เรื่องจริงไม่อิงนิยายเมื่อประเทศเรา เดินมาถึงจุดที่ต้องส่งเสริมเด็ก ให้เล่นกันแล้ว? คุณอาจจะไม่ปฏิเสธสักนิดหากรู้ว่า เรื่องเล่นมีพลานุภาพกว่าที่คิดเพราะ สามารถเปลี่ยนสมองได้!เรื่องเล่นในวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปและที่สำคัญแค่เรื่องเล่นๆของ เด็กวันนี้ แต่ผู้ใหญ่อย่างเราจะไม่มีเอี่ยว คงไม่ได้อีกแล้ว! เล่น = ปลุกสมอง ปัจจุบันการเห็นพ่อแม่ส่วนใหญ่ พยายามสรรหาอาหารเสริมต่างๆนานา
เพื่อบำรุงสมองลูกมากมายแต่รู้หรือไม่ แค่ปล่อยให้ลูก “เล่น” วันละแค่ 1 ชั่วโมง ก็สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงพัฒนาการสมอง ลูกของคุณ ไปจนถึงเปลี่ยนสังคม และ เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้มากกว่าที่คิด “การเล่น” กิจกรรมที่เรานึกว่าไร้สาระ ของเด็กๆในแต่ละวัน กลับช่วยวางรากฐาน การเรียนรู้ เป็นส่วนสำคัญของชีวิตในเด็กโดยเฉพาะการเล่นอิสระที่เรียกว่า Free Play คือการปล่อยให้เด็กจะเล่นแบบไหน อย่างไรก็ได้ตามแต่จิตนาการของเขา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบทบาทสมมุติ เล่นผจญภัย ซึ่งจะทำให้เด็กมีร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถค้นพบศักยภาพของตนเองสู่การมี เป้าหมายในชีวิต ที่สำคัญเป็นกระบวนการสร้างจิตสำนึก ความรับผิดชอบและปูพื้นฐานสู่ความเป็น พลเมืองหรือในกลุ่มเด็กที่ขาดโอกาส การเล่นจะเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจลดความเครียด และความกดดันเมื่อ พบปัญหาชีวิตก็จะเลือกทางออกที่ดี ให้แก่ตนเองได้ดร.นพ.ไพโรจน ์เสานว่ม ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. อธิบายว่าผลการศึกษาโครงการสำรวจ กิจกรรมทางกายสำหรับเด็กและเยาวชนไทย พบว่าจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเด็ก นักเรียนอายุ 6-17 ปี จำนวน 16,788 คน จาก 336 โรงเรียน ใน 27 จังหวัด 9 ภูมิภาคทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร พบว่าค่าเฉลี่ยการมีกิจกรรมทางกายของ เด็กไทยอยู่ระดับปานกลางหรืออยู่ระดับ เกรด C แต่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งค่อนข้างสูงหรืออยู่ระดับเกรด D ซึ่ งปัจจุบันเด็กเยาวชนไทยต้องเผชิญ ปัญหาสุขภาพหลายด้าน ทั้งโภชนาการเกินการขาดกิจกรรมทางกายที่เพียงพอแต่ยัง มีอีกปัญหาที่กำลังรุกคืบคือความเสี่ยงต่อ พฤติกรรมเนือยนิ่งนั่นเพราะพวกเขา ออกไปเล่นกันน้อยลง เล่าเรื่องเล่น ในมุม (วิชาการ) จริงจัง “อยากรู้ไหมว่าสมองเปลี่ยนแปลง อย่างไร” รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมเปิดประเด็น เสริมข้อมูลวิชาการโดยเอ่ยว่านอกเหนือ จากความสนุกสนานของเด็กๆลึกลงไป การออกมาเล่นยังเกี่ยวข้องกับกิจกรรม ทางกาย (Physical Activities หรือ PA) อันหมายถึงการเคลื่อนไหวโดยใช้กล้ามเนื้อ โครงสร้างและทำให้มีพลังงานของร่างกาย การมีกิจกรรมทางกายทุกวันไม่เพียงให้เด็ก แข็งแรง อารมณ์ดีแจ่มใส ยังส่งผลให้เด็ก เรียนดีขึ้น “PA” สะท้อนความฉลาดของสมอง ถ้าเราออกกำลังกายสมองบ่อยๆ ส่วนที่เก็บ การทำงานของสมอง Gray Matter จะหนาขึ้น เป็นเหมือนแบตเตอรี่ของ ร่างกายเรา รวมถึงความจำต่างๆก็ถูกเก็บ ที่นี่ ถ้า Gray Matter แข็งแรงดังนั้น การออกกำลังกายหรือการมีกิจกรรมทางกาย บ่อยๆจะให้สมองเราพร้อมรับ Input อย่าง มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันเด็กที่มีสุขภาพ แข็งแรงจะมีขนาด