-อาหาร-พลังงานสถานการณ์และความท้าทาย
ของประเทศไทยในปัจจุบัน”
โดย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
(สทนช.)
ประเด็น/กรอบเนื้อหาการแถลงข่าว (เน้นการแก้ปัญหาร่วมกัน)
1) สาเหตุการเกิดอุทกภัยขึ้นบ่อยครั้งในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
2) สถานการณ์ และผลที่เกิดขึ้น
3) แนวทางการรับมือกับสถานการณ์ในปัจจุบัน/อนาคต และข้อแนะนำสำหรับภาคประชาชน
4) งานวิจัยจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
5) ประเทศในอาเซียนกับการประสานความร่วมมือช่วยเหลือกันในภูมิภาคให้ยั่งยืนร่วมกันได้อย่างไร สามารถให้ความช่วยเหลือหรือร่วมมือกันเพื่อให้เกิดสังคมที่ยั่งยืนภายในภูมิภาคได้หรือไม่
ผู้ร่วมแถลงข่าว
1) ตัวแทนจากประเทศไทย (กรมชลประทาน, สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย)
2) ตัวแทนจากประเทศมาเลเซีย
3) ตัวแทนจากประเทศอินโดนีเซีย
4) ตัวแทนจากประเทศฟิลิปปินส์
5) ตัวแทนจากประเทศเวียดนาม