Hippocampus สมอง ด้านความจำ และ Basal Ganglia สมอง ควบคุมการตัดสินใจใหญ่กว่าปกติ และการ ทำงานของสมองทั้ง 2 ส่วนนี้ มีผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของเด็ก” ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองยังฉายภาพให้ เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างเรื่อง “เล่น” กับการทำงานสมองอย่างง่ายๆ ว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ เลือกที่จะสนับสนุนให้ ลูกใช้เวลาว่างท่องศัพท์ ทบทวนบทเรียน มากกว่าปล่อยให้ลูกออกไปเล่นหรือไป เตะบอล แต่ในผลการวิจัยมีการพบว่า หาก พ่อแม่เปลี่ยนเป็นให้ลูกเล่นไปด้วยพร้อมกับ การเรียนรู้ หรืออ่านหนังสือไปด้วยจะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้ เรียนรู้เต็มที่มากกว่านอกจากนี้ ผลพลอยได้ของการเล่น คือลดโอกาสภาวะอ้วน 100% ลดโอกาส เข้าถึงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อปัญหาสังคม เช่น บุหรี่ สิ่งเสพติด ค่าใช้จ่ายในการรักษา สุขภาพลดลงและลดโอกาสในการเกิด โรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ มะเร็งและ เบาหวาน อีกด้วย คำถามที่ต้องตอบ ทำไมเด็กไทย เล่นน้อยลง หากยังจำได้ ในวันที่พ่อแม่ยังอยู่ใน วัยเด็ก ยุคนั้นแทบไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ต้อง ปลุกใจให้เด็กไปเล่น แต่ปัจจุบันสังคมเรา กำลังมีแนวโน้มกลับตาลปัตรกับอดีตความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่รีบเร่ง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย กลับส่งผลกระทบ โดยตรงต่ออนาคตของชาติโดยไม่ได้ตั้งใจ เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการสถาบัน สื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) กล่าวถึงข้อมูล จากChildwise สถาบันวิจัยด้านเด็กและ วัยรุ่นของอังกฤษ ว่าเด็กทั่วโลกกำลังใช้ เวลากับสื่อมากถึง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ขณะเดียวกันวิถีชีวิตและค่านิยมทางสังคม ที่เปลี่ยนไปกลายเป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงเลือกที่จะขับเคี่ยวให้ เด็กติวเข้มไปเรียนพิเศษ แทนการเล่นเพื่อการแข่งขันด้านการศึกษาด้านตัวแทนผู้สะท้อนความจริงจาก พี้นที่ สมุณฑา ปลื้มสูงเนิน จากกลุ่มไม้ขีดไฟ ปากช่องนครราชสีมาให้ข้อมูลเป็นไป ในทิศทางเดียวกันว่า หลายคนมองว่าเด็ก ต่างจังหวัดน่าจะมีต้นทุนดีกว่าในเรื่องการ ส่งเสริมการเล่นมากกว่าเด็กในเมือง แต่ จากประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ ทำให้ ได้พบข้อเท็จจริงว่าเด็กปากช่องซึ่งพื้นที่ มีสภาพกึ่งเมืองกึ่งชนบท ก็พบว่าต้นทุน เหล่านั้นหายไปแล้ว “พ่อแม่เป็นเกษตรกรมีไร่มีสวนให้เล่น ก็จริงแต่ต้นทุนหายไปคือการที่เด็กจมอยู่ กับโทรศัพท์มือถือ ร้านเกมส์และอีกปัญหา ความยากในการทำงานอันหนึ่งคือ
การทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเข้าใจเรื่องนี้ เมื่อสี่ห้าปีที่แล้วเราเคยทำเรื่องนี้จนโรงเรียน ยอมยกทีวีออกจากห้องอนุบาล รื้อสนาม เด็กเล่นเดิมเอากระบะทรายให้เด็กเล่น แต่ผู้ปกครองกลับไม่เข้าใจ ดึงเด็กออกจาก โรงเรียนมองว่าทำไมปล่อยให้เด็กเล่นขี้ดิน ขี้ทราย หรือคุณครูไม่สอนเด็ก ค่านิยม เหล่านี้เราไม่รู้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งเป็น เรื่องยากที่จะเปลี่ยน เรื่องเล่นๆปัญหาระดับโลก
ปัญหาเรื่องการเล่นไม่ได้เกิดแต่ใน เมืองไทยเท่านั้น เพราะประเด็นดังกล่าวได้ กลายเป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกกำลัง มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เคธี หว่อง (Ms.Kathy Wong) รองประธานสมาคมการเล่นนานาชาติ (IPA Vice President) และ ผู้อำนวยการบริหาร Play right Children’s Play Association เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ข้อมูลว่า จากการศึกษาปัญหาดังกล่าวใน 8 ประเทศ พบปัญหาที่ให้เด็กเล่นน้อยลง เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ผู้ใหญ่ไม่เห็น ความสำคัญสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย พ่อแม่กลัวอันตราย หน่วยงานราชการ ไม่มีนโยบายเพื่ออำนวยโอกาสการเล่น หรือไม่เพียงพอ
การขนาดพื้นที่ ไม่มี ของเล่น และเช่นเดียวกันเด็กทั่วโลก ต้องเผชิญแรงกดดันเรื่องการแข่งขัน การเรียน ไปจนถึงการติดหน้าจอ ไม่น้อยหน้าเด็กไทย เด็กมีสิทธิ์ที่จะเล่น “ปัจจุบันเด็กไทยเข้าถึงเทคโนโลยี เร็วมากพ่อแม่ปู่ยาตายาย หรือผู้เลี้ยงดู เด็กในรุ่นปฐมวัย คือผู้ที่หยิบยื่นมือถือให้ เด็กตั้งแต่อายุเพียงขวบเดียวแล้ว” เข็มพร เสริมว่านั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่า ทำไมประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่ควรจะมี ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเรื่องนี้ในชุมชนและ สังคม ไปจนถึงระดับนโยบาย เพื่อให้เด็ก เข้าถึงโอกาสในการเล่นโดยปัจจุบันได้มี การขับเคลื่อนให้เกิดนโยบายส่งเสริมสิทธิ การเล่นของเด็ก ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 10 โดยมีวาระการส่งเสริม พื้นที่เล่นสำหรับเด็กที่ปลอดภยัและสร้างสรรค์ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มีการขับเคลื่อน เรื่องนี้ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่และทุกมิติของ สังคม เพื่อให้เกิดความตระหนักความเข้าใจ ที่เพิ่มมากขึ้นในการส่งเสริมการเล่นของเด็ก ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมของ ทุกฝ่ายในสังคม โดยมีการระดมแนวทาง การส่งเสริมสิทธิการเล่นของเด็ก เช่น การเพิ่มพื้นที่เล่นของเด็กในบ้าน ชุมชนสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ การพัฒนา และส่งเสริม ไปจนถึงการส่งเสริม “ผู้อำนวยการการเล่น หรือ Play Worker”ในประเทศไทย ขณะที่รองประธานสมาคมการเล่น นานาชาติ หรือIPA แชร์ประสบการณ์การ ขับเคลื่อนงานของ IPA ว่ามุ่งบทบาทการ ขับเคลื่อนส่งเสริมให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญ ของสิทธิเด็ก โดยผลักดัน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1. ส่งเสริมสิทธิการเล่นของเด็กโดย นิยามการเล่นในมุมมองของเด็ก คือเด็ก เป็นผู้ริเริ่มเกิดจากแรงจูงใจภายในของ เด็กเอง 2. สนับสนุนให้ผู้ใหญ่ส่งเสริมการ เล่นของเด็ก ให้เด็กสามารถเล่นได้ทุกที่ ทุกโอกาส ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายส่วนไม่ว่า จะเป็น พ่อแม่ ครูแพทย์ ฯลฯ 3. มีสนาม เด็กเล่นที่ไม่กีดกั้นการเข้าถึงของเด็กทุกคน โดยสร้งสนามเด็กเล่นที่สนกุสนานปลอดภัย ส่งเสริมจินตนาการ ไม่กลัวความเสี่ยง แต่ สามารถจัดการความเสี่ยงได้ 4. สร้างเมือง ที่เป็นมิตรกับเด็กทุกคน เช่นที่จีน มีทางเท้า ที่เด็กสามารถเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนหรือไปสนามเด็กเล่นอย่างปลอดภัย








